สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๔๒ · ๒ มิถุนายน ๒๕๕๘

วิชัย ด่านรุ่งโรจน์ หารือเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และขาดแผนแม่บท และเรียกร้องให้รัฐบาลหาผู้รับผิดชอบชัดเจนเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและมีแผนแบบแม่บทที่ชัดเจน

นายวิชัย ด่านรุ่งโรจน์

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม วิชัย ด่านรุ่งโรจน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๑๘๒ กระผมนั้นเห็นด้วยอย่างยิ่งกับแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําที่คณะกรรมาธิการ ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นได้มีประเด็นปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ ทรัพยากรด้านน้ําครับ น้ําเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสําคัญอย่างยิ่งต่อการดําเนิน วิถีชีวิตของคนในชาติ ทั้งในภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม แต่ที่ผ่านมาปัญหาการบริหาร จัดการทรัพยากรธรรมชาติของน้ํานั้นเป็นปัญหาที่เรื้อรังมาโดยตลอด ไม่สามารถจัดการน้ํา ได้อย่างยั่งยืน จะเห็นได้จากปัญหาภัยแล้งและปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจําทุกปี จนเกิดเป็นวิกฤติน้ําของประเทศ ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลควรถือเป็นวาระแห่งชาติ ต้องมี การบริหารจัดการน้ําอย่างเป็นระบบ มีแผนแบบแม่บทที่ชัดเจน มีหน่วยงานและองค์กร ดําเนินงานที่ไม่ซับซ้อนเหมือนในปัจจุบัน มีการศึกษาข้อมูลเพื่อรองรับและแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้น ผมในฐานะ สปช. จังหวัดพิจิตร ได้เห็นถึงปัญหาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา เพราะจังหวัดพิจิตรนั้นประสบกับปัญหาภาวะภัยแล้ง และปัญหาอุทกภัยเป็นประจําทุก ๆ ปี อีกทั้งเป็นปัญหาที่รุนแรงมากขึ้นทุกปี ผมขอยกตัวอย่างครับ บึงสีไฟครับเป็นแหล่งบึงน้ําจืด ขนาดใหญ่อันดับ ๓ ของประเทศครับ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ําครับ ปี ๒ ปี ๓ ปีที่ผ่านมาจากวิกฤติ ภาวะโลกร้อน ฝนตกน้อยประกอบกับสาเหตุของการกระทําของคน ส่งผลให้บึงสีไฟ เกิดภาวะน้ําแห้งและไฟไหม้บึงครับ สาเหตุไฟไหม้บึงก็จะทําให้พืชสัตว์ที่ตายมาทับถม เป็นซากพืชซากสัตว์ หรือเราเรียกว่า สนุ่น ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่ดีในการเกิดติดไฟง่าย อีกทั้งประชาชนรู้เท่าไม่ถึงการณ์จากการประกอบอาชีพ ไปจับสัตว์น้ํา จับหนู จับงู จับเต่า หรือเก็บผักในบึง อาจเกิดความประมาทเลินเล่อในการที่ไปทิ้งก้นบุหรี่หรือจุดไฟเผาป่า เมื่อไฟยังดับไม่สนิทก็เกิดไฟไหม้ลุกลาม มีหน่วยงานที่รับผิดชอบในการพัฒนาบึงสีไฟ มีหลายหน่วยงานครับท่านประธาน และเกิดกรณีทํางานอย่างซ้ําซ้อนกัน เช่น มีกรมเจ้าท่า มีกรมประมง กรมทรัพยากรน้ํา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบในพื้นที่ ต่างคน ต่างนําเอางบประมาณมาพัฒนาบึงสีไฟ ที่ผ่านมามีการศึกษาข้อมูลแต่ไม่มีการนําข้อมูลมาใช้ ให้เป็นประโยชน์ ไม่มีแบบแผนที่ชัดเจน ซึ่งเหมือนกับปัญหาของประเทศต่างคนต่างทํา นอกจากนี้แล้วยังมีสภาพปัญหาที่เกิดจากการบริหารจัดการน้ําในเขตจังหวัดพิจิตรอีกหลายอย่าง ด้วยกัน ขอกราบเรียนว่าพื้นที่ทางด้านตะวันออกของแม่น้ําน่านอยู่ห่างจากแม่น้ําน่านในเขต อําเภอสากเหล็ก อําเภอวังทรายพูน อําเภอทับคล้อ อําเภอดงเจริญ ไม่มีแหล่งน้ํา จึงเกิด ปัญหาภาวะแล้งทุกปี แล้วก็ยังมีในเขตของแม่น้ํายม จะแห้งคอดตลอดสายลําน้ํา เนื่องจาก ไม่มีแหล่งต้นทุนน้ําเหมือนแม่น้ําน่านที่มีทั้งเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนแควน้อย และยังมีการตั้ง สถานีสูบน้ําอีกจํานวนมาก น้ําใช้ในการเกษตรจึงแห้งแบบรวดเร็วในแม่น้ํายมที่ท่านจะ ฟังข่าวตลอดว่าแม่น้ํายมขณะนี้แห้งมาตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไปแล้ว สาเหตุปัญหา ดังกล่าวท่านประธาน ปัจจุบันนี้มีหลายหน่วยงานที่ทํางานซ้ําซ้อน ต่างคนต่างทําทําเป็นแห่ง ๆ ไม่มีการบูรณาการร่วมกัน ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วการพัฒนา ๑๐ ปี ๑๐๐ ปี มันก็ไม่จบหรอกครับ ท่านประธาน และไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ ที่ผมกล่าวว่าหน่วยงานนั้นหมายถึงหน่วยงาน อะไรบ้าง มีหน่วยงานกรมชลประทาน หน่วยงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมเจ้าท่า กรมพัฒนาที่ดิน กรมโยธาธิการและผังเมือง แล้วก็หน่วยงานของจังหวัด แล้วก็ อปท.

๒. แต่ละหน่วยงานไม่มีแผนแม่บทที่ชัดเจนครับท่านประธาน ทําเพื่อให้ โครงการเสร็จตามงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรโดยไม่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลเท่าที่ควร

๓. เปลี่ยนรัฐบาลบ่อย เรื่องปัญหานี้คือเปลี่ยนบ่อย แล้วก็ทําให้หน่วยงาน ของรัฐต้องทําโครงการเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลโดยไม่คํานึงถึงแผนแม่บท

วิธีแก้ไขปัญหาครับท่านประธาน

๑. ต้องหาผู้รับผิดชอบให้ชัดเจน ปัจจุบันทําแบบไม่มีทิศทาง ต้องฟื้นฟูใหม่ ทั้งหมด กําหนดแผนแม่บทให้ทั้งหมด ทั้งระบบ

๒. ต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ําไม่ให้เกิดอุทกภัยและภัยแล้ง ซ้ําซาก และสนับสนุนภาคการเกษตร ตัวอย่างครับท่านประธาน แม่น้ํายมนั้นแห้งตั้งแต่ เดือนธันวาคมจนกระทั่งปัจจุบันนี้ ขณะนี้ภาวะฝนก็ไม่มีด้วย แล้งจนกระทั่งถ้าฝนมาเมื่อไร ภาวะฝนก็จะทําให้แม่น้ํายมนั้นเกิด

กระผมก็คงจะต้องขอฝาก พอดีท่านประธาน ท่านปราโมทย์ ไม้กลัด นั้น ภาวะแห้งแล้งนั้นผมคงจะต้องฝากเกี่ยวกับเรื่องเร่งรัดขยายพื้นที่ทางชลประทานเพื่อเพิ่ม ผลิตผลและความมั่นคงด้านอาหารและด้านพลังงาน ทราบว่าขณะนี้กรมชลประทาน มีการศึกษาออกแบบพัฒนามาเป็นระยะหลายปีแล้ว คือโครงการชลประทานฝั่งซ้ายระยะที่ ๒ ที่สามารถจัดการในพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร และจังหวัดนครสวรรค์ แล้วก็ ควรผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ ร่วมกันคิด ร่วมกันทํา ระบบต้นทุนน้ํา โครงข่ายน้ําที่มี กฎหมายในการบริหารจัดการน้ําของลุ่มน้ําในทุกระดับเพื่อลดความขัดแย้งในการใช้น้ํา ระหว่างภาคประชาชน ภาคเกษตร และภาคอุตสาหกรรม สรุปดังนั้นถึงเวลาแล้วครับ ท่านประธาน