สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๔๒ · ๒ มิถุนายน ๒๕๕๘

ประเสริฐ ชิตพงศ์ หารือเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และทรัพยากรทางทะเล โดยเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าไม้และปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โดยเน้นการประสานงานและใช้ความรู้และวิชาการในการแก้ไขปัญหา

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดสงขลา ขออนุญาตที่จะร่วมแสดงความคิดเห็นในเรื่องของรายงานการจัดการทรัพยากรในครั้งนี้ ผมจะขอพูดเท่าที่เวลาจะเอื้ออํานวยก็จะพูดสัก ๒ ประเด็น ก็คือทรัพยากรป่าไม้กับ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เรื่องทรัพยากรป่าไม้นั้นผมอยากจะมีความห่วงใยถึงกรณีที่ ป่าไม้ได้ถูกบุกรุกเข้าไปปลูกพืช โดยเฉพาะผมมาจากภาคใต้ ทางภาคใต้นั้นป่าไม้เป็นจํานวนมาก ถูกบุกรุกเข้าไปปลูกทําสวนยาง แล้วก็สวนผลไม้ ในกรณีนี้ในขณะนี้ทางรัฐบาลเองก็ได้ พยายามที่จะผลักดันให้ผู้ที่ไปบุกรุกป่าเหล่านั้น โดยเฉพาะผู้ที่ไปทําสวนยางอยู่ในพื้นที่ ป่าหวงห้าม ป่าไม้ หรือว่าเขตพื้นที่ที่หวงห้ามทั้งหลาย อันนั้นก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพราะ ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความจําเป็นที่จะต้องเอาป่าไม้เหล่านั้นคืนมา เพราะเป็นที่ที่หวงห้ามอยู่ แต่ว่ากรณีที่จะให้พี่น้องประชาชนซึ่งไปบุกรุกอยู่ในพื้นที่หวงห้าม แล้วก็ไปปลูกพืชยืนต้น เช่น ไปทําสวนยาง ทําสวนผลไม้ ในลักษณะนี้อยากจะขอให้รัฐบาลได้พิจารณาในประเด็น ของมาตรการที่จะนําไปใช้ กรณีการเข้าไปโค่นต้นยางของพี่น้องเกษตรกร เข้าไปโค่นต้นไม้ผล อยากให้ทางรัฐบาลได้มีมาตรการที่ผ่อนปรนเรื่องนี้กับเกษตรกร ผู้ที่เป็นเกษตรกรจริง ๆ เป็นเกษตรกรที่เขาอาจจะไม่มีอาชีพอื่น มีแต่อาชีพทําการเพาะปลูกเรื่องของการปลูกไม้ผล และพืชยืนต้น ปลูกยางพารา หากว่ามีความเป็นไปได้ขอให้ไปจัดการดูแลเกษตรกรเหล่านี้ โดยอาจจะจัดสรรพื้นที่ให้เขาอย่างจํากัด เป็นการใช้ชั่วคราว แล้วก็ให้เขาใช้พื้นที่เหล่านั้น ในลักษณะอนุรักษ์เป็นลักษณะของการทําวนเกษตร เช่น สวนยางก็ให้เขาทําเป็นเกษตร ในลักษณะที่เป็นป่ายาง ในกรณีที่สวนยางในอดีตนั้นเขาจะอยู่ร่วมกับป่าได้ แล้วให้ ใช้ประโยชน์ไปก่อนสักระยะหนึ่งเป็นการผ่อนปรน เพราะว่าถ้าเข้าไปตัดโค่นต้นไม้เขาเลย ตอนนี้เกษตรกรเหล่านี้ก็จะเดือดร้อน เขาไม่มีอาชีพอื่น รายได้ของเขาอยู่กับเรื่องของสวนยาง แล้วก็สวนผลไม้ ก็ขอให้มีมาตรการที่ผ่อนปรนเป็นระยะเวลาแล้วก็พื้นที่ที่จํากัด และกําหนดให้ทําการเกษตรแบบวนเกษตรเป็นการเกษตรเชิงอนุรักษ์ไปพร้อม ๆ กัน และห้ามโค่นต้นไม้ต่อ ห้ามโค่นต้นยางแล้วก็ปลูกต้นยางใหม่เป็นอันขาด แล้วให้ใช้พื้นที่ไป ในลักษณะเชิงอนุรักษ์ไประยะหนึ่ง เพราะหากจะเข้าไปตัดโค่นเลยในขณะนี้ก็จะทําให้ เกษตรกรเหล่านี้เดือดร้อน แต่ว่ากรณีที่นายทุนเข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าเป็นจํานวนมาก แล้วไป ทําการเกษตรแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยว กรณีอย่างนั้นต้องใช้มาตรการเด็ดขาด อย่างที่ ทางรัฐบาลได้ดําเนินการอยู่ในขณะนี้ แต่กรณีของเกษตรกรรายย่อยนั้นขอให้มีมาตรการ ผ่อนปรนก่อน

เรื่องของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผมมาจากจังหวัดสงขลา เป็นจังหวัด ที่มีชายฝั่งยาวพอสมควร ประเทศไทยมีพื้นที่ชายฝั่งอยู่ ๓,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ขณะนี้ ประมาณ ๘๐๐ กว่ากิโลเมตรอยู่ในภาวะที่ถูกกัดเซาะ และกัดเซาะอย่างรุนแรงด้วยครับ มีการประมาณการออกมาจากเอกสารนี้ก็เช่นเดียวกัน ก็ได้พูดเอาไว้ชัดว่าโดยเฉลี่ยแล้วปีละ ประมาณ ๕ เมตร ซึ่งนั่นหมายถึงว่าเป็นภาวการณ์ที่อันตรายมากแล้ว แล้วขณะนี้ทางทะเล ฝั่งอ่าวไทยหลายแห่งมีการกัดเซาะอย่างรุนแรงเลย ตั้งแต่อ่าว ก ไก่ ลงไปเลย ไปจนถึง จังหวัดนราธิวาสเลย เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องสําคัญที่คิดว่ารัฐบาลต้องเข้าไปดูแล ป้องกัน แต่อย่างไรก็ตามวิธีการและมาตรการที่ใช้อยู่ในขณะนี้ต้องกราบเรียนว่าเป็นการใช้โครงสร้างแข็ง ซึ่งกรณีการใช้โครงสร้างแข็งไปแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โดยเฉพาะการไปทําแบริเออร์ (Barrier) ไปทําแท่งกันการกัดเซาะมันทําให้สร้างปัญหาใหม่ก็คือมีการกัดเซาะในส่วนปลาย ทั้ง ๒ ข้างของแท่งที่กันการกัดเซาะรุนแรงขึ้น พื้นที่หลายแห่งตอนนี้เกิดความเสียหาย จากการที่ไปสร้างโครงสร้างแข็งป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง กรณีนี้อยากให้ทางกรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่งได้ประสานกับกรมเจ้าท่า ซึ่งมีส่วนเข้าไปดูแลเรื่องนี้ด้วย แล้วก็ใช้ ความรู้และวิชาการเข้าไปแก้ปัญหานี้หน่อย ไม่ใช่ใช้โครงสร้างแข็งอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทั่วไปหมด แล้วทําให้เกิดการกัดเซาะอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ชายฝั่งอ่าวไทยตอนนี้มีปัญหานี้มาก ก็ขอฝากประเด็นนี้ ซึ่งในรายงานนี้ไม่ได้พูดถึงมาตรการในการแก้ปัญหาไว้ให้ชัดเจน ก็ขอฝากด้วยนะครับ