สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๔๒ · ๒ มิถุนายน ๒๕๕๘

เกษมสันต์ จิณณวาโส หารือเรื่องการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม และเรียกร้องให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้ทรัพยากรอย่างไม่เหมาะสม นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ และเรียกร้องให้มีการจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง

นายเกษมสันต์ จิณณวาโส กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านสมาชิก และท่านกรรมาธิการ ซึ่งร่วมอยู่ในคณะจัดทํารายงาน การปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนอื่นผมขออนุญาตกราบเรียนต่อที่ประชุมว่า ในวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ที่เราใช้ชื่อว่า ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร ในความเป็นจริงนั้น ก็คือเป็นการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป ซึ่งในการนําเสนอต่อสภา ในวันนี้เป็นการนําเสนอสาระสําคัญ ประเด็นปัญหา แล้วก็จะมีท่านกรรมาธิการได้กล่าวถึง ในมาตรการที่ลงลึกในรายละเอียด

ในหลักการและเหตุผลของการจัดทํารายงานฉบับนี้ ผมขออนุญาต กราบเรียนว่าเราได้รวบรวมข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่ง แล้วก็ได้มาทําการศึกษา แล้วก็ วางกรอบในภาพรวม เพราะฉะนั้นคาดว่าประเด็นทั้งหมดน่าจะมีความครอบคลุม ในรายทรัพยากร ทางด้านทรัพยากร และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสิ่งแวดล้อม

ภาพรวมโดยทั่วไปที่ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อที่ประชุมก็คือว่า ในระยะเวลาที่ผ่านมานั้นเราทราบดี เรามีการใช้ประโยชน์เรื่องทรัพยากรเกินศักยภาพ ใช้มากก็ก่อให้เกิดผลกระทบ การจัดการที่ผ่านมาก็อาจจะเป็นประเด็นปัญหาทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน แม้แต่ประเด็นที่เรามักจะมีข้อโต้แย้งหรือถกเถียงกัน ก็คือเรื่องของความขัดแย้ง ที่มักจะเกิดขึ้นจากการใช้ทรัพยากรทางด้าน ดิน น้ํา ป่า แร่ พลังงาน ทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในภาพรวมและรายสาขา

ประเด็นที่ผมอยากจะนําเรียนถ้าท่านกรรมาธิการหรือท่านสมาชิกจะกรุณา ดูจากเพาเวอร์พอยต์ที่เจ้าหน้าที่จะฉายประกอบนั้น เราก็จะเห็นว่าในการจัดการ เรื่องทรัพยากรที่ดินที่ผ่านมาเราก็มีใช้ประโยชน์มาก เพราะว่าเมื่อใช้ประโยชน์มาก เกิดคุณภาพเสื่อมโทรม ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือเรื่องของการถือครองที่ดินที่อาจจะนําไปสู่เรื่อง ของการใช้สารเคมี คือการใช้สารเคมีไม่ว่าจะปุ๋ยหรือสารเคมีอื่น ๆ นั้น เกินความจําเป็น ก่อให้เกิดผลกระทบเป็นอย่างมาก ในด้านทรัพยากรป่าไม้ ในอดีตเราจะพบว่าพื้นที่ป่า มีประมาณ ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของประเทศขณะนี้ก็ลดลง เพราะฉะนั้นเมื่อพื้นที่ป่าไม้ลดลง เราก็ยังเผชิญกับปัญหาอื่น ๆ มากมาย เช่น เรื่องของการบุกรุกการตัดไม้ การลักลอบฆ่าสัตว์ หรือแม้แต่ประเด็นในเรื่องของที่เป็นเรื่องงานในทางปฏิบัติอยู่ขณะนี้ ก็คือเรื่องของกลไก ในการพิสูจน์การถือครองที่ดิน ก็คือเครื่องมือที่ใช้ในการพิสูจน์สิทธิ การบุกรุกที่ดินป่าไม้นั้น ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ ซึ่งเราเรียกว่าเป็นเรื่องของความหลากหลาย ทางชีวภาพ ประเด็นของความหลากหลายทางชีวภาพนั้นเราก็พบว่าการใช้ประโยชน์ หรือการล่าทําให้เกิดการสูญพันธุ์ ผลกระทบที่เป็นปัจจัยคุกคามอีกประการหนึ่ง ก็คือว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศซึ่งมีผลกระทบเป็นอย่างมาก อุณหภูมิของโลก ที่เปลี่ยนแปลงไป ๑ องศา จะมีชนิดพันธุ์ที่ล้มหายตายจาก รวมทั้งมีที่เกิดใหม่ เกิดจากการแปรสภาพ เกือบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นมันก็ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมากมาย

สิ่งที่สําคัญที่สุดที่เราพูดถึงกันในเรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพก็คือ ประชาชน พี่น้อง หรือแม้แต่หน่วยงานของภาครัฐ เราก็จะพูดถึงประเด็นที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องของการเข้าถึงแหล่งที่เป็นแหล่งพันธุกรรม แหล่งที่มีชนิดพันธุ์หรือมีความหลากหลาย ทางชีวภาพที่สามารถนํามาใช้ประโยชน์ก่อให้เกิดมูลค่าทําในเรื่องของการผลิตยา หรือแม้แต่ เมื่อเกิดประโยชน์แล้วนั้นเราจะปกป้อง จะคุ้มครองหรือเราจะแบ่งปันเพื่อให้กลับมาฟื้นฟู แหล่งทรัพยากรต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างไร

อีกประเด็นหนึ่งที่อยากนําเรียนก็คือว่าน้ําก็เป็นปัจจัยที่สําคัญที่อยู่คู่กับป่า ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องทรัพยากรน้ํามีอยู่ ๓ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของปริมาณน้ําที่มีมากก็คือน้ําท่วม

เรื่องที่ ๒ ก็คือการขาดแคลนน้ําหรือภัยแล้ง

เรื่องที่ ๓ ก็คือเป็นเรื่องของคุณภาพน้ํา

ซึ่งประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้จะเกิดขึ้นในพื้นที่ที่แตกต่างกัน ท่านคงเคยได้ยินได้ฟังว่า ในแต่ละปีนั้นมีปริมาณฝนตกในประเทศโดยเฉลี่ยประมาณ ๑,๒๐๐-๑,๓๐๐ มิลลิเมตรต่อปี เรามีลานอฟเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ปริมาณกักเก็บที่เอามาใช้ประโยชน์มีได้ไม่มากนัก

ประเด็นปัญหาเรื่องภัยแล้งที่เกิดขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เราก็จะเจอปัญหาเรื่องแล้งซ้ําซาก มีระบบการให้บริการทางภาครัฐในเรื่องการบริหารจัดการน้ํา การกระจายน้ําไปยังชุมชนหรือแม้แต่ในกิจกรรมทางการผลิตต่าง ๆ อาจจะยังไม่ทั่วถึง

ประเด็นต่อมาที่หลายคนได้รับผลกระทบกันมากเมื่อช่วงที่ผ่านมา ก็คือ เรื่องของน้ําท่วม ซึ่งภัยของน้ําท่วมนั้นจะเกิดเป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะบางปี ก็เกิดทั้งภัยแล้ง และน้ําท่วมซ้ําซ้อน บางทีเกิดภัยแล้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกิดน้ําท่วมในภาคใต้ ตรงนี้ก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงหรือการใช้ประโยชน์ทรัพยากรของประเทศ ซึ่งปัจจัยพื้นฐานนั้นมาจากคนทั้งหมดนี่ล่ะครับ

เรื่องต่อมาที่อยากจะนําเรียนก็คือว่าสิ่งที่มีความสําคัญมากที่สุด มีความสะอาด มีมูลค่าสูง ก็คือการที่เราพูดถึงการใช้น้ําบาดาล เพราะฉะนั้นการใช้น้ําบาดาลจะต้องใช้ควบคู่ไปกับ เรื่องของปริมาณน้ําท่าหรือน้ําผิวดิน สิ่งที่สําคัญก็คือว่าใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์ แล้วมีประสิทธิภาพสูงสุด

ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าหลังจากที่เราดูทรัพยากรอื่น ๆ แล้ว เราก็จะมาดู เรื่องทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ประเทศไทยมีชายฝั่งยาวประมาณ ๓,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ความแตกต่างระหว่างฝั่งอันดามันกับอ่าวไทยมีสภาพความแตกต่างที่ไม่เหมือนกัน เนื่องจาก ธรณีสัณฐานของประเทศไทยในฝั่งอันดามันจะเป็นร็อก ฟอร์ม (Rock form) เสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นผลกระทบที่เกิดขึ้นจะมีน้อยกว่าฝั่งอ่าวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ กัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ที่เป็นเขตเศรษฐกิจ หรือเป็นชุมชน หรือเป็นเมือง

ปัญหาที่จะเกิดขึ้นแล้วเรามักจะพบเห็นกันอยู่เสมอในฝั่งที่เกี่ยวข้องกับทางทะเล อีกประการหนึ่งก็คือเรื่องขยะ เรื่องการบุกรุก การใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลน การทําประมง ที่ผิดกฎหมาย หรือความเสื่อมโทรมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เราพูดถึงเรื่องของ ปะการังฟอกขาวในช่วงปี ๒๕๕๓ ต่อปี ๒๕๕๔ เมื่อกลับมาดูทรัพยากรอื่น ๆ ก็มีเรื่องของแร่ แร่เราดู ๒ เรื่อง ใช้วันนี้นําเข้า ไม่ใช้วันนี้เก็บไว้ใช้วันหน้า เพราะฉะนั้นการนําแร่ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สําคัญของประเทศมาใช้ประโยชน์นั้นก็คงต้องมาชั่งน้ําหนักแล้วก็มาดูว่า ระหว่างยูซ (Use) กับนอนยูซ แวลู (Nonuse value) นั้น อันไหนที่จะคุ้มค่ามากกว่ากัน

เรื่องที่สําคัญที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันในเรื่องของทรัพยากรก็คือเรื่องพลังงาน ประเทศไทย รวมทั้งสภาแห่งนี้ก็ได้มีการหารือ ได้มีการพูดจาเรื่องประเด็นของพลังงาน พลังงานก็ยังเป็นเรื่องที่สําคัญ ส่วนใหญ่เรายังนําเข้านโยบายหลัก ก็คือพยายามพัฒนาเรื่อง พลังงานทดแทนเข้ามา

ตอนนี้เราจะข้ามฟากไปถึงประเด็นทางด้านสิ่งแวดล้อม เพราะว่าคําว่า ทรัพยากรมาคู่กับสิ่งแวดล้อม ปัญหาซึ่งเป็นเรื่องนโยบายที่สําคัญของรัฐบาลชุดนี้ ก็คือเรื่อง การจัดการขยะมูลฝอย เราจะพบว่าปริมาณขยะมีเพิ่มขึ้นทุกวัน มีการลักลอบทิ้งขยะ อุตสาหกรรม มีขยะติดเชื้อ มีขยะที่มาจากผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายที่เราไม่ใช้ หรือหมดสภาพ พวกนี้ก็จะก่อให้เกิดผลทั้งทางตรงและทางอ้อม

ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมที่ผมอยากนําเรียนต่อมาก็คือเรื่องของ อากาศและเสียง อากาศและเสียง ส่วนใหญ่เรามักจะพูดกันเรื่องของฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่มีผลกระทบเช่นพีเอ็มเท็น (PM10) ในเขตอุตสาหกรรมหรือในเขตเมือง พวกนี้จะก่อให้เกิด ผลกระทบเป็นอย่างสูง หรือแม้แต่บางกรณีที่เกิดจากการเผาพื้นที่ซากตอซัง หรือแม้แต่ การเผาป่าก็ก่อให้เกิดหมอกควัน ในหมอกควันก็มีพีเอ็มเท็นซึ่งเราจะดูภาพได้ ขนาดของ พีเอ็มเท็นเล็กกว่าเส้นผมมาก เพราะฉะนั้นเราก็จะมองไม่เห็น แต่สิ่งที่มีผลกระทบก็คือ เรื่องของสุขภาพ

ประเด็นที่ผมอยากนําเรียนต่อมา ก็คือเรื่องของการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ ๒๒ ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาก แต่เราเป็น ประเทศที่อยู่ในนอน แอนเน็กซ์ วัน (Non annex 1) ไม่ได้ถูกบังคับ แต่เราก็มีการจัดทํา เนชันนอล คอมมูนิเคชัน (National communication) รายงานถึงการดําเนินงาน ตามพันธกรณีอย่างสม่ําเสมอ แล้วก็มีการร่วมประชุม มีการจัดทํามาตรการต่าง ๆ ปัจจุบันไม่ว่า จะเป็นเรื่องของกลไกการพัฒนาที่สะอาดหรือเปลี่ยนแปลงมาเป็นลักษณะของโวลันทารี (Voluntary) ขณะนี้ก็ดําเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหน้าที่ขององค์การจัดการก๊าซเรือนกระจก ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ประเด็นที่ผมอยากนําเรียนก็คือว่าหลังจากที่เราพูดถึงก๊าซเรือนกระจก มันก็กระทบเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ คือเรื่องของสิ่งแวดล้อมเมืองและชุมชน พวกนี้ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพของการใช้ประโยชน์ที่ดินในเมืองก็ก่อให้เกิดผลกระทบ สิ่งที่เราอยากนําเรียนก็คือว่าปัญหาสําคัญที่เรามักจะพูดถึงก็คือพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง ปัญหามลทัศน์ เช่นป้ายโฆษณาที่วางระเกะระกะ ทางสํานักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็เคยเสนอเป็นแนวทางต่อคณะรัฐมนตรี เป็นแนวทาง การปฏิบัติ ก็ให้มีการจัดการโดยเฉพาะป้ายซึ่งผิดกฎหมายมีจํานวนมากมาย

เรื่องสุดท้ายของประเด็นทางด้านสิ่งแวดล้อมที่เราอดกล่าวถึงไม่ได้ก็คือ สิ่งแวดล้อมที่อยู่กับธรรมชาติและศิลปกรรม สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมในภาษา คนที่ทํางานด้านนี้เราเรียกว่า สิ่งแวดล้อมมนุษย์ คือสิ่งที่คนสร้างขึ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่า คนไปรุกแหล่งซึ่งเป็นแหล่งอันควรอนุรักษ์ เช่นพื้นที่ที่เป็นมรดกโลกก็ดีเข้าไปใช้ประโยชน์ พวกนี้มันก็เกิดผลกระทบ การจัดการไม่ดีก็ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรม เพราะฉะนั้น ในการจัดการทางด้านนี้จะต้องดูควบคู่กันไป เช่นเรื่องของการทําเป็นแหล่งท่องเที่ยวก็ต้องดู ควบคู่ไปกับเรื่องของการจัดการ ทีนี้ผมอยากจะขออนุญาตสภาว่ากระบวนการหรือขั้นตอน ในการศึกษา ผมขออนุญาตที่ประชุมว่าคงไม่ต้องลงไปในรายละเอียด แต่อยากจะนําเรียน ต่อที่ประชุมว่าจากประเด็นปัญหาที่กล่าวถึง ถ้าเรามาดูหลักการในการบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติที่ผมได้นําเสนอไว้ในหัวข้อ ๔.๒ ในเพาเวอร์พอยต์ ถ้าท่านสมาชิก กรุณาดูข้ามไปหน่อย หลักการจัดการเรายึดแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน การพัฒนาใด ๆ ก็ยังต้องยึดการพัฒนาที่เน้นไปให้ความสําคัญกับเรื่องของระบบนิเวศของพื้นที่ มาตรการ ที่เรานําเสนอไว้เป็นเรื่องของการกําหนดแนวทางการจัดการนั้นเราก็พูดถึงเรื่องของ การป้องกันไว้ล่วงหน้า หมายความว่าไม่มีมาตรการใดที่แก้ปัญหาได้โดยเบ็ดเสร็จ แต่มาตรการหรือวิธีการที่เขาจะเข้ามาจัดการในเรื่องของการพัฒนากลไกหรือการบริหารจัดการนั้น จะช่วยในเรื่องของการแก้ไข เยียวยา บรรเทาและป้องกัน นี่คือสิ่งที่มันเป็นหัวใจสําคัญ ที่ทําให้เกิดกระบวนการพัฒนาที่ยั่งยืน สิ่งที่เรามองข้ามไม่ได้ก็ยึดหลักคนที่ได้ประโยชน์ หรือคนที่ก่อให้เกิดมลพิษก็ต้องเข้ามาออกค่าใช้จ่ายในการจัดการ รัฐ เอกชน ชุมชน ต้องร่วมกันบริหารจัดการอย่างมีธรรมาภิบาล โดยให้กลไกของชุมชนภาคีการพัฒนาทั้งหลายเข้ามามีส่วนร่วม ในประเด็นที่อยากจะนําเรียน ก็คือเป็นภาคบังคับ ถ้าเราดูจากโฟลว์ชาร์ท (Flowchart) ที่เป็นข้อเสนอในการปฏิรูป ตรงนี้เป็นภาคบังคับซึ่งเหมือนกับการวิเคราะห์ สวอท แอนาลิซิส (SWOT Analysis) ซึ่งเราก็จะพบว่าในภาคบังคับนั้นอยากจะรู้ว่าอะไรคือกลไกในการเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นพาย ชาร์ท (Pie chart) เมื่ออะไรเป็นกลไกเราจะปฏิรูปองค์กรหรือโครงสร้างอย่างไร เครื่องมือซึ่งเป็นข้อเกี่ยวข้องกับเรื่องของกฎหมายระเบียบข้อบังคับหรือแม้แต่ความเป็น หุ้นส่วนหรือการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการร่วมกัน ตรงนี้ก็จะเป็นกรอบแนวคิด

ทีนี้ผมขออนุญาตเรียนต่อไปอย่างเร็ว ๆ เพราะว่าใช้เวลามาพอสมควร ข้อเสนอในแนวทางปฏิรูปกําหนดไว้ไม่มากนัก แต่พยายามจะชี้ให้เห็นว่าในแนวทาง การจัดการรายทรัพยากรหรือรายสิ่งแวดล้อมนั้นมีเรื่องอะไรบ้าง เช่น เรื่องของการเพิ่ม ประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เรามุ่งเน้นในเรื่องของ การสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ การอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ ต้องไปควบคู่ซึ่งกันและกัน จริง ๆ อยากจะให้เป็นเรื่องอนุรักษ์ สงวน ใช้ประโยชน์ และคุ้มครอง เพราะฉะนั้นคําพวกนี้คือคําที่สําคัญมาก และควรจะต้องมีระบุไว้อย่างชัดเจน มาตรการที่เราควรจะต้องทํา ผมขออนุญาตยกตัวอย่างไปเร็ว ๆ เพื่อที่มีท่านกรรมาธิการหลายท่าน จะหยิบยกบางประเด็นมาเป็นเรื่องที่ชี้แจงต่อสภาให้เห็นถึงรายละเอียด ในเรื่องของการสร้าง ความสมดุลในเรื่องการอนุรักษ์ เช่น ในเรื่องของการฟื้นฟูป่า การกําหนดเขตพื้นที่คุ้มครอง ทางทะเลและชายฝั่ง การกําหนดพื้นที่ศักยภาพแร่หรือพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อจะได้รู้ว่าตรงไหน ที่จะเอามาใช้ประโยชน์ ตรงไหนจะคุ้มครอง ตรงไหนจะอนุรักษ์

ประเด็นต่อมาก็คือเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ดี ตรงนี้หลายคนอาจจะดูว่า เป็นเรื่องของทางวิชาการมาก แต่ประเด็นหลักจริง ๆ ก็คือทําอย่างไรที่จะให้เกิดความร่วมมือ ระหว่างรัฐกับเอกชน เช่น ในเรื่องของการจัดการขยะ ซึ่งคิดว่าภาครัฐฝ่ายเดียวนั้น ทําเองไม่ได้ ชุมชนกับท้องถิ่นและภาคเอกชนต้องมาร่วมมือซึ่งกันและกัน การแก้ไขปัญหา เรื่องอากาศ โดยเฉพาะเรื่องหมอกควัน ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจําทุกปีในภาคเหนือ รวมทั้ง หมอกควันที่ข้ามแดนมาทางภาคใต้ซึ่งเราเรียกว่า สโมก เฮด (Smoke head) ข้ามฟากมา จากทางใต้ของประเทศเพื่อนบ้าน

ส่วนประเด็นอื่น ๆ นั้นคิดว่าเราต้องให้ความสําคัญควบคู่กันไปก็คือเรื่องของ การขึ้นทะเบียนโดยเฉพาะแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติและโบราณสถาน มาตรการต่อมา ก็คือเรื่องของการสร้างระบบหมุนเวียน คือตรงนี้ก็พูดง่าย ๆ มานั่งดูว่าการสร้างระบบ หมุนเวียนหรือสร้างอะไรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นมาตรการซึ่งอาจจะต้องไปขยาย ความอีกเยอะ เช่น เรื่องการทํากรีน แอคเคาท์ (Green account) การทําเรื่องของการเพิ่ม ขีดความสามารถในการจัดการ ทีนี้พอมาดูในเรื่องของการปรับปรุงข้อกฎหมาย อันนี้จะเป็น ส่วนที่ ๒ ในวงกลมที่เมื่อสักครู่เรากล่าวถึง เราจะแก้อะไรบ้าง เราจะปรับปรุงอะไรบ้าง เช่น กฎหมายสิ่งแวดล้อมก็จะมีเรื่องที่คนกล่าวถึง ส่วนใหญ่จะกล่าวถึงสํานักงานที่ผมเคยเป็น เลขาธิการ สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่จริง ๆ พอคุย กันจริง ๆ เป็นเรื่องของอีไอเอ (EIA) ก็เป็นมาตรการซึ่งคณะกรรมการผู้ชํานาญการดูแล วันนี้ เดี๋ยวท่านกรรมาธิการบางท่านก็จะมากล่าวถึง ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายก็คือ เรื่องกฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายที่เกี่ยวกับทรัพยากร การจัดการ การประกาศพื้นที่อะไรต่าง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรา ๒๘๗ ที่เราดูจากร่าง ไม่ว่าจะประกาศพื้นที่คุ้มครองทางทะเล การจัดการขยะ เรื่องสิทธิ เรื่องภาษีสิ่งแวดล้อมและ พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อม ในส่วนมาตรการที่กําหนดไว้อีกด้านหนึ่งโดยเฉพาะในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ในส่วนที่ มาตรการที่กําหนดไว้อีกด้านหนึ่ง โดยเฉพาะในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม สิ่งแวดล้อม เริ่มต้นตั้งแต่เรื่องของข้อมูลข่าวสาร การให้ความรู้ การแก้ไข การจัดตั้งองค์กร พวกนี้ก็จะ เป็นเรื่องที่เป็นข้อเสนอแนะและจะต้องมีการดําเนินการ ในด้านการปรับปรุงหรือการปรับปรุง กลไกของภาครัฐ จริง ๆ แล้วหลายคนก็มามองเอสอีเอ (SEA) ก็เป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในร่าง แต่ในข้อเท็จจริงเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน มันจะต้องพูดถึงเรื่องของการประเมิน ยุทธศาสตร์ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน อย่าไปให้ ความสําคัญกับประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมแต่เพียงอย่างเดียว มันจะไม่ยั่งยืน ในมาตรการ ที่ผมอยากขออนุญาตนําเรียนต่อไปก็คือการใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ เครื่องมือ ทางเศรษฐศาสตร์พูดมานานก็ไปสอดคล้องกับเรื่องมาตรการคือผู้ใดก่อให้เกิดมลพิษ ผู้นั้นเป็นผู้จ่าย หรือผู้ใดที่ได้รับประโยชน์ผู้นั้นก็จะต้องออกค่าใช้จ่ายในการจัดการ พวกนี้ เป็นมาตรการ เช่น การทําเรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมภาษีหรือการรับคืนผลิตภัณฑ์ที่เป็นพิษ เช่น ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ หรืออะไรต่าง ๆ พวกนี้ เรื่องพวกนี้เราต้องพยายามผลักดัน ให้เกิดการรับซื้อซากคืน เป็นมาตรการที่ผมกล่าวสรุปสั้น ๆ เรื่องที่พูดถึงความเป็นหุ้นส่วน ความเป็นหุ้นส่วนจริง ๆ แล้ว ภาคเอกชนได้ร่วมกับภาคราชการมาเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้สิ่งจูงใจทางด้านภาษี การทําซีเอสอาร์ (CSR) หรือแม้แต่เรื่องของการเข้ามามีส่วนร่วม ในการกําจัดซากผลิตภัณฑ์ที่ขณะนี้ก็มีอยู่ ๒ ส่วนสุดท้ายที่อยากจะนําเรียนก็คือเรื่องบทบาท ของชุมชนท้องถิ่น พวกนี้เราจะต้องกําหนดมาตรการให้ชัดว่าเราจะส่งเสริมให้เขาเข้ามามี ส่วนร่วมอย่างไร ทําอย่างไรให้กลุ่มต่าง ๆ มีความเข้มแข็ง รวมทั้งมาตรการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ประเด็นสุดท้ายจะเกี่ยวข้องกับภาควิชาการและสื่อ พวกนี้ก็เป็นประเด็นที่ผม คิดว่าต้องสร้างองค์กรและเครือข่าย หรืออะไรต่าง ๆ เพื่อให้องค์ความรู้ต่าง ๆ ได้มี การถ่ายทอด ได้นําไปสู่ผู้บริโภคข้อมูลข่าวสารอย่างแท้จริง ทั้งหมดก็จะเป็นประเด็น สาระสําคัญที่ขออนุญาตท่านประธานว่า เป็นกรอบแนวทางที่ได้กําหนดไว้ตามแนวทาง ปฏิรูปที่ ๒๕ ของระบบการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สําหรับ รายละเอียดในบางประเด็นนั้นทางท่านกรรมาธิการท่านอื่นจะมีการหยิบยกบางประเด็น มาอธิบาย มาอภิปรายให้กับสภาแห่งนี้ทําความเข้าใจมากยิ่งขึ้นครับ ขอบพระคุณมากครับ