ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ หารือเรื่องการปฏิรูปทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการหาทางแก้ไขปัญหาการหาเงินและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อพัฒนาทะเลไทยให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเสนอแผน "4 ทัพทะเลไทย" เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวทางทะเลของประเทศไทย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อผลักดันอันดามันเป็นมรดกโลก
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ แล้วก็สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน ผม ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ ในฐานะของประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผมก็มีประเด็น ที่สืบเนื่องมาจากของที่ท่านเกษมสันต์พูดถึง เดี๋ยวสไลด์ (Slide) ได้แล้วเชิญเลย เรื่องของผม ในครั้งนี้มันไม่ใช่เป็นเรื่องเฉพาะในเรื่องของการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างเดียว เพราะว่า เป้าประสงค์ของเราในครั้งนี้ก็คือในเรื่องของการนําทะเลไทยของเราก้าวรุกไปข้างหน้า เรากําลังพูดถึงเรื่องปัญหาต่าง ๆ มากมาย ที่สําคัญที่สุดที่เราพูดกันถึงตอนนี้ก็คือปัญหา ปากท้องว่าประเทศไทยจะหาเงินจากไหน นั่นคือเป้าแรก ขณะเดียวกันปัญหาอีกประการหนึ่ง ที่เราเจอก็คือทรัพยากรธรรมชาติของเรากําลังเสื่อมโทรม สิ่งที่ผมกําลังจะพูดอยู่ในวันนี้ก็คือ การนํา ๒ อย่างมารวมกัน และทําให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง พร้อมแล้ว เอาแผ่นใสขึ้นมาได้เลยนะครับ
เพราะประเด็นที่เรากําลังจะพูดถึงอย่างแรกสุดก็คือการจัดเขตใช้ประโยชน์ ทางทะเล ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ใหญ่มาก เพราะว่าจริง ๆ แล้วมันจะสืบเนื่อง ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๘๗ เราก็ระบุตรงนี้ไว้ แล้วเรายังพูดถึงในเรื่องของพื้นที่คุ้มครอง ทางทะเลที่ท่านเกษมสันต์ก็ได้กรุณาอธิบายคร่าว ๆ มันจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะมาสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์แห่งชาติที่ทาง สปช. ของเราก็ผลักดันให้อยู่ในรัฐธรรมนูญด้วย ผมก็เลยยกทะเล ขึ้นมาโดยที่จะดําเนินการปฏิรูปตามรูปแบบนี้ เป้าหมายหลักของเราก็คือสมดุลอย่างที่ ท่านเกษมสันต์พูดไว้ ของการรักษาและการใช้ประโยชน์
เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรามีอยู่ตอนนี้คืออะไร เรามีกิจการทางทะเล เขาใช้คําว่า กิจการทางทะเล พื้นที่ ๓๘๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ผมเคยบอกแล้วนี่คือจังหวัดที่ ๗๘ เป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เรามีกิจกรรมต่าง ๆ มากมายมหาศาล ผลประโยชน์ แห่งชาติทางทะเลที่ผมเคยพูดถึงไป ๒๐ กว่าล้านล้านบาท แต่ตอนนี้เราเน้นหลักก็คือ การท่องเที่ยว การประมง ขนส่งและพลังงาน ๔ กิจการหลักนี้เราเห็นได้ชัดเจนว่า กิจการ ที่รัฐบาลเขาบอกอยู่เป็นประจําว่าเป็นเครื่องจักรตัวสุดท้ายของประเทศไทย ก็คือ การท่องเที่ยว ผมก็เลยยกการท่องเที่ยวขึ้นมาให้เราเห็นเป็นภาพ นี่เป็นข้อมูลล่าสุดที่เรา พูดคุยกับ ททท. แล้วก็กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามา ๓ จังหวัดอันดามัน ๓ จังหวัด เท่านั้น ก็คือกระบี่ ภูเก็ต พังงา ๓ จังหวัด ไตรมาสที่ ๒ มีนักท่องเที่ยว ๒๑ ล้านคน รายได้ มากกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓ จังหวัด ถ้าเกิดเอาทั้งอันดามันอย่างเดียวยังไม่ต้องพูดถึง อ่าวไทย ๑ ใน ๓ ของประเทศ รายได้จากการท่องเที่ยว แล้วถ้าเกิดรวมทั้งหมดนี่โอ้โหเกือบครึ่งหนึ่ง เพราะว่าตอนนี้เราเหลืออยู่อย่างเดียวจริง ๆ คือ การท่องเที่ยว ททท. ก็บอกชัดเจนว่าตั้งเป้าไว้ ๒๖.๕ ล้านคน แต่ตอนนี้เป้าใหม่ จะกลายเป็น ๓๐ ล้านคน แล้วภายในอีก ๕ ปีเชื่อไหมครับว่านักท่องเที่ยวจะเท่ากับจํานวนประชากร ประเทศไทย เพราะฉะนั้นนั่นล่ะคือพอยท์ (Point)
สิ่งที่เรากําลังจะพูดกันถึงก็คือเรื่องของปัญหา คือสิ่งที่เราได้ ผมพูดไปแล้ว แต่ปัญหาที่เราเกิดขึ้น ปัญหาชัด ๆ ผมดึงมา ๓ ประเด็นชัด ๆ ของทะเล ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ ปะการัง เดี๋ยวผมจะขยายความ
ปัญหาอันที่ ๒ ก็คือเรื่องประมงใบเหลือง ซึ่งทุกคนก็ทราบดีว่ามีปัญหา เป็นอย่างมาก ทั้งเรื่องแรงงานและเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ประเด็นนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ลงมาเป็นประธานเองเรื่องของประมงแห่งชาติ มีการติดดาวเทียมหรืออื่น ๆ อีกมาก อันนั้น ผมก็ให้รัฐบาลเขาจัดการกันไป เพราะว่าเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อน แล้วก็จะเกิดผลกระทบมาก ถ้าเกิดเราไม่สามารถจะแก้เปลาะนี้สําเร็จ เพราะว่าเราจะไม่สามารถส่งสินค้าทางทะเลของเรา ไปที่อียู (EU) ไปที่ต่าง ๆ ซึ่งพวกเราก็คงจะทราบกันดีแล้ว
ปัญหาอีกอันหนึ่งก็คือปัญหาระดับ ๓ ที่ทางคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูป การจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผมขอเรียกชื่อย่อ ๆ ว่าอนุ. ทะเล ก็แล้วกัน อนุ. ทะเลของเรามาจัดการก็คือเรื่องของระบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียม ระบบการจัดเก็บ ค่าธรรมเนียมในเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเล ก่อนที่เราจะเข้ามาจัดการ เราพบว่าตัวเลข ที่เกิดขึ้นมันน้อยกว่าความเป็นจริงค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นเราก็รณรงค์อยู่ตลอด ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างเกาะพีพี เกาะพีพีแต่ละวัน ค่าธรรมเนียมก็คือค่าธรรมเนียม เข้าอุทยาน นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเหยียบเกาะพีพี มาอ่าวมาหยา ถ้าเกิดต่างชาติผู้ใหญ่ก็ ๔๐๐ บาท เด็ก ๒๐๐ บาท คนไทย ๔๐ บาท เด็ก ๒๐ บาท คนไทยไม่มีปัญหาหรอกครับ เรามาพูดถึง ต่างชาติ ข้อมูลก่อนหน้านี้ก็คือชี้ไว้ว่ามีวันละ ๒๐๐ คน ซึ่ง ๒๐๐ คน กับอ่าวมาหยา มันเป็นไปไม่ได้ ผมขอทางหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวหรือใครต่อใครเขาก็มาบอกว่า หลายพันคนอาจารย์ เราก็พยายามที่จะผลักดัน แล้วทางกระทรวงก็ให้ความร่วมมือ ทางท่านรัฐมนตรีก็ให้ความร่วมมือ เราก็เลยปรับ จนตอนนี้ อาทิตย์ที่แล้วก็มีการเก็บค่าธรรมเนียมใหม่ จาก ๘๐,๐๐๐ บาทต่อวัน พุ่งกลายเป็น ๖๕๐,๐๐๐ บาท อย่าถามว่าก่อนหน้านั้นหายไปไหน สปช. มีหน้าที่ปฏิรูป ส่วนตรวจสอบนี้มีองค์กรอื่น แต่ ๘๐,๐๐๐ บาท วันเดียวพุ่งเป็น ๖๕๐,๐๐๐ บาท ๖๕๐,๐๐๐ บาทนั้นไม่จบ ถ้าเกิดจะเอาตัวเลขจริง ๆ ถ้าเกิดทาง การท่องเที่ยว ควรจะถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทด้วยซ้ํา จาก ๘๐,๐๐๐ บาท กลายเป็น ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทต่อวัน เราพูดถึงเกาะ ๆ เดียว เพราะฉะนั้น ๓๖๕ วัน เกาะพีพีเปิดตลอด ทั้งปี คิดเอาเองว่ากี่บาทที่หายไปสําหรับเข้าหลวง และมันไม่ใช่เข้าหลวงอย่างเดียว มันเข้า ท้องถิ่นด้วยครับ ๕ เปอร์เซ็นต์ของค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติทางทะเลเข้าท้องถิ่นหมด ผมคํานวณง่าย ๆ ว่าตอนนี้ตีเสีย ๖๐๐,๐๐๐ บาท ท้องถิ่นจะได้เงินเพิ่มปีละ ๑๐ ล้านบาท สําหรับกระบี่ เพราะว่าถ้าเกิดฟูล (Full) เต็มที่ปีละ ๕๐ ล้านบาท ท้องถิ่นกระบี่ เฉพาะเกาะพีพี ที่เดียว ยังไม่พูดถึงเกาะลันตา เกาะสิมิลัน อ่าวพังงา อื่น ๆ อีกมาก เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ ทางสภาปฏิรูปแห่งชาติของเราก็ขับเคลื่อนเข้าไปได้เยอะแล้ว ก็ต้องเดินหน้าต่อไป
ผมกลับมาที่แผ่นต่อไป เราจะเห็นได้ชัดเจนว่าปัญหาที่ผมบอกไว้เรื่องปะการัง กราฟแท่ง ๓ กราฟ ง่าย ๆ เลยครับ เข้าใจง่ายมาก แท่งแรกก็คือช่วงปีที่ ๑ ปี ๒๕๓๘-๒๕๔๑ เห็นไหมครับ นั่นคือปะการังเรามีเยอะแยะ ก็ยังมีพอ ว่าง่าย ๆ ช่วงปีที่ ๒ ก็ยังโอเค (OK) อยู่ ปี ๒๕๔๙-๒๕๕๑ ช่วงที่ ๓ หดจู๋ลงปุ๊บเดียว นั่นก็คือช่วงปี ๒๕๕๔-๒๕๕๘ หายเกือบหมด เพราะฉะนั้นตรงนี้ กรณีศึกษาง่าย ๆ ที่ทางสภาปฏิรูปแห่งชาติเราเข้าไปทํา ผมก็เดินทางไปที่ เกาะตาชัยหลายครั้งแล้วก็จุดประเด็นขึ้นมาว่า ปัจจุบันนี้เกาะตาชัยเคยระบุไว้ว่า ให้เที่ยวได้ ทีละ ๗๐ คน แต่ปรากฏว่ามา ๑,๐๐๐ กว่าคน ตัวเลขมันคนละตัวเลขกับแผนแม่บท ที่เขียนไว้ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เราก็พยายามไปผลักดัน ในที่สุด เราก็พบว่าปะการัง คือถ้าเกิด ๗๐ คน แล้วมา ๑,๐๐๐ กว่าคน ถ้าปะการังมันไม่ตาย เราก็ไม่เดือดร้อนหรอกครับ แต่มันตายไป ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เสียหายเพราะการทิ้งสมอ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วเกาะตาชัยเป็นเกาะสุดท้ายของประเทศไทยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้น มันมีปัญหาและผลกระทบและการติดตามตรวจสอบมันก็ยังไม่มีรูปแบบ เพราะฉะนั้น ผมอยากดูภาพรวมครับ
ภาพนี้ก็คือสมดุล ๓ ทางที่เราพูดกันอยู่เป็นประจํา มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน มั่นคง ผมมั่นใจว่าสภาความมั่นคงแห่งชาติเขาก็ดูแลเรียบร้อยแล้ว มั่งคั่งผมก็มั่นใจว่าเรามี สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แต่คําว่า ยั่งยืน ที่เราพูดอยู่นี้เรามีอะไร อย่างที่ท่านเกษมสันต์พูดอยู่ว่ามันควรจะมีเรื่องของสิ่งแวดล้อมเข้าไปเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ ในสภาพัฒน์หรืออะไรก็ว่าไป แต่ตรงนี้ผมทิ้งท้ายไว้ เพราะว่ามันไม่ใช่หน้าที่ของทาง อนุ. ทะเลอย่างเดียว มันเป็นส่วนร่วมของสภาใหญ่ของเราที่ต้องหาโจทย์มาตอบให้ได้ว่า ยั่งยืนคือหน่วยงานไหนหรืออะไรที่จะมาตอบโจทย์คําว่า ยั่งยืน เพราะมันไม่มีโจทย์ข้อนี้
ทางเรานี้เราพยายามจะเริ่มปฏิรูปโดยที่ดูเครื่องมือ เครื่องมือของเราก็มี กฎหมาย กฎหมายของเรา กฎหมายทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ร.บ. ประมง วันที่ ๒๔ มิถุนายน วันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒ กฎหมายนี้จะผ่าน สนช. เรียบร้อยแล้ว โปรดเกล้าฯ เรียบร้อย ๒ กฎหมายนี้จะสามารถปฏิบัติได้แท้จริงแล้วมีผลบังคับใช้ก็คือวันที่ ๒๔-๒๕ มิถุนายน จริง ๆ เดือนมิถุนายนเป็นเดือนที่มีความสําคัญอย่างมาก เพราะว่าเดือนนี้ วันศุกร์ที่ ๕ นี้ก็เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก วันที่ ๘ ก็เป็นวันทะเลโลก แล้วก็กฎหมายอีก ๒ ฉบับ ก็ออกมาในเดือนนี้พร้อมกัน พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ ท่านอรพินท์พูดไปถึงแล้วว่าจะมีการแก้ไข ซึ่งก็เกี่ยวข้องกับทะเล แล้วก็ พ.ร.บ. พื้นที่ คุ้มครองทางทะเล
ผมประชุมและพูดคุย แล้วก็มีโอกาสไปพูดคุยกับหลายด้าน อย่างผม ยกตัวอย่าง อย่างการท่องเที่ยว ผมก็ถามการท่องเที่ยวเขาว่าเราพูดกันถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน อะไรคือดัชนีชี้วัดผล เขาก็บอกว่าจํานวนนักท่องเที่ยว ผมก็โอเค ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็เข้าใจ ค่าใช้จ่ายต่อหัวนักท่องเที่ยวผมก็เข้าใจ แต่นั่นคือคําว่า การพัฒนา แต่คําว่า อย่างยั่งยืน อะไรคือดัชนีชี้วัดว่ามันคืออย่างยั่งยืน ไม่มี แล้วพัฒนา การท่องเที่ยวและพัฒนาทุกอย่างเราใช้คําว่า อย่างยั่งยืน แต่เราไม่มีดัชนีชี้วัดว่าอะไรคือ อย่างยั่งยืน แล้วเราใช้คําว่า การพัฒนา การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือการพัฒนาประเทศ อย่างยั่งยืนได้อย่างไร ในเมื่อมันไม่มีดัชนีชี้วัด ท่านก็โอเค นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ รายได้เพิ่ม ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ปะการังที่มีชีวิตมีอยู่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่าเดิม เท่ากับปีที่แล้ว เท่ากับปีก่อนหน้านี้ เข้าใจ นั่นคืออย่างยั่งยืน แต่ตอนนี้ไม่มีตัวเลข แล้วตัวเลข ที่เราได้มาจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็เห็นชัดเจนว่ามันไม่ยั่งยืน แน่นอน มันกําลังสู่สวรรค์ เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากให้คําว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นความจริง เราต้องเอาดัชนีชี้วัดตรงนั้นมาให้ได้
เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ของเราในเรื่องของการจัดการ ในแต่ละเรื่องผมก็พูด ไปแล้ว ผมขอเอาความจริงมาพูดกันเลยดีกว่า เป้าหมายของเรา เราไม่พูดกันถึง คือผมทํางาน ปกติผมไม่ค่อยพูดถึงเรื่องหลักการอะไรมากมาย เพราะว่าท่านเกษมสันต์และใครก็พูดไปแล้ว ผมเอาของจริงมาเพื่อขอความคิดเห็นจากสภาในวันนี้กันเลย เอาชัด ๆ อนุ. ทะเลของเรา ตั้งขึ้นมาเลย เป้าว่าการท่องเที่ยวของเราเองตอนนี้เราก็ไม่ค่อยมีอะไรจะเหลือ แล้วก็ยุทธศาสตร์ ของเราก็ยังไม่ชัดเจน อันนี้ก็คุยกับทางอนุ. ท่องเที่ยวหลายต่อหลายครั้ง แล้วก็ปรึกษา เป็นการส่วนตัว แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องไปตามนี้ อันนี้คือการนําเสนอให้สภา เห็นภาพซึ่งจะเกี่ยวข้องกับทั้ง สปช. จังหวัด เกี่ยวข้องกับทั้งอนุท่องเที่ยว อนุ. อื่น ๆ เต็มไปหมด ประเทศไทยจําเป็นต้องมียุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเชิงรุกอย่างชัดเจนที่สุด เราตั้ง ๔ ทัพทะเลไทย ๔ ทัพทะเลไทยคือเอาการท่องเที่ยวของเราทางทะเล เข้าไปเป็นแนวรุก แล้วมันเป็นได้ไหม เป็นได้แน่นอน เพราะว่ารายได้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ในปัจจุบันเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นจาก การท่องเที่ยวทางทะเล แล้วทุกอย่างนี้ประเทศไทยกําลังฝากความหวังกับเครื่องจักร ตัวสุดท้าย ก็คือการท่องเที่ยวทางทะเล เพราะฉะนั้น ๔ ทัพทะเลไทยก็คืออะไร อันดามัน มรดกโลก เกาะสมุยและเกาะข้างเคียง เกาะช้างและพื้นที่ฝั่งตะวันออก อ่าวไทยตอนใน เดี๋ยวผมโชว์ภาพต่อไปในรายละเอียด อันดามันมรดกโลก สปช. ผลักดันเป็นวาระ ควิกวิน (Quick Win) อันดับที่ ๒ เราก็ดําเนินงานต่อไปเรื่อย เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ๖ จังหวัดอันดามัน เรามีจุดขายชัดเจนของอันดามันมรดกโลกก็คือระดับโลก เราก็จะไปสู้กับ คนอื่นเขา เออีซี (AEC) กําลังจะเปิด เราพูดเรื่องการท่องเที่ยว พูดกันไปเถอะ และอะไรคือ อาวุธในการต่อสู้ เพราะฉะนั้นที่ชัดเจนที่สุดเราต้องผลักดันอันดามันเป็นมรดกโลกเพื่อให้เป็น หัวหอกในการต่อสู้ ประเทศมาเลเซียก็มีเขตมรดกโลกทางทะเล ประเทศพม่ากําลังจะ ประกาศอยู่แล้ว เรายังไม่มีอาวุธ เราประกาศได้อย่างไร อเมซิง (Amazing) อเมซิง อเมซิงอะไร เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คืออันดามันมรดกโลกที่จะต้องผลักดัน แต่การผลักดันครั้งนี้ มันแตกต่างกับการผลักดันครั้งก่อน เพราะว่าเราต้องมีฐานทรัพยากร เห็นไหมครับ ผมเขียนคําว่า ฐานทรัพยากร เราไม่สามารถจะไปดูแลสิ่งแวดล้อมได้ทุกอย่างมันก็กลับมาที่ แป๊ะเอี่ยอันเดิม ก็คือเราไม่สามารถโน่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นแต่ละยุทธศาสตร์ แต่ละกองทัพต้องมีทรัพยากร พระนเรศวรจะตีอะไรท่านก็หันมาดู เสบียงว่าท่านมีแค่ไหน มันก็เหมือนกันทั้งนั้น ของเราตีอย่างเดียว เราไม่เคยดูเสบียง เพราะฉะนั้น ฐานทรัพยากรที่ต้องทําตรวจสอบและติดตามให้ชัดเจนว่ามันไม่ลดถอยลงก็คืออันดามัน มรดกโลก การท่องเที่ยวเข้ามา แต่ปะการังห้ามลดลง ถ้าเกิดปะการังลดลง ไม่ว่ารายได้ จากการท่องเที่ยวเท่าไรถือว่าแผนนี้เจ๊งตั้งแต่ต้น ฐานทรัพยากรก็คือปะการัง สําหรับอันดามัน มรดกโลก เป้าหมายหลักของเราก็คือการท่องเที่ยวทางทะเล ทางหมู่เกาะสวยงามโดยที่มีแนวปะการัง เป็นเชิงรุก
ต่อครับ นั่นก็คือแผนที่ผมเอามาให้ดู แผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม ด้านบน ด้านล่าง อันที่ ๒ อันดามันมรดกโลก เราใช้คําว่า อันดามัน เดอะ เวิลด์ เฮอริเทจ (Andaman the World Heritage) เกาะสมุยและหมู่เกาะข้างเคียงเราใช้คําว่า สมุย แอนด์ บียอน (Samui and beyond) เกาะสมุยและหมู่เกาะข้างเคียงจะเห็นได้ว่ามีจังหวัดต่าง ๆ จังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่ากันไป จุดขายของแต่ละทัพ ต้องแตกต่างกัน เราต้องไม่ทํายุทธศาสตร์ทับกัน จุดขายของเราก็คือพักผ่อน ทิวทัศน์ แหล่งดําน้ํา ฐานทรัพยากรที่สําคัญที่สุดก็คือหาดทราย เพราะคนไปเกาะสมุยไปพักผ่อนตามหาดทราย ซึ่งประเด็นนี้ก็จะไปเกี่ยวข้องกับการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ในพื้นที่ของจังหวัดสงขลา ส่วนวงเล็บที่ผมวงเล็บไว้ข้างหลังนั่นก็คือฮับ (Hub) ของการเดินทาง ซึ่งกําลังจะเกี่ยวกับโลจิสติกส์ (Logistics) ก็คือเกาะสมุย สนามบินสมุย จังหวัดนครศรีธรรมราช สนามบินนครศรีธรรมราช อันนั้นก็คือแนวทางของเรา เพราะฉะนั้น เราต้องแก้ทรัพยากรให้ได้ ก็คือหาดทรายต้องเลิกการกัดเซาะ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็จะมี พ.ร.บ. ทช. เอามาแก้ปัญหาเรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง เพิ่มจุดฐานเสริมเมืองนาคา อันนี้ก็ไปเกี่ยวข้องกับ ปฏิรูปพลังงาน เพราะว่าเราก็มีแนวคิดในการนําแท่นขุดเจาะที่เลิกการใช้แล้วและ ไม่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสปิโตรเลียมนํามาใช้ในการสร้างแหล่งดําน้ําที่มนุษย์สร้างขึ้น เพราะเฉพาะเกาะเต่าแห่งเดียวปีละ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน นักดําน้ํา ดําน้ําลึก เป็นจุดที่มี นักดําน้ํามามากที่สุดในโลก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน เพราะฉะนั้นตรงนี้มันดําไม่หมดแล้ว คือ ปะการังมันทุกตารางนิ้วแล้วเราก็ต้องพยายามหาแนวเสริมขึ้นมา นั่นก็คือแนวเสริม ถ้าเกิดแนวเสริมได้ด้านนี้มันก็จะเป็นยุทธศาสตร์ที่ขับเคลื่อนไปพร้อมกัน เพราะฉะนั้น เรื่องของกิจการดําน้ําท่าน สปช. หลายท่านก็มาคุยกับผม อาจารย์สุชาติก็มาคุย เรากําลัง ดําเนินอยู่ในเรื่องของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม นี่เราคุยหมดแล้ว อีกหน่อยในอนาคตที่สําคัญที่สุดก็คือว่าเอานักท่องเที่ยวมาแค่ไหน คําถามสําคัญมันสําคัญกว่านั้นคือเงินมันตกอยู่กับประเทศแค่ไหน การดําน้ํา ผมบอกได้เลย ตกอยู่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ส่งเสริมแทบตาย ดูแลทรัพยากรแทบตายเงินเข้าประเทศไทย ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือหัวแดง หัวดําเอาไปกินหมด แล้วจะส่งเสริมทําไม แล้วจะเอาเงิน ทั้งประเทศ เอาเงินคนเชียงใหม่ คนน่านไปรักษาปะการังให้คนต่างชาติมาหาประโยชน์ มันเจ๊ง เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องเป็นจุดพลิกผัน เรากําลังดําเนินการอยู่ว่าต้องมีใบอนุญาตดําน้ํา ใบอนุญาตการประกอบการท่องเที่ยว อันนั้นว่ากันไป อันนั้นผมแสดงภาพให้เห็น อันนี้ก็คือ พื้นที่เห็นไหมครับ เกาะสมุยไม่ใช่หมายความว่าเกาะสมุยอย่างเดียวนะครับ เกาะสมุย หมู่เกาะอ่างทอง ขึ้นไปจนถึงเกาะพะงัน เกาะเต่า เข้ามาที่จังหวัดชุมพร ทางด้านใต้ก็ลากมา ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ตรงมาถึงจังหวัดสงขลา เพราะว่าตรงนั้นมีปัญหาในเรื่อง การกัดเซาะชายฝั่งอย่างมาก ทั้งที่เรามีหาดสวย ๆ อยู่หลายแห่ง แล้วถ้าเกิดเป็นอย่างนี้ ต่อไปอีก ๕ ปี ผมรับประกันได้ว่าหาดทั้งหมดจะกลายเป็นเขื่อนกันคลื่น แล้วมันจะเที่ยวกัน อย่างไร มันเขื่อนกันคลื่น เพราะฉะนั้นตรงนั้นเป็นประเด็นที่ต้องจัดการให้ได้ ๕๐๐ กิโลเมตร ที่จะเป็นเขื่อนตอนนี้ละ
เกาะช้างและหมู่เกาะภาคตะวันออก จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จุดขายของเราจะไม่ทับกัน ซีฟูด (Seafood) เพราะฉะนั้นซีฟูดสําคัญมาก แล้วก็วิถีไทย ซีฟูดจะเกี่ยวอะไร คลีน เวลธ์ (Clean wealth) ซึ่งต้องมาควบคุมคุณภาพน้ําให้ได้ เพราะฉะนั้นคุณภาพน้ําเกาะช้าง คุณภาพน้ําที่จังหวัดจันทบุรีต้องคุมให้อยู่ การประมง ก็ต้องมูฟ (Move) ในเรื่องของการเพาะเลี้ยงชายฝั่งไปทางนั้น เพราะว่าตอนนี้เราเพาะเลี้ยง ชายฝั่งกันในอ่าวไทยรูปตัว ก อ่าวไทยตอนใน น้ําเสียน้ําจืดลงมาชาวประมงก็เดือดร้อน เราก็ต้องไปด้วยกัน พยายามขายทรัพยากรที่จะไปด้วยกันให้ได้ รายละเอียดของนี่ก็คือ เราใช้ภาพถ่ายดาวเทียมในการวิเคราะห์เพื่อที่จะจัดทัพแต่ละทัพ ถ้าเกิดใครสนใจผมมี ภาพละเอียดก็มี แนวละเอียด แนวหยาบ เกาะสมุย เกาะช้าง มีทุกแห่งเพื่อที่ว่าจะจัดทัพทั้งที มันต้องมีรายละเอียด ต้องมีข้อมูลทางวิชาการ มีอะไรชัดเจน อันนั้นก็คือทัพเกาะช้าง
ทัพสุดท้ายก็คืออ่าวไทยตอนใน อ่าวไทยตอนในที่รวมพื้นที่ทั้งหมด เป้าหมาย หลักของเราก็คือจุดขายที่ชัดเจน สีสัน โรแมนติก ดูวาฬ ๓ เรื่อง อ่าวไทยรูปตัว ก สีสัน คืออะไร พัทยาไล่มาทางจอมเทียม นั่นคือสีสัน โรแมนติกคืออะไร รอยัล โคสท์ (Royal coast) พูดกันมานานมากแล้ว จังหวัดเพชรบุรี ยาวเหยียดลงมาถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อันนี้ก็พูดกันมานาน วงตรงกลางนั้นก็คือวงของบรูด้า ซึ่งเราก็พยายามที่จะผลักดัน เมื่อครู่ ก็คุยกับท่านปลัดว่าถ้าเป็นไปได้เราจะผลักดันบรูด้าให้เป็นสัตว์สงวนอันดับที่ ๑๖ ของประเทศไทย ต่อจากพะยูน เพราะว่าบรูด้ามีน้อยกว่าพะยูนด้วยซ้ํา เรามีข้อมูลวิชาการ เยอะแยะมากมาย
กิจการอย่างนี้ใครก็อยากไปดูตอนนี้ความนิยมของการไปดูวาฬประเทศไทย เพิ่มขึ้นอย่างมาก เพียงแต่ว่าเรายังไม่มีการจัดการที่เป็นระบบ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ เมื่อทําจัดทัพ ๔ ทัพเสร็จแล้ว จะเห็นว่า ๔ ทัพของเรานี้ไม่ใช่เป็น ๔ ทัพที่ไปกันเฉย ๆ ชิว ๆ นะครับ เป็น ๔ ทัพที่วางแผนการจัดการต่าง ๆ ไว้แล้ว
แผ่นสุดท้าย เราจะเห็นได้ว่าในแผ่นสุดท้าย ๔ ทัพของเราจะเห็นได้ว่า มันมี ทั้งเรื่องของการพัฒนา มันมีทั้งเรื่องของความยั่งยืนที่ต้องมีดัชนีชี้วัดเป็นฐานทรัพยากร ที่ชัดเจน มันต้องไปคู่กัน มันต้องเป็นในเรื่องของแนวรุกที่สามารถพาทะเลไปข้างหน้า เพราะฉะนั้นเรื่องทั้งหมดที่ผมพูดมาไม่ใช่ว่าทะเลเรามีปัญหาแค่ไหน จะอนุรักษ์แค่ไหน แก้ปัญหาอย่างไร นั่นไม่ใช่ เพราะสิ่งที่ประเทศไทยต้องการในวินาทีนี้คือปากท้องประชาชน ขับเคลื่อนไปข้างหน้า หาเงินเข้าประเทศ ท่องเที่ยวคือการกระจายรายได้ที่ดีที่สุด แต่ทั้งหมด ที่ผ่านมาเราพลาดไปข้อเดียวเท่านั้นคือคําว่า ยั่งยืน เพราะฉะนั้นการปฏิรูปทั้งหมดของทะเล ก็คือจะเติมคําว่า ยั่งยืน กลับเข้าไปเพื่อที่จะทําให้มันเกิดสมดุล ผลิตรายได้ กระจายรายได้ ประชาชนปากท้อง และที่ลืมไปตลอดก็คือยั่งยืน ตรงนี้ก็คงจะต้องขอความเห็นจาก ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน เพราะว่าทะเลมันลามไปทุกแห่ง แล้วก็ถ้าเกิดมีอะไร จะคุยกันข้างหลัง หรือจะครอส คัทติง (Cross cutting) มีอีกหลายหน่วยงานที่ต้องไป เกี่ยวข้องด้วย ขอบคุณครับ