สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๔๕ · ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๘

จีระรัตน์ นพวงศ์ ณ อยุธยา เสนอการปฏิรูปสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อติดตามเอาคืนทรัพย์สินของแผ่นดิน และเรียกร้องการสนับสนุนการสรรหาคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน นอกจากนี้ยังเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ชัดเจนเกี่ยวกับองค์ประกอบของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

นายจีระรัตน์ นพวงศ์ ณ อยุธยา

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายจีระรัตน์ นพวงศ์ ณ อยุธยา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๓๙ ผมขออภิปรายเกี่ยวกับเรื่อง การปฏิรูปสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งผมต้องขอชื่นชมและขอขอบคุณคณะกรรมาธิการ การเสนอขอปฏิรูปหน่วยงานนี้อ่านดูชัดเจนครับ แสดงว่าท่านได้ศึกษาลงไปในรายละเอียด แล้วก็เข้าใจถึงปัญหา รวมทั้งได้เสนอการปฏิรูปที่มีความชัดเจนและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินนั้นเป็นหน่วยงานที่นับได้ ว่ามีความสําคัญมากหน่วยงานหนึ่งที่จะตรวจสอบเกี่ยวกับเงินและทรัพย์สินของแผ่นดิน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเป็นสากล อย่างของประเทศไทยที่ปกครองในระบบรัฐสภา สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินนั้นก็มีหน้าที่ที่จะ โดยจริง ๆ แล้วก็คือตรวจสอบการใช้ จ่ายเงินของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐไม่ว่าส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วก็จะมารายงานต่อสภาว่าการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลเป็นไปตาม งบประมาณรายจ่าย พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีและพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมหรือไม่ มีข้อบกพร่องอย่างไร มีการเสียหายทุจริตอย่างไรบ้าง ซึ่งการรายงานผลอันนี้และการตรวจสอบมันก็จะมีในเรื่องที่เกี่ยวกับเมื่อตรวจพบพฤติการณ์ ที่น่าเชื่อว่าเป็นการทุจริต หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก็จะต้องมีหน้าที่ เกิดขึ้นคือส่งให้พนักงานสอบสวนดําเนินคดีครับโดยปัจจุบันนี้ แต่คณะกรรมการเห็น ความสําคัญตรงนี้อย่างยิ่ง คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ๆ มันไม่ได้ผลท่านครับ เพราะว่าเราส่ง พนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนไปตรวจสอบเบื้องต้น ใช้เวลา ๓๐ วัน เสร็จแล้วก็ส่งไป ป.ป.ช. ซึ่ง ป.ป.ช. ต้องยอมรับว่างานนั้นล้นมือมากนะครับ เพราะฉะนั้นผลการตรวจสอบของ สตง. คนที่เขารู้จริง ๆ เขาจะไม่ค่อยกลัวหรอกครับ เพราะมันนานเหลือเกินกว่าจะดําเนินการ ป.ป.ช. ก็ต้องไปเริ่มต้นใหม่ แล้วก็งานก็เยอะ บางคนเกษียณไปแล้ว บางคนเสียชีวิตไปแล้วก็มีครับ เพราะฉะนั้นกว่าจะได้เห็นผลแล้วก็เป็นการป้องปรามการทุจริต มันไม่ได้ผล เพราะฉะนั้นการที่เสนอ ปฏิรูปว่าสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินนั้นมีหน้าที่ในการไต่สวนเรื่อง แล้วก็ส่งให้พนักงานอัยการ ดําเนินคดีได้เลยไม่ต้องส่งไป ป.ป.ช. เป็นเรื่องที่ตรงจุดที่สุดครับ เพราะว่าผมอยากจะเรียนว่า เรื่องที่ สตง. ตรวจพบมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับพยานเอกสารทั้งนั้นดิ้นไม่ออกหรอกครับ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ พยานบุคคลก็มีสืบประกอบเอกสารเท่านั้นเองว่าได้ทําเอกสารนี้ขึ้นมาหรือไม่ อะไร ในทาง บัญชีมันชัดเจน ค่อนข้างชัดเจนมากผมอยากเรียนอย่างนั้น เพราะฉะนั้นการที่จะให้ สตง. นั้นมีอํานาจไต่สวนแล้วก็ส่งพนักงานอัยการฟ้องคดีได้เลยอันนี้เป็นประโยชน์มากครับ

แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องทางแพ่ง ทางแพ่งเกิดความเสียหาย สตง. ที่ทําอยู่ ปัจจุบันก็จะแจ้งไปยังหน่วยรับตรวจให้ดําเนินการในฐานะเป็นเจ้าของงบประมาณผู้เสียหาย แต่มันช้ามากครับ แล้วก็ส่วนใหญ่ก็จะช่วยกัน เพราะฉะนั้นการปฏิรูปที่เสนอที่คณะกรรมาธิการเสนอ คือให้ สตง. นั้นสามารถติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของแผ่นดินเป็นหน้าที่และมีอํานาจทําได้เลย อันนี้จะเป็นประโยชน์มากครับ เหมือนกับที่เราพูดว่าทรัพย์สินของแผ่นดินนั้นตกน้ําไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ถูกต้องครับ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องวินัยงบประมาณการคลังและโทษปรับทางปกครอง อันนี้ สตง. ก็มีหน้าที่ในการตรวจสอบและนําขึ้นฟ้องต่อศาลปกครองแผนกวินัยงบประมาณ การคลังที่อาจจะเกิดมีขึ้นตามรัฐธรรมนูญ อันนี้ก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ ผมขอสนับสนุน

ที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งผมขอเรียนว่าเกี่ยวกับการสรรหาคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดินนั้นในเรื่องที่เสนอมาในการปฏิรูปนั้นคณะกรรมการสรรหานั้นมีหลากหลายมากครับ ซึ่งเป็นเรื่องดีครับ แต่เดิมจะเป็นองค์กรของฝ่ายตุลาการเป็นส่วนใหญ่ เดี๋ยวผมขอนิดเดียวนะครับ อันนี้ก็จะทําให้สามารถได้บุคลากรที่มีคุณภาพหลากหลายเป็นประโยชน์ต่อการตรวจเงินแผ่นดิน

และอีกนิดเดียวครับ องค์ประกอบของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินนั้น มี ๗ คนประกอบด้วย บุคคลที่มีความชํานาญและประสบการณ์นี้ข้อ ๑ ข้อเดียวครับ ด้านการตรวจเงินแผ่นดิน ๒ คน อันนี้ผมขอบพระคุณจริง ๆ ครับ ซึ่งในเรื่องจริง ๆ ในปัจจุบันนี้คณะปัจจุบันนี้ไม่มี สตง. หรือตรวจเงินแผ่นดินอยู่ในคณะเลยสักคนเดียว ทั้งที่กฎหมายก็เขียนไว้ ซึ่งทําให้ต้องมาเริ่มต้นศึกษากันใหม่ก็เสียเวลาไปเยอะ ถ้ามีคนเก่าอยู่บ้าง ก็จะเป็นประโยชน์ครับ แล้วก็การที่จะมีคนเก่าอยู่บ้างก็กราบเรียนผ่านท่านประธานว่า ขอให้คณะกรรมาธิการได้ผลักดันกฎหมายลูกเขียนให้ชัดเจนนะครับ ซึ่งแต่เดิมบอกว่า ผู้มีชํานาญด้านการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ว่าฯ ก็ถือว่าชํานาญการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งความจริง ไม่ถูกต้องไปเปิดดูกฎหมายลูกสิครับ หน้าที่นั้นมันมีมากมายเหลือเกินนอกเหนือจากปกติ หรือพูดให้ชัดเจนตรง ๆ ก็คือควรจะเป็นคนที่เป็นข้าราชการสํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือเคยเป็นอะไรอย่างนี้ก็จะช่วยเรื่องนี้ได้มากครับ ขอกราบขอบคุณครับ