สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๔๒ · ๒ มิถุนายน ๒๕๕๘

กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ หารือเรื่องการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เนื่องจากภัยธรรมชาติได้รุนแรงขึ้น และเสนอแนวคิดในการตั้งศูนย์ป้องกันและจัดการภัยพิบัติแห่งชาติเพื่อบูรณาการทรัพยากรและอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือในการจัดการภัยพิบัติ

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๑๒ จากจังหวัดมหาสารคาม ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านกรรมาธิการที่ได้เสนอ เกี่ยวกับเรื่องการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งถือว่าในปัจจุบันเรื่องภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่ รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ แล้วอะไรที่เราไม่เคยเจอเราก็จะเจอ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลง ทางภูมิอากาศและภูมิประเทศต่าง ๆ ซึ่งที่เราเจอกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องสึนามิที่ไม่เคยเจอก็เจอ เรื่องของวาตภัยที่ไม่เคยรุนแรงเราก็เจอรุนแรงขึ้นมา ซึ่งผมดูจากในฐานะที่ทํางาน ทางท้องถิ่นด้วยและอยู่ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามด้วย เรื่องที่จังหวัดมหาสารคามเจอ เมื่อเดือนที่แล้ว ก็คือเรื่องวาตภัย ซึ่งมีพายุลมแรงมาก แล้วก็มีการล้มของอาคารขนาดใหญ่ แล้วก็มีเสาไฟฟ้าล้มตั้ง ๑๐ กว่าเสา ซึ่งเป็นเสาขนาดใหญ่ โชคดีที่ทางจังหวัดมหาสารคาม ของเรา โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านชยาวุธ จันทร เป็นผู้นํา แล้วสามารถจะรวบรวม ทรัพยากรในพื้นที่จัดการการแก้ปัญหาต่าง ๆ ของวาตภัยครั้งนั้นได้อย่างดี นี่คือเรื่องที่เราต้อง ถ้าเราคิดไว้ก่อน มีการเตรียมการไว้ก่อนเราคิดว่าน่าจะทําได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งยุทธศาสตร์ที่ทาง คณะกรรมาธิการเสนอมา

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การป้องกันหรือขับเคลื่อนก่อนเกิดภัย นี่ก็ความสําคัญ

อันที่ ๒ คือการเตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุ

อันที่ ๓ การจัดการช่วงฉุกเฉิน

อันที่ ๔ การจัดการหลังเกิดเหตุ

ซึ่งผมขออภิปรายแล้วก็ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องของการจัดการ เรื่องของ ช่วงที่เกิดเหตุ เรื่องของการจัดการคน เรื่องของอาสาสมัคร เรื่องของ อปพร. เรื่องของ เครือข่าย แล้วก็เรื่องของท้องถิ่น เรื่องของสิ่งต่าง ๆ ที่เราจะมาช่วยกัน ถ้าเรามีการฝึกซ้อม มีการที่จะวางแผนที่ดีเครือข่ายนั้นจะเป็นไฟล์ (File) ที่อยู่ในสมองเราตลอดเวลา เจออะไร เราสามารถจะนําไฟล์ต่าง ๆ มาใช้ได้ทันท่วงที ซึ่งอันนี้ในที่ผ่านมาเราเห็นว่าทางท้องถิ่นเอง ก็ยังมีปัญหาเรื่องของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ยังไม่พร้อมถ้าเกิดเหตุการณ์ใหญ่ ๆ ขึ้นมา ไม่ว่า จะเป็นเรื่องเครน (Crain) ขนาดใหญ่หรือเรื่องของอุปกรณ์ที่ต้องใช้เงินจํานวนมาก ๆ ซื้อ เช่นรถยกอะไรที่ขนาดสูงอะไรอย่างนี้นะครับ ซึ่งอันนี้ที่ผมเจอมาก็คือทางทหารก็สามารถ จะเป็นที่ช่วยเราได้ เรื่องของอุปกรณ์ เรื่องของกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง แล้วก็เรื่องของ การวางแผนจัดการที่ดี ผมขอยกตัวอย่างว่าการเกิดเหตุขึ้นมาใหญ่ ๆ ผมเคยอยู่ คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินหรือกู้ชีพ ซึ่งกู้ชีพ กู้ภัยมักไปด้วยกัน พอเกิดเหตุมากู้ชีพ กู้ภัยไปด้วยกัน กู้ชีพเขามีเรื่องคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติขึ้นมา ซึ่งสามารถจะ พัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินให้มีส่วนร่วม เขาไม่ได้ให้เป็นคนไปจัดการแพทย์ฉุกเฉินไปทุกที่ แต่เขาเป็นคนบูรณาการจัดการให้หน่วยที่รับผิดชอบเรื่องของการแพทย์ รวมทั้งอาสาสมัคร สามารถจะมาทํางานเพื่อสนองตอบต่อปัญหา เช่นกันเรื่องของกู้ภัยที่จะมีการตั้งศูนย์ป้องกัน และจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งผมถือว่ามีความสําคัญ ซึ่งศูนย์แห่งนี้ผมคิดว่าน่าจะมีการ คัดเลือกคนที่มีความรู้ คนที่เก่ง ๆ และองค์กรที่สามารถจะพัฒนาองค์ความรู้พวกนี้ มีการ จัดการที่ดีสามารถจะบูรณาการทรัพยากร แล้วก็อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือภายในประเทศเรา ระดับชาติ ระดับพื้นที่ให้มีการจัดการที่ดี แล้วก็สามารถจะรับเหตุจากการที่เรามีเหตุภัยพิบัติ ใหญ่ ๆ หรือเล็ก ๆ ขึ้นมาได้อย่างเหมาะสม ซึ่งผมคิดว่าศูนย์แห่งนี้น่าจะเป็นหัวใจในการที่เรา จะคิด จะพัฒนา จะเสริมความรู้ จะมีการอบรมในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่น เทศบาล อบต. กู้ชีพ กู้ภัยที่ในพื้นที่เอง รวมทั้งระดับชาติที่จะต้องมีการวางแผนเรื่องของคน เรื่องของนโยบาย เรื่องของงบประมาณ เรื่องของเครื่องจักร เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ซึ่งคิดว่าถ้าเรามีศูนย์ป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติที่มีองค์ความรู้ แล้วก็มี สิ่งที่เราพัฒนา รวมทั้งสามารถจะนําแบบอย่างจากต่างประเทศที่ได้ศึกษา แล้วก็มีองค์กร ที่ดีกว่าเรามาศึกษาเราสามารถจะพัฒนาศูนย์ป้องกันและจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของเรา ให้เกิดประโยชน์ แล้วก็สามารถจะจัดการการแก้ปัญหาภัยพิบัติแห่งชาติให้ดีที่สุดได้ครับ ขอบคุณมากครับ