พรรณี จารุสมบัติ หารือเรื่องการพัฒนาฝีมือแรงงานแห่งชาติ โดยเน้นย้ำปัญหาที่แรงงานไทยมี 5 ประเด็น และเสนอแผนการพัฒนาฝีมือแรงงานที่เน้นความสามารถและสามารถปฏิบัติได้จริง โดยมีการทดสอบเป็นระยะเพื่อให้ได้มาตรฐานฝีมือแรงงานที่มีกรอบกำหนด นอกจากนี้ยังแนะนำโครงสร้างคณะกรรมการบูรณาการในการพัฒนา กำลังคนและฝีมือแรงงานแห่งชาติ และเรียกร้องการออกกฎหมายเพื่อบูรณาการการพัฒนากำลังคนและฝีมือแรงงานแห่งชาติ
กราบเรียนประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่าน ดิฉัน พรรณี จารุสมบัติ รองประธานกรรมาธิการปฏิรูป การแรงงาน คนที่หนึ่ง ขอนำเสนอเรื่องการพัฒนาฝีมือแรงงานแห่งชาติ เราเข้าประเด็น ปัญหากันเลย ประเด็นปัญหาของฝีมือแรงงานแห่งชาตินั้น แรงงานไทยนั้นที่เห็น ๆ ก็จะมีอยู่ ๕ ประเด็น
ประเด็นแรก คือขาดสมรรถนะเชิงวิชาชีพ หมายถึงไม่ใช่แต่เพียงทักษะเชิงเทคนิค อย่างเดียว รวมถึงซอฟต์ สกิล (Soft skill) ที่จำเป็นในวิชาชีพด้วย ทำให้ความสามารถในการ แข่งขันและผลิตภาพต่ำ
ประเด็นที่ ๒ การไม่มีเส้นทางอาชีพหรือแคเรียร์ พาธ (Career path) ที่ชัดเจนทำให้ขาดทิศทางในการพัฒนาตัวเองเพื่อยกระดับในวิชาชีพ
ประเด็นที่ ๓ ค่าตอบแทนผูกกับคุณวุฒิการศึกษา ซึ่งบางครั้งไม่แสดงถึง สมรรถนะในการประกอบอาชีพ ทำให้ไม่มีแรงจูงใจในการพัฒนาทักษะฝีมือวิชาชีพ
ประเด็นที่ ๔ ไม่สามารถทำงานได้ทันทีภายหลังจบการศึกษา ซึ่งพวกเราคง ตระหนักกันดีมากในประเด็นข้อนี้ ซึ่งทำให้เมื่อเราไม่สามารถทำงานได้หลังจบการศึกษาก็จะ มีความจำเป็นต้องไปรับการอบรม การฝึกทักษะเพิ่มเติม อันนี้ทำให้สิ้นเปลืองเวลา และงบประมาณ
ประเด็นสุดท้าย ในอนาคตประชากรผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นตามที่ท่านประธาน กรรมาธิการได้กล่าวไปแล้วนั้น ทำให้เราต้องคำนึงถึงแรงงานในวัยดังกล่าวด้วย
สรุปแล้วปัญหาของฝีมือแรงงานไทยนั้น หรือการพัฒนากำลังคนของประเทศไทย ไม่ใช่ว่าเราไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบทางด้านนี้ หน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเรามีจำนวนมาก ที่รับผิดชอบในเรื่องมาตรฐานต่าง ๆ และมีมาตรฐาน นำมาตรฐานสากลมาใช้นั้น แต่สิ่งหนึ่ง ที่เป็นปัญหาก็คือหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้ที่เกี่ยวข้องกันขาดการบูรณาการให้เป็นทิศทางเดียวกัน ทั้งระบบอย่างชัดเจน ขาดการกำกับดูแลในภาพรวมเพื่อสนับสนุนและผลักดันให้เกิด ผลสัมฤทธิ์
ทีนี้มาดูว่าแนวทางการปฏิรูปเพื่อพัฒนากำลังคนและฝีมือแรงงานนั้น การพัฒนา ภายใต้กรอบนี้จะครอบคลุมถึงประชากรเกือบทั้งหมดของประเทศ โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมาย หลักเป็น ๓ กลุ่ม
การที่เราจะปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์พัฒนาคนเพื่อจะนำไปปรับกับรูปแบบ ที่ปฏิบัติในปัจจุบันนี้ แล้วก็บูรณาการสิ่งที่เป็นความต่าง ซึ่งกรอบนี้ก็จะเตรียมคนตั้งแต่เด็ก จนถึงมัธยม การเรียนการสอน แนะแนวอาชีพ ให้ข้อมูลตลาดแรงงานเพื่อให้เด็ก และประชาชนได้เข้าใจตลาดแรงงาน ตลาดอาชีพ
กลุ่มที่ ๒ เราจะให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตลาดแรงงานขาดแคลน คือกลุ่ม ช่างฝีมือ หรือการศึกษาสายอาชีวะ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้เรียนเรียนรู้เรื่องจริงสามารถนำไปปฏิบัติได้ กรอบนี้จะฝึกทักษะในรูปแบบที่เน้นความสามารถและสามารถปฏิบัติได้จริงแตกต่างจาก การเรียนรู้แนวเดิม ๆ
กลุ่มที่ ๓ เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ หรือกำลังแรงงานของชาติที่มี ประมาณ ๓๘-๓๙ ล้านคนในทุกสาขาอาชีพ กลุ่มนี้ไม่มีโอกาสกลับมาเรียน ต้องเรียนลัด เรียนรู้ด้วยตนเอง เรียนรู้จากงาน และต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ตลอดเวลา ตลอดชีวิต เราต้องเสริมแรงกระตุ้น สร้างโอกาสให้กลุ่มนี้มีการขยับฐานะ หรือสถานภาพทางสังคม โดยเสริมทักษะ ผลักดันให้มีการทดสอบเป็นระยะเพื่อให้ได้มาตรฐานฝีมือแรงงานที่มีกรอบ กำหนด กรอบคุณวุฒิวิชาชีพในแต่ละสาขา โดยจะต้องพัฒนาระบบการฝึกทักษะให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้โอกาสประชากรกลุ่มนี้เข้าถึงก่อนเตรียมตัวเข้าทดสอบเพื่อให้ได้ มาตรฐานทักษะ หรือเข้าทดสอบตามกรอบคุณวิชาชีพต่อไป
สำหรับกลุ่มแรกนี้แนวทางที่เราจะพัฒนาและนำเสนอนี้จะมี ๒ โมเดล (Model) โมเดลแรก ก็คือเอสทีอีพี (STEP) ก็คือสกิลส ทูวาร์ด เอ็มพลอยเมนท์ แอนด์ โปรดักทิวิตี (Skills Toward Employment and Productivity) เป็นกรอบที่เวิลด์แบงก์ (World Bank) นั้นใช้อยู่ ซึ่งทักษะนี้จะมุ่งการที่ทำงานและเพิ่มผลิตภาพเป็นกระบวนการ พัฒนาที่เน้นการดูแลกำกับ ถ้าดูจากแผนภูมิจะเห็นมีสเต็ป (Step) อยู่ ๕ สเต็ปนั่นเอง ในโมเดลนี้ที่เรานำมาใน ๕ สเต็ปนี้ก็จะมีตั้งแต่เริ่มฝึก ตั้งแต่ก่อนวัยเรียน เรียนรู้ตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่เข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยแต่ละช่วงชีวิตจะมีการเรียนรู้ที่กำหนดกรอบ แนวทางของการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเตรียมคนสำหรับโลกแห่งการทำงาน ในอนาคต
โมเดลเวิลด์แบงก์ กรอบการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขององค์การแรงงาน ระหว่างประเทศ ประยุกต์หรือร่วมกับโมเดลอื่น ๆ ที่สอดคล้องนะคะ
และอีก ๑ โมเดลก็คือแนวคิดในเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยนำมา จากหลักการของอนุสัญญา ฉบับที่ ๑๔๒ ว่าด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของไอแอลโอ (ILO) ทีนี้หลักการการเตรียมคนในวัยเรียนโดยเฉพาะในระดับมัธยมให้เข้าใจเรียนรู้ ตลาดวิชาชีพ มีระบบการแนะแนวอาชีพเพื่อให้เยาวชนได้เข้าใจและประเมินตนเองว่า ตนนั้นจะถนัดสนใจในทางไหนให้สอดคล้องกับโลกแห่งความเป็นจริงของตลาดแรงงาน ที่เปลี่ยนแปลงไปมากในปัจจุบันนี้นะคะ
ในกลุ่ม ๒ นี้เราจะฝึกใช้โมเดลแบบซีบีที (CBT) ก็คือคอมพีเทนซี เบสด์ เทรนนิง (Competency Based Training) ซึ่งโมเดลนี้ต้นกำเนิดมาจากประเทศเยอรมัน ปัจจุบันนี้ มีประเทศที่ใช้ที่พัฒนาไปอย่างประเทศที่ประสบความสำเร็จ คือประเทศเกาหลีใต้ และประเทศสิงคโปร์นั่นเอง อันนี้เป็นการออกแบบให้ผู้เรียนมีบทบาทสำคัญสามารถควบคุม การเรียนของตนเองให้มากขึ้นกว่าเดิม เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งประเทศพัฒนา อย่างประเทศต่าง ๆ ที่ใช้อยู่ในโมเดลนี้ประสบความสำเร็จ
กลุ่มที่ ๓ นี้เป็นกลุ่มที่มีมากที่สุด ที่บอกไว้แล้วว่า ๓๘-๓๙ ล้านคนนั้น เราก็ต้อง เสริมทักษะอัดฉีดปัญญาให้เกิดกับบุคคลเหล่านี้โดยไม่คำนึงว่าพื้นฐานการศึกษาเป็นอย่างไร เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่จะออกแบบการเรียนการสอนให้เหมาะสม มีการเปรียบเทียบ แนวทางหลักการการเรียนการสอนแนวทางเดิมกับแนวทางใหม่ อยากให้ท่านสมาชิกดูได้ ในรายงานที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานเรานำเสนอ เป็นตารางเปรียบเทียบแนวทางใหม่ กับแนวทางเดิม อันนี้ก็คือที่เรานำเสนอสำหรับโมเดลต่าง ๆ
ทีนี้มาดูว่าหน่วยงานหลักในการพัฒนากำลังคนที่เป็นหน่วยงานหลัก ๆ ในประเทศเรานั้น พวกเราคงทราบกันดีไม่พ้นกระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้ง หน่วยงานที่เกี่ยวกับเรื่องคุณวุฒิวิชาชีพต่าง ๆ ในกรอบนั้น ทีนี้ปัจจุบันประเทศไทย มีหน่วยงานหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนา หลัก ๆ อย่างเช่น กระทรวงแรงงานนั้นเราก็มี กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ดำเนินการเกี่ยวกับมาตรฐานฝีมือแรงงาน ทั้งอบรมและทดสอบ กระทรวงศึกษาธิการก็มีอาชีวศึกษา อุดมศึกษา รวมทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดการศึกษา ระดับต่าง ๆ โดยมีสภาศึกษาดูเรื่องนโยบายการศึกษาและกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เรายังมี หน่วยงานที่เกี่ยวกับ อย่างเช่น สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพและหน่วยงานอื่น ๆ ที่ทำหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุนให้เจ้าของอาชีพจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ ดูแลเรื่องกรอบคุณวุฒิ วิชาชีพ เป็นศูนย์กลางข้อมูลของประเทศเกี่ยวกับมาตรฐานอาชีพ ซึ่งหน่วยงานหลัก ๆ ต่าง ๆ นี้ ในประเทศเราก็มีอยู่จำนวนมากอยู่แล้ว
ทีนี้ในคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานนั้น เรื่องพัฒนาฝีมือแรงงานนั้น เราก็ได้มีแนวคิดการบูรณาการการพัฒนากำลังคน คือปัจจุบันนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบต่าง ๆ ของการพัฒนากำลังคนเรามีอย่างครบทั้งระบบอยู่แล้ว อย่างที่นำเรียนไปว่าขาดการบูรณาการ ในการทำงานร่วมกันอย่างมีระบบ แผนผังของภาพนี้ก็คือการบูรณาการการพัฒนากำลังคน และฝีมือแรงงานของประเทศ โดยเชื่อมโยงการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้ประสานในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นระบบที่ชัดเจน จะเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับมาตรฐานอาชีพ กรอบคุณวุฒิวิชาชีพที่ประเทศเรามีอยู่แล้วนั้นจะรับผิดชอบเรื่อง มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ โดยส่งเสริมให้เจ้าของอาชีพสร้างมาตรฐานของตนเอง และเป็นศูนย์กลางข้อมูลเรื่องมาตรฐานอาชีพของประเทศเรา ทีนี้ในการดำเนินการเราก็จะ ส่งต่อให้กระทรวงศึกษาธิการเพื่อปรับหลักสูตร จัดการศึกษาให้ตอบโจทย์ตามมาตรฐาน อาชีพ โดยเฉพาะอาชีวศึกษาที่ต้องประสานกับกระทรวงแรงงาน เฉพาะกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดระบบฝึกอบรม พัฒนาบุคคลในระหว่างการทำงาน เพื่อให้เกิดการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง หรือการฝึกอบรมเพื่อเตรียมคนเข้าสู่อาชีพนอกระบบการศึกษา และเชื่อมโยงกับฐานข้อมูล หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลประกันสังคม ข้อมูลทะเบียนราษฎร์ โดยการกำกับ ดูแลและอำนวยการให้เกิดการดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพของรัฐบาล ผ่านแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งควรกำหนดเป็นวาระแห่งชาติในการพัฒนาศักยภาพกำลังคน ของประเทศ โดยประเด็นในการปฏิรูปนั้น จากเหตุผลดังกล่าวนี้เราก็ได้ศึกษาร่วมกัน ไม่ว่า จะเป็นหน่วยงานของกระทรวงแรงงานโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานก็ได้ส่งหน่วยงาน เข้ามาร่วมกับอนุกรรมาธิการพัฒนาฝีมือแรงงานเรา และมีหน่วยงานจากสถาบันวิชาชีพ รวมทั้งจากผู้ประกอบการ และจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ อาชีวศึกษาทั้งหลาย เราก็ได้รวม สรุปกันว่าเราควรจะเสนอประเด็นในการปฏิรูป คือออกกฎหมายพระราชบัญญัติบูรณาการ พัฒนากำลังคนและฝีมือแรงงานแห่งชาติ ภายใต้การกำกับของนายกรัฐมนตรีโดยตรง โดยมี เนื้อหาหลักคือจัดตั้งคณะกรรมการบูรณาการพัฒนากำลังคนและฝีมือแรงงานแห่งชาติ ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย กำกับ ขับเคลื่อนกลไกของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ และบูรณาการการทำงานในทิศทางที่สอดคล้องกัน โดยการประสานนโยบาย การบังคับใช้ กฎหมายที่มีอยู่ หรือออกกฎหมายใหม่ให้เชื่อมโยงกันทั้งระบบ ด้านการศึกษา ด้านการค้า การลงทุน ด้านการจ้างงาน การคุ้มครองแรงงานและการประกอบอาชีพ และด้าน สิทธิประโยชน์ทางภาษี
ในแผนภาพต่อไปจะเห็นว่า โครงสร้างคณะกรรมการบูรณาการในการพัฒนา กำลังคนและฝีมือแรงงานแห่งชาตินั้น โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานหรือบุคคล ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย มีองค์ประกอบของคณะกรรมการที่เราจะแบ่งเป็นหน่วยงาน หลัก ๆ นี้ ก็มีภาคความต้องการ ภาคผลิต ภาคพัฒนา แล้วก็ภาคนโยบาย ไปดูว่าในภาคนโยบายนั้น นายกรัฐมนตรี แล้วก็สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งจะกำกับดูแลภาพรวม ทิศทางการพัฒนาของประเทศ หน่วยงานที่จะเชื่อมโยงก็จะมีสถาบันที่เกี่ยวกับวิชาชีพ คุณวุฒิวิชาชีพ แล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งองค์การมหาชน กระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งเป็นศูนย์กลางการประสานระหว่างภาคนโยบาย ภาคผลิต และภาคพัฒนา โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลและสนับสนุนด้านกฎหมายที่จำเป็น ภาคความต้องการ จะมีภาคกระทรวงอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้า แห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนของภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมที่มีข้อมูลการตลาดและทิศทางของเศรษฐกิจในระดับปฏิบัติ รวมทั้ง ความต้องการกำลังคนในสาขาวิชาชีพและระดับต่าง ๆ
เรามาดูภาคผลิตนะคะ ภาคผลิตแน่นอนก็ต้องไม่พ้นกระทรวงศึกษาธิการ สภาการศึกษา คณะกรรมการการอาชีวศึกษาเป็นส่วนการผลิตกำลังคนเพื่อสนับสนุน การพัฒนาประเทศ
ภาคพัฒนา กระทรวงแรงงานก็ต้องเป็นแม่งานแน่นอน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นส่วนการพัฒนากำลังคน ระบบการศึกษาเพื่อตอบสนองความต้องการสมรรถนะที่สูงขึ้น ของภาคธุรกิจอุตสาหกรรม และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของกำลังคนหรือแรงงาน ของประเทศ
ทีนี้มาดูว่าผลสัมฤทธิ์ ตัวบ่งชี้ผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นจากการบูรณาการนี้ เราก็ ได้ศึกษาแล้วว่า ตัวบ่งชี้นี้จะได้ ๔ เรื่องดังนี้
หลักสูตรการศึกษาสอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ทิศทางในการพัฒนาเศรษฐกิจบ่งชี้โดยผู้ที่จบการศึกษานี้จะได้รับการรับรองสมรรถนะ ตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่กำหนดโดยภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ในแต่ละสาขาวิชาชีพ ทั้งนี้ปัจจุบันได้เริ่มกระบวนการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนบ้างแล้ว ในบางสาขาของระดับอาชีวศึกษา โดยประโยชน์ที่ได้คือการที่จบการศึกษาแล้วได้รับ การรับรองและสามารถทำงานได้ทันที อันนี้เราจะตอบโจทย์ที่ว่าจบมาแล้วนั้นต้องไปฝึกกันใหม่ สามารถขับเคลื่อนให้ผู้เรียนในระดับอาชีวศึกษาจบมามีงานทำได้ทันที
แรงงานและกำลังคนของประเทศมีสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพ อันนี้ก็บ่งชี้ว่า จำนวนผู้ที่ได้รับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพตามมาตรฐานอาชีพ และการรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานนั้น ผู้ประกอบการสามารถแสดงต่อคู่ค้าเพื่อยืนยันถึงความสามารถในการดำเนินงานและการมี ผลิตภาพที่สูงกว่า ขณะเดียวกันผู้ประกอบอาชีพหรือแรงงานปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐาน ในวิชาชีพโดยได้รับการรับรองในระดับชาติ และสามารถใช้เป็นเครื่องมือเพื่อความก้าวหน้า ในอาชีพ รวมทั้งอ้างอิงในการเคลื่อนย้ายการทำงานไปสู่ประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน (ASEAN) เพราะต่อไปเมื่อเราเปิดเออีซี (AEC) แล้ว การเคลื่อนย้ายทางแรงงานนี้จะเป็นอย่างเสรี นั่นเอง
ประเทศที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูง อันนี้เราจะบ่งชี้โดยดัชนีความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศด้วยสมรรถนะของกำลังคนที่มีมาตรฐานและศักยภาพเพิ่มมากขึ้น ย่อมส่งผลต่อผลิตภาพของประเทศที่มากขึ้น นำไปสู่การเพิ่มดัชนีความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศได้ในที่สุด
ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะฝีมือ ซึ่งปัจจุบันนี้ตามที่ ท่านประธานได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่า ปัญหาใหญ่ของเราคือขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะฝีมือ บ่งชี้โดยจำนวนผู้ที่ได้รับการรับรองสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพในระดับ ทักษะฝีมือมากขึ้น ทั้งนี้ในปัจจุบันการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะฝีมือเป็นปัญหาหนึ่ง ที่สำคัญของภาคธุรกิจอุตสาหกรรม โดยแรงงานส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่ไร้ฝีมือ ซึ่งมีผลิตภาพ แรงงานต่ำ
ทีนี้เรามาดูว่าสำหรับผลกระทบในวงกว้างของประเทศว่า หลังจากที่เราได้ นำเสนออันนี้มาแล้วและถ้าเราทำตามข้อเสนอหรือการบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ แล้วนี้ ผลกระทบที่ในวงกว้างของประเทศนั้นก็คือ เกิดการพัฒนากำลังคนในทิศทางที่สอดคล้องกัน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ไม่ขาดแคลนแรงงานที่มีสมรรถนะและทักษะฝีมือในสาขาที่ต้องการ เป็นการเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน สามารถตอบโจทย์ปัญหาแรงงาน และกำลังคนที่มีอยู่ในปัจจุบัน ได้กำลังแรงงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเพื่อตอบสนอง การขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะฝีมือ เมื่อหลักสูตรสอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพที่กำหนด โดยเจ้าของอาชีพ จะเกิดการส่งเสริมให้เกิดการเรียนในสาขาวิชาชีพมากขึ้น จะเพิ่มสัดส่วน การเรียนต่อในระดับอาชีวศึกษา การมีระบบคุณวุฒิวิชาชีพทำให้ระบบค่าตอบแทนไม่ขึ้นกับ คุณวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียว เป็นการแก้ปัญหาค่าตอบแทนไม่สัมพันธ์กับสมรรถนะ และทักษะฝีมือ การจัดการฝึกอบรมเพิ่มเติมตรงกับความต้องการพัฒนาสมรรถนะ ตามมาตรฐานอาชีพ จะเห็นว่าที่เรานำเสนอสำหรับพัฒนาฝีมือแรงงานนั้นจะเป็นกรอบร่าง ซึ่งเราคงจะมีการศึกษากันต่อนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันขอจบการนำเสนอการพัฒนาฝีมือแรงงาน และขอขอบคุณค่ะ