สมบัติ ธรรมรังธัญวงศ์ หารือเรื่องปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานของ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. เพื่อให้สามารถตรวจจับคนที่ทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปราบปรามการทุจริตและปฏิรูปการเมือง โดยเสนอให้มีหน่วยงานพิเศษที่มีบุคลากรที่เชี่ยวชาญในการตรวจสอบและจัดการทุจริต และเสริมกระบวนการปลูกฝังที่ไม่ชอบการทุจริต
เรื่องของ การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทย มีทั้งบทบาทสําคัญ ๆ ก็คือ ป.ป.ช. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ แล้วก็มี ป.ป.ท. คณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ แล้วก็ยังมีเรื่องของคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน ทั้ง ๓ องค์กรจะมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ซึ่งเรื่อง ของการฟอกเงินนั้นก็ได้กล่าวไปแล้วนะครับ ในส่วนของ ป.ป.ช. ป.ป.ท. ขออนุญาตพูดสั้น ๆ อย่างนี้เราได้เชิญหน่วยงานทั้ง ๒ หน่วยมาพบปะพูดคุย ก่อนหน้านี้ทุกท่านทราบนะครับว่า การทุจริตไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือนักการเมืองก็อยู่กันที่ ป.ป.ช. ทั้งหมด โดย ป.ป.ช. เป็นคนดูแล แต่ว่าต่อมาบอกว่ามีปัญหาเรื่องคดีทุจริตมากเหลือเกิน น่าจะมีการแยกกัน แล้วก็มีมติว่าให้แยกการทุจริตภาครัฐออกจาก ป.ป.ช. โดยให้ ป.ป.ช. รับผิดชอบดูแล การทุจริตของนักการเมืองทั้งหมด รวมทั้งข้าราชการตั้งแต่ระดับ ๙ หรือเทียบเท่าเป็นต้นไป ส่วนข้าราชการตั้งแต่ระดับ ๘ ลงมาให้มีหน่วยงานอีกหน่วยงานหนึ่งมารับผิดชอบ แล้วก็ เรียกว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ หรือว่า ป.ป.ท. แล้วให้ไป สังกัดอยู่ที่กระทรวงยุติธรรม ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ หลังจากการศึกษาของเราก็พบว่า การทํางานของ ป.ป.ท. นั้นมีกฎหมายตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ นะครับ แต่ปรากฏว่ากว่าจะมี กรรมการทํางานได้ก็ปี ๒๕๕๔ ขึ้นปี ๒๕๕๕ และจากปี ๒๕๕๑ มาถึงปัจจุบันเปลี่ยน เลขาธิการไปแล้ว ๘ คน ก็จากการสอบถามก็ดูจาก พ.ร.บ. ก็พบว่าเลขาธิการแต่งตั้ง โดยอํานาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คณะกรรมการของ ป.ป.ท. ไม่มีอํานาจ เกี่ยวข้องกับทางเลขาธิการ กรรมการก็เห็นว่าเวลาจะสั่งการอะไรให้ฝ่ายเลขาธิการ ดําเนินการก็จะยุ่งยากมาก แล้วก็ถ้าเลขาธิการไปทํางานอะไรที่ไปเกี่ยวข้องกับข้าราชการ ที่ประพฤติมิชอบแล้วเกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมืองเลขาฯ ถูกสั่งย้ายได้เลย ก็เป็นที่ฉงนกันว่ากฎหมายนี้ออกมาได้อย่างไรว่าคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องการทุจริต ไปอยู่ภายใต้อํานาจของฝ่ายการเมือง แล้วก็ถ้าดูจากคดีเขาบอกว่าตั้งแต่ตั้งมา ป.ป.ท. นี้ ตั้งมาปี ๒๕๕๑ แล้วกว่าจะทํางานได้ มีคดีร้องเรียนขึ้นไปสัก ๑๗,๐๐๐ คดี ตรวจสอบแล้ว สัก ๙,๐๐๐ คดี ส่งฟ้องอัยการได้สัก ๙๓ คดี ท่านจะเห็นนะครับว่าปริมาณของความผิด ที่เกิดขึ้นกับเรื่องของการติดตามหรือดําเนินการกับผู้ที่ทุจริตจริง ๆ ทําได้น้อยมาก แล้วก็ยังมี ปัญหาที่ทับซ้อนกันเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ป.ป.ท. แล้วไปเกี่ยวข้องกับ ป.ป.ช. ต้องส่งเรื่องต่อให้ ป.ป.ช. อีก ก็เลยยิ่งทําให้กระบวนการเหล่านี้มันทําให้คนทุจริตไม่กลัว บ้านเรามีทั้ง ป.ป.ช. มี ป.ป.ท. ป.ป.ท. นั้น ป.ป.ช. นั้น จากการแถลงผลงาน ๘ ปี ถ้าท่านติดตามมีคดี ๓๔,๐๐๐ กว่าคดี แล้วบอกว่าได้ดําเนินการตรวจสอบไปแล้ว ๒๕,๐๐๐ คดี ส่งฟ้องศาลไป ๖๓ คดี เป็นคดีที่เกิดจากรายงานทรัพย์สินและหนี้สินเท็จ ๕๔ คดี แล้วเป็นคดีที่ยึดทรัพย์ ๒ คดี อีก ๗ คดีเป็นคดีที่ตรวจจากการทุจริต ท่านจะเห็น ๒๕,๐๐๐ คดีนะครับ แล้วหมายความว่า อย่างไร มันเป็นอย่างไร อันนี้ก็จะเห็นว่ากระบวนการทํางานมันมีปัญหาเรื่องของความล่าช้า แล้วหลายคนที่เสนอให้คดีทุจริตไม่มีอายุความ ก็เพราะว่าการทํางานที่ผ่านมาทําให้เห็นว่า คนทุจริตไม่กลัวกฎหมายที่มีอยู่ เท่าที่สอบถามแล้วอํานาจมีเยอะนะครับของ ป.ป.ช. แต่ว่า มีปัญหาในเรื่องของกลไกและกระบวนการปฏิบัติงานที่ทําให้มีความล่าช้ามาก ทําให้ไม่ทัน ต่อการที่จะตรวจจับคนที่ทุจริต และที่สําคัญก็คือว่าพอเรื่องมันช้านาน ๆ วัตถุพยานเสื่อม บ้างละ หาวัตถุพยานไม่เจอเขาว่าอย่างนั้นนะครับ นอกจากนี้พยานที่จะมาให้ปากคํา ลืมอีกแล้วเหมือนกัน มันนานเกินไป ด้วยเหตุนี้ทําให้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐ ของเราไม่มีประสิทธิภาพทั้ง ๆ ที่มีอํานาจพอสมควร แนวคิดของคณะกรรมาธิการที่พิจารณา เรื่องนี้ก็เห็นว่าควรจะต้องนํา ๒ องค์กรนี้มาอยู่ด้วยกันอีกครั้งหนึ่งแล้วละเพื่อจะให้มีความ เป็นอิสระ มีกรรมการที่มาจากการสรรหา ที่ไม่มีการแทรกแซงจากทางการเมืองแล้ว เป็นอิสระกรรมการ ป.ป.ช. แต่ว่าควรจะแยกออกไปสัก ๒ แท่ง
แท่งหนึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองและเอกชนที่ทุจริต
แท่งที่ ๒ เป็นแท่งที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการและเอกชนที่ทุจริต คือหมายความว่าทําทุจริตคู่กัน แต่มาอยู่ในภายใต้การดูแลของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ร่วมกัน และในการทํางานเพื่อจะให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นก็ควรจะให้มีองค์คณะขึ้นมา ทํางานตามพันธกิจที่มีอยู่เพื่อจะให้มีความรวดเร็วมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีความเห็นว่าในเรื่อง ของการปฏิรูปกลไกแล้วก็ระบบของการตรวจสอบโดยเฉพาะของการปราบปราม ควรจะมี หน่วยงานพิเศษ เขาเรียกว่าหน่วยงานชํานาญการ ในต่างประเทศเขาเรียกว่าเป็นหน่วยงาน พิเศษที่บุคลากรมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการจับทุจริตโดยเฉพาะ หมายความว่า หน่วยงานนี้จะมีบุคลากรที่ทํางานเต็มเวลา มีความเชี่ยวชาญ ถ้ามีเรื่องที่เรียกว่าทุจริต ที่ก่อให้เกิดความเสียหายระดับร้ายแรงต่อประเทศชาติคณะกรรมการส่งเรื่องนี้ให้กับหน่วยนี้ ทําหน้าที่ไปตรวจสอบตั้งแต่ต้น แล้วก็อย่างที่บอกว่าให้ทํางานเต็มเวลาตั้งแต่เริ่มต้น จนสุดท้ายแล้วมารายงานคณะกรรมการว่าผลเป็นอย่างไร การดําเนินงานอย่างนี้ก็จะทําให้ กระบวนการในการตรวจสอบโดยเฉพาะการทุจริตที่ก่อความเสียหายร้ายแรงต่อประเทศชาติ มีความรวดเร็วแล้วก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วก็จะทําให้คนที่ทุจริตต้องถูกลงโทษ ไม่เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป อันนี้ก็เป็นแนวคิดที่ทางคณะกรรมาธิการได้เสนอไว้ในกระบวนการ ปฏิรูปกลไกของการป้องกันและปราบปรามการทุจริต อันนี้เป็นส่วนของการปราบปราม
ในส่วนของการป้องกันนั้นก็มีความเห็นว่าจะต้องเสริมกระบวนการในการ ปลูกฝัง อบรม หล่อหลอม กล่อมเกลา ให้คนในชาตินี้นะครับ รังเกียจการทุจริต เห็นว่าการ ทุจริตนั้นเป็นสิ่งที่เลวร้ายต่อสังคม การทุจริตจะต้องเป็นสิ่งที่ประชาชนรับไม่ได้หรือไม่ ยอมรับ แล้วก็กระบวนการปลูกฝังเหล่านี้รัฐบาลจะต้องออกแรงกันอย่างเต็มที่ คงจะให้ เฉพาะ ป.ป.ช. ไปขับเคลื่อนไม่พอ เขาจะต้องใช้องคาพยพ หรือองค์กรของรัฐทุกองค์กรที่ จะต้องร่วมกันขับเคลื่อน อันนั้นก็เป็นประเด็นของแนวทางของการปฏิรูปนะครับ นอกจากนี้ ก็ยังมีรายละเอียดอีกมากมายครับที่จะดําเนินการในการปฏิรูป ซึ่งจะขอความเห็นจาก ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติผู้มีเกียรติทุกท่านที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติมนะครับ ในรายงาน ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองในวันนี้ เนื่องจากส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเราจะทําร่างกฎหมายให้สําเร็จเลยก็ไม่ได้นะครับ เพราะต้องรอให้รัฐธรรมนูญเสร็จเสียก่อน การทํางานของเราจะมีลักษณะของการศึกษา แนวทางร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะเอาไว้ใช้เป็นแนวทางถ้าหากว่า รัฐธรรมนูญประกาศใช้มาแล้วก็สามารถนําไปเป็นข้อมูลสําคัญที่จะไปปรับใช้ จะทําให้การ ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเมื่อถึงเวลานั้นมีความรวดเร็วมากขึ้นนะครับ อันนี้ก็เป็น แนวทางที่ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองจะทํา เพราะฉะนั้นหลังจากนี้เป็นต้นไป คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองก็ใคร่ขอทราบความเห็นหรือขอความเห็นจากท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติผู้มีเกียรติทุกท่าน ซึ่งเราจะได้รวบรวมนํามาประมวลในการทํางานต่อไป ขอบพระคุณมากครับ