สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๔๒ · ๒ มิถุนายน ๒๕๕๘

กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ หารือเรื่องรายงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยเสนอแนะการรวบรวมกฎหมายสิ่งแวดล้อมให้เป็นประมวลกฎหมาย และเสนอแนะการบังคับใช้กฎหมายที่มีผลกระทบต่อภาคเอกชน รวมถึงการสร้างกฎหมายที่ชัดเจนในการรักษาสภาพแวดล้อม และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ ผม นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ สปช. หมายเลข ๑๐ ผมคิดว่ารายงานฉบับนี้เป็นรายงานที่สมบูรณ์ครบถ้วน เอาบริบทของทั้ง กฎหมาย ปฏิบัติเข้ามารวมด้วย ซึ่งผมก็อยากจะขอฝากประเด็นที่จะไปทําให้รายงานฉบับนี้ มีผลมากขึ้น และผมหวังว่าในตอนที่ท่านนําเข้ามาในคราวหน้าก็จะมีมาพร้อมกฎหมาย เรื่องหนึ่ง ที่ผมอยากจะแสดงความเห็นคือเรื่องของกฎหมาย ซึ่งมันมีอยู่หลายฉบับมาก คล้าย ๆ กับ ทุกเรื่องที่ สปช. เสนอ จะมีกฎหมายที่อยู่กันคนละที่คนละทาง คนละยุค และบางทีกฎหมาย ก็ขัดแย้งกัน ถ้าหากจะเป็นไปได้ดูข้อเสนอบางเรื่องที่ท่านประธานกรรมาธิการเสนอเรื่องของ การรวบรวมกฎหมาย เป็นประมวลกฎหมายสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมว่าอันนี้ดีมากถ้าทําได้ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องบูรณาการทุกภาคส่วนของกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่จะเอากฎหมายมารวมกัน รวมถึงเรื่องของสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เรื่องของขยะ ถ้าทําได้ก็จะ เป็นสิ่งที่ดีมาก

แล้วก็อันต่อมาที่สําคัญก็คือการบังคับใช้กฎหมายที่ท่าน ขออนุญาตเอ่ยนาม สยุมพร ลิ่มไทย ที่เสนอไปแล้วเรื่องของการที่จะให้มีศาลสิ่งแวดล้อม ผมคิดว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็จะต้องดูอย่างดี ซึ่งผมเห็นด้วยว่ากระบวนการบังคับใช้กฎหมายของเรา จะมีปัญหามาก ทําอย่างไรเมื่อมีกฎหมายแล้วเราจะไม่มีกฎหมายที่เฟ้อ บังคับใช้ไม่ได้ และประชาชนไม่สามารถเข้าถึงการบังคับใช้กฎหมายทุกภาคส่วน ในขณะเดียวกันก็จะต้อง ไม่เป็นภาระเกินสมควรกับภาคเอกชนที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย การร่างกฎหมายใด ๆ ก็ตาม ซึ่งผมยินดีอย่างยิ่งที่ท่านเห็นบทบาทของเอกชนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่เรื่องอีไอเอ ตั้งแต่หลาย ๆ เรื่อง ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้สําคัญ การร่างกฎหมายในอนาคตต่อไปอยากจะให้ ท่านรับฟังความเห็นจากเอกชนที่มีส่วนร่วม อาจจะเป็นผู้ที่ก่อให้เกิดมลภาวะก็ได้ หรือผู้ที่ ลงทุนก็ได้ แล้วประชาชนในชุมชนที่จะฟังรอบด้าน การฟังความข้างเดียวอันตรายมาก คือ ออกกฎหมายบางทีนี่เราก็เกิดปัญหาเรื่องการลงทุน เอกชนเองก็เกิดความไม่แน่ใจระยะเวลา สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบฝากเรียนก็คือว่า เมื่อมีบทบัญญัติกฎหมายใด ๆ ก็ตาม การกําหนดกรอบเวลาซึ่งแม้ว่าเราจะมี พ.ร.บ. ความสะดวก เราก็ควรจะกําหนดกรอบเรื่อง ของกําหนดระยะเวลาในแต่ละเรื่องแต่ละราวที่ผู้เกี่ยวข้องขอใบอนุญาตหรือขอความเห็น ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็มีความสําคัญ เพราะว่าถ้าออกกฎหมาย มีกฎหมายดีแล้ว การบังคับใช้ กฎหมายไม่สามารถทําได้ ซึ่งอาจจะต้องรวมถึงกระบวนการตั้งแต่ชั้นสอบสวน สืบสวน แล้วก็ถึงชั้นศาลนี่ต้องเป็นอยู่ในกรอบเดียวกัน เพราะจะไปฝากไว้ที่ศาลอย่างเดียวก็คงไม่ได้ เพราะว่าประชาชนจะต้องมีความเข้าใจเรื่องนี้ด้วย

เรื่องอันหนึ่งที่ผมคิดว่าสําคัญคือเรื่องภาษีอากร ซึ่งเราพูดกันเยอะมาก อันนี้ เสนอเยอะมาก ผมคิดว่าเรื่องครอส คัทติงนี่สําคัญมาก ถ้าท่านอยากจะทําเรื่องภาษีอากร ภาพรวมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนนี่อยากจะคิดว่าทางคณะกรรมการเศรษฐกิจการเงิน การคลังนี่พร้อมจะให้ความร่วมมือเอาข้อมูลต่าง ๆ เสนอร่วมกันเป็นแพ็คเกจ (Package) เข้าไปที่รัฐบาล แล้วตอนนี้รัฐบาลก็มีคณะกรรมการปฏิรูปภาษีอากร ผมเห็นด้วยว่าเราน่าจะ มีกฎหมายเรื่องของภาษีสิ่งแวดล้อม ใครผู้ก่อผู้นั้นต้องเสียซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก ออกให้ ชัดเจน กําหนดหน่วยงานให้ชัดเจนว่าภาษีนั้นจะไปอยู่ที่ใด บางส่วนหรือว่าไปอยู่ที่ท้องถิ่น ที่เกิดมลภาวะ ส่วนกลาง หรือกองทุนเพื่อจะช่วยเหลือผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม ผมคิดว่า เรื่องนี้มีความสําคัญมากที่จะต้องมีการได้กรรมาธิการกลุ่มอื่นเข้ามาช่วยเสนอแนะให้การ เสนอกฎหมายนั้นสมบูรณ์

เรื่องสุดท้ายที่ผมคิดว่าสําคัญก็คือเรื่องของการที่เราพูดถึงทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมที่ของรัฐ อาจจะไม่ค่อยเกี่ยวข้องโดยตรงนักว่าที่ต่าง ๆ ที่อยู่ในของรัฐบาล แล้วมีเอกชนบางคนเข้าไปรุกล้ําหรือด้วยอะไรก็ตาม เราจะทําอย่างไรที่ให้เอกชนเหล่านั้น มีส่วนร่วมในการรักษาสภาพแวดล้อม การบุกรุกที่ต่าง ๆ เกิดขึ้นด้วยความจงใจหรือด้วย ความที่เขาอยู่มาก่อน อันนี้ก็อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องโฉนดชุมชน ป่าชุมชน ซึ่งผมคิดว่า เรื่องนี้การดูให้ประชาชนที่อยู่ในท้องที่ต่าง ๆ ไม่ว่าเกาะแก่งหรือป่าไม้ที่จะมีส่วนร่วมในการ รักษาสิ่งแวดล้อม ผมคิดว่ารายงานฉบับนี้ถ้านําเข้ามาในคราวถัดไปมีกฎหมายชัดเจนจะเป็น คุณูปการกับสิ่งแวดล้อมของสังคมไทย แล้วผมก็หวังว่าท่านประธานซึ่งเป็นปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสามารถจะทําเรื่องนี้ต่อไปได้ เพราะว่าสิ่งที่สําคัญคือ ราชการที่จะทําต่อไป สปช. เสนอแล้วก็อาจจะแล้วไป แต่ผมคิดว่าอันนี้จะเป็นสิ่งที่จะสร้าง ความยั่งยืนกับประเทศไทยต่อไป ขอบพระคุณครับ