ธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ หารือเรื่องการปฏิรูประบบบริหารการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมองกฎหมายใหม่ เพื่อการควบคุมและตรวจสอบการบริหารทรัพยากรธรรมชาติให้เหมาะสม นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกระจายอำนาจและความรู้ของภาคประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม โดยขอให้มีนโยบายชัดเจนในการบริหารจัดการขยะ และเพิ่มพื้นที่ป่า โดยให้ชุมชนมีหน้าที่ในการเพิ่มทรัพยากรธรรมชาติ และมีการประเมินผลการดำเนินการในระดับพื้นที่
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบบริหารการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นที่อยากจะนําเรียนไปยังท่านคณะกรรมาธิการอยู่ ๓-๔ ประเด็นด้วยกัน
ประเด็นแรกเป็นประเด็นสภาพปัญหาของผลกระทบที่มีต่อการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ ประเด็นที่ ๑ ซึ่งผมอยากจะนําเรียนผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ สิ่งที่ผม ได้พยายามศึกษาจากเอกสารที่ท่านได้นําเสนอ ซึ่งเป็นเอกสารที่ดี ผมคิดว่าประเด็นที่ ๑ มาจากปัญหาในเรื่องของกระบวนการการจัดการซึ่งมีองค์ประกอบเกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย และแนวทางปฏิบัติในการดําเนินนโยบายของภาครัฐในเรื่องของการกํากับและดูแล การอนุญาตให้มีการประกอบกิจการต่าง ๆ หรือการลงทุนของภาครัฐ เอกชน ที่ทําให้กระทบ ต่อทรัพยากรธรรมชาติ
ประการที่ ๒ ผมคิดว่าการดําเนินการของภาครัฐนั้นในอดีตที่ผ่านมานั้น มุ่งเน้นในการดําเนินการที่ยังขาดกระบวนการการตัดสินใจกับชุมชนท้องถิ่น ซึ่งทําให้เกิดมี ผลกระทบต่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในระดับพื้นที่ค่อนข้างมาก
ประเด็นที่ ๓ ผมคิดว่านโยบายของรัฐนั้นมิได้คํานึงถึงการที่จะเพิ่มกลไกของ การให้มีทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มขึ้นหรือมีความมั่นคงมากขึ้น เราเป็นเพียงมุ่งเน้นในเรื่องของ การอนุรักษ์กับการใช้ทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่าและความสมดุล
ข้อเสนอที่ผมอยากจะนําเรียนผ่านท่านประธาน คงมีอยู่สัก ๔ ประเด็น ด้วยกัน
ประเด็นที่ ๑ ผมคิดว่าวันนี้เราคงต้องมาดูเรื่องกฎหมายกันใหม่ ในกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาตินั้น ผมคิดว่าสิ่งที่จะต้องเพิ่มก็คือเรื่องมาตรการ ในการที่จะเป็นกลไกกํากับหรือการตรวจสอบกลไกภาครัฐ หรือกลไกของหน่วยงานที่ทําเรื่อง ของการศึกษาผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมหรือการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
ประการที่ ๒ ผมคิดว่าเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาตินั้นเป็นเรื่องสําคัญครับ เราต้องยอมรับความจริงว่าวันนี้องค์กรภาครัฐนั้นไม่ได้มีขีดความสามารถที่จะขับเคลื่อน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติหรือการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้เพียงลําพัง ผมคิดว่า กลไกของการกระจายอํานาจเป็นเรื่องสําคัญ การกระจายอํานาจที่ผมพูดถึงในประเด็นนี้ก็คือว่า ไม่ได้บอกว่ากระจายอํานาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ผมคิดว่าจะต้องเป็น การกระจายอํานาจให้กับองค์กรหรือทรัพยากรที่เป็นกลไกภาคสังคมในระดับพื้นที่ทุกระดับ วันนี้ต้องยอมรับความจริงว่าภาคประชาชนนั้นมีความจําเป็นที่ภาครัฐจะต้องเข้ามาสนับสนุน ให้เขาเป็นหน่วยหนึ่งของการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในระดับพื้นที่ สิ่งเหล่านี้จะเป็นกลไกหนุนเสริมให้การขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาตินั้น มีประสิทธิภาพ แล้วก็มีความมั่นคงในอนาคต ดังนั้นประเด็นที่ ๒ ผมอยากจะเสนอหลักการ ของการกระจายอํานาจ หน่วยงานที่มีอยู่
ประการที่ ๓ เรื่องการพัฒนาองค์ความรู้ ภาคประชาชนและเยาวชน เรื่อง การจัดการทรัพยากรธรรมชาติเป็นเรื่องหนึ่งซึ่งคนไทยนั้นมีความรู้น้อยในเรื่องของการ อนุรักษ์ แต่มีความรู้มากในการใช้โดยเฉพาะการใช้แล้วไม่เกิดผลประโยชน์หรือการใช้แล้ว มาเกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ดังนั้นผมคิดว่าวันนี้ถึงเวลาที่กระทรวงศึกษาธิการต้องมี การกําหนดเป็นวิชาหลักในการจัดการ เพราะว่าทรัพยากรธรรมชาตินั้นไม่ได้กระทบเฉพาะ ประเทศไทยครับ เมื่อเกิดขึ้นวันนี้มันกระทบทั้งโลก ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยวันนี้ ชัดเจน เรื่องภาวะโลกร้อน จริง ๆ ประเทศไทยก็ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่จะไปทําให้เกิดภาวะโลกร้อน มากนัก แต่ถามว่ามันเกิดขึ้นมาจากนานาประเทศที่ร่วมกันให้เกิด ดังนั้นความรู้ของพี่น้องประชาชน ความรู้ของเยาวชนนั้นเป็นกลไกหนึ่งของการที่จะสร้างจิตสํานึกใหม่ให้กับพลเมืองรุ่นใหม่
ประการสุดท้าย คือการกําหนดนโยบายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ผมคิดว่า วันนี้ทุกระดับจะต้องมีการแบ่งภารกิจให้มีความชัดเจน เรื่องขยะ วันนี้ท่านพูดถึงเรื่องปัญหาขยะ เป็นไปได้ไหมที่ท่านกําหนดว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอนาคตมีหน้าที่บริหารจัดการขยะ และทําหน้าที่ในการลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในชุมชน ไม่ได้บอกว่ามีหน้าที่เก็บขยะ อย่างเดียวครับ
ประการที่ ๒ การเพิ่มพื้นที่ป่า จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีนโยบายที่ชัดเจน ที่ต้องให้ชุมชนมีหน้าที่เพิ่มทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ได้บอกว่าภาครัฐจะต้องเป็นฝ่าย ดําเนินการฝ่ายเดียว
ประการที่ ๓ ก็คือว่านโยบายระดับพื้นที่นั้นผมคิดว่าวันนี้จําเป็นต้องมี นโยบายของการทบทวนการประเมินผลการดําเนินการในระดับพื้นที่ ไม่ใช่วันนี้เราไป ประเมินแต่การดําเนินการนโยบายภาครัฐที่เป็นระดับบนอย่างเดียว ระดับพื้นที่เป็นระดับ ที่จะทําให้เกิดจุดเปลี่ยนของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพราะฉะนั้นผมคงขออนุญาต นําเสนอรายละเอียดไว้เพียงเท่านี้ แล้วก็ขอบคุณคณะกรรมาธิการเป็นอย่างสูงที่ได้จัดทํา รายงานปฏิรูปในครั้งนี้ แล้วก็เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างมาก ขอบคุณ ท่านประธานครับ