กษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด หารือเรื่องธนาคารแรงงาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของธนาคารแรงงานในการช่วยเหลือผู้ใช้แรงงาน และเสนอแนะว่าธนาคารแรงงานควรเริ่มต้นจากธนาคารของรัฐแบบพิเศษ แต่ต้องมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นธนาคารของผู้ใช้แรงงานจริง ๆ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการศึกษาควบคู่และพัฒนาแรงงานในการพัฒนายกระดับธนาคารแรงงาน
เรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ทุกท่านครับ ผม กษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด หมายเลข ๐๐๑ นครราชสีมา ผมมี ๓ เรื่องที่จะ เสนออภิปรายเพิ่มเติมนะครับ
เรื่องที่ ๑ คือเรื่องธนาคารแรงงาน ถ้าพี่น้องประชาชนที่ได้ชมการถ่ายทอด ผมเข้าใจว่าทุกคนอาจจะปลื้ม แล้วก็แสดงความยินดีกับการได้มาซึ่งธนาคารของคนจน กลุ่มผู้ใช้แรงงานแน่นอน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ได้เขียนชัดเจนว่าจะต้องมีธนาคารแรงงาน ถ้าสาระสำคัญเรื่องธนาคารแรงงาน ผมเข้าใจว่ามันเป็นนวัตกรรมใหม่ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อย่างไรก็แล้วแต่การเริ่มต้นของธนาคารแรงงานอาจจะเริ่มต้นจากธนาคารของรัฐแบบพิเศษ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คือว่า ภายใต้เจตนารมณ์ของธนาคารแรงงานถึงที่สุดแล้วก็คือว่าเป็นธนาคาร ของคนจน เป็นธนาคารที่เป็นพื้นที่สำหรับคนผู้ใช้แรงงานได้มามีหุ้นส่วน มีความเป็นเจ้าของ ฉะนั้นพัฒนาการตรงนี้จะยกระดับอย่างไรถึงจะให้เป็นธนาคารของคนจนจริง ๆ มันอาจจะมี บันไดหลายขั้น ขั้นที่ ๑ เริ่มจากรัฐและประชาชนเข้าร่วม ขั้นที่ ๒ เป็นเรื่องของระหว่างรัฐ กับประชาชนผู้ใช้แรงงาน ขั้นที่ ๓ อาจจะถึงขั้นว่าธนาคารนี้เป็นธนาคารของผู้ใช้แรงงานจริง ๆ มันต้องมีพัฒนาการตรงนี้ ก็แปลว่าระยะของการพัฒนาการยกระดับอาจจะต้องมีกระบวนการ ในการที่จะจัดการไปสู่บันได ๓ ขั้นนี้ให้ได้ เริ่มต้นครั้งแรกอาจจะเป็นธนาคารของรัฐ แห่งพิเศษ แต่ว่าในระยะต่อไปจะต้องเป็นธนาคารของผู้ใช้แรงงานจริง ๆ จะทำอย่างไร
ประการที่ ๒ ในเรื่องธนาคารแรงงาน ข้อที่พึงระวังก็คือว่า ธนาคารแรงงาน เกิดขึ้นมาเพื่อรับใช้ผู้ใช้แรงงาน แต่ในระยะยาวผู้ใช้แรงงานกลับจนลงเรื่อย ๆ แล้วห่าง ไปเรื่อย ๆ มันก็จะมีข้อติดขัด บทเรียนประสบการณ์ของธนาคารเกษตรกรมีมาแล้ว ธนาคาร โตขึ้น ๆ แต่ในขณะเดียวกันเกษตรกรจนลงไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นกระบวนการในการ พัฒนายกระดับธนาคารแรงงานเป็นของผู้ใช้แรงงานจริง ๆ มันจะต้องมีกระบวนการ ในการศึกษาควบคู่ แล้วก็พัฒนาแรงงาน ยกระดับแรงงานเข้าไปด้วย ควบคู่ไปด้วย อันนี้ คือประการที่ ๑ ที่ผมอยากอภิปรายเพิ่มเติม
ในส่วนประการที่ ๒ เรื่องพัฒนาฝีมือแรงงาน พัฒนาฝีมือแรงงานเองผมได้มี ส่วนร่วมในการที่ได้ศึกษา แล้วก็รับฟังความคิดเห็นกับพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชน หลายจังหวัดได้ตั้งคำถามว่าผมเกิดมาเป็นลาว ผมก็มีฝีมืออยู่แล้ว มันหมายถึงอะไร ความหมายของเขาก็คือว่าเกิดเป็นลาวก็สามารถทำลาบก้อยได้แล้ว มันมีฝีมืออยู่ในตัว ลาบก้อยยโสธร ลาบก้อยอุดรธานี ไก่ย่างวิเชียรบุรี เยอะแยะเต็มไปหมดข้างถนน มันคือ แรงงานเช่นกัน เพราะฉะนั้นการพัฒนาฝีมือแรงงานก็คือว่ามันมีแรงงานพื้นฐาน ผมใช้คำนี้ครับ แรงงานกับโครงสร้างวัฒนธรรม มันคือวัฒนธรรมและวิถีของท้องถิ่นซึ่งมันมีดั้งเดิม เพราะฉะนั้นการพัฒนาฝีมือแรงงานก็คือว่าอย่ามองข้าม แล้วคณะกรรมาธิการอาจจะต้อง หยิบยกเรื่องนี้เหมือนกันว่าการเป็นเทคโนโลยีอย่างเดียวไม่พอ อาจจะดูว่าลาบยโสธร ที่เกิดมาเป็นลาวแล้วมันมีอาชีพอยู่ในตัวอยู่เลย เพราะฉะนั้นการยกระดับจากความเป็นยโสธร ความเป็นร้อยเอ็ด ความเป็นอุดรธานี ซึ่งมันเป็นฐานพื้นถิ่นสำคัญ ตรงนี้ล่ะคนที่อยู่พื้นถิ่น แรงงานใช้กับพื้นถิ่น เพราะฉะนั้นประเด็นตรงนี้สาระสำคัญที่อาจจะต้องมีความเป็นเสน่ห์ ของแรงงานพื้นถิ่นซึ่งเป็นฐานราก เศรษฐกิจใหญ่ล้ม แต่ว่าแรงงานพื้นถิ่นไม่ล้ม กลับไป ขายลาบก้อย เพราะฉะนั้นกระบวนการแรงงาน โครงสร้างในการแรงงานตรงนี้ก็ต้องหยิบยก ขึ้นมาทั้งหมด ดาตา เบส ที่ท่านอาจารย์สุชาติได้นำเสนอ ดาตา เบส เหล่านี้ก็จะต้องมีว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับแรงงาน
กับประการที่ ๓ โครงสร้างระบบแรงงาน วันนี้ต้องยอมรับข้อเท็จจริงจะสร้าง จินตภาพใหม่ได้อย่างไรว่า แรงงาน รัฐ นายทุน มันคือหุ้นส่วน ไม่ใช่แรงงานต้องไปต่อรอง กับผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการไปต่อรองกับรัฐมันกลายเป็นหุ้นส่วนที่มีความเหลื่อมล้ำกันอยู่ จะทำอย่างไรว่าระบบเศรษฐกิจ ระบบแรงงานจะไปได้หุ้นส่วน ๓ สถานะนี้ต้องเท่ากัน จินตภาพตรงนี้ให้เกิดขึ้นให้ได้ ไม่ใช่แปลว่าแรงงานจะเรียกร้องแรงงานเมื่อไรก็ต้องไปต่อรอง กับผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการก็ต่อรองเชิงนโยบาย จะทำอย่างไรให้มันเกิดโครงสร้าง ขององค์ประกอบตรงนี้จัดความสมดุลใหม่ เพราะฉะนั้นในการปฏิรูประบบโครงสร้างใหญ่ ก็คือว่ามันจะมีองค์กรอะไรในการที่จะมาศึกษาระบบแบบนี้ สถานะของแรงงาน สถานะ ของนายจ้าง สถานะของรัฐบาลในฐานะผู้กำกับน่าจะต้องมาจัดการในการพูดคุยกันให้ชัดเจน มากขึ้น ๓ ประการครับที่อยากอภิปรายเสริมเพิ่มเติมครับ ขอบคุณครับท่านประธาน