ไวกูณฑ์ ทองอร่าม หารือเรื่องการขาดแคลนแรงงานต่างชาติในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษและพื้นที่ชายแดน และขอความช่วยเหลือจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ก่อนอื่นกระผม นายไวกูณฑ์ ทองอร่าม สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดจันทบุรี ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน และท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นอย่างสูง ที่ได้กรุณานำข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการแรงงานในการบริหารจัดการพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ และพื้นที่ชายแดนในส่วนที่ เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการแรงงานต่างชาติได้นำเสนอต่อรัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาของประชาชนโดยเฉพาะประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดตราด และจังหวัดสระแก้ว ในช่วงภาวะวิกฤติของการขาดแคลน แรงงานต่างด้าว เพื่อประกอบกิจการผลไม้และกิจการที่ต่อเนื่องจากผลไม้ อันเป็นมูลค่า ทางเศรษฐกิจนับหลายหมื่นล้านบาท กล่าวคือในช่วงของฤดูผลไม้นั้นประชากรจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดใกล้เคียงที่ประกอบอาชีพดังกล่าวมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งรีบในการเก็บเกี่ยวผลไม้ เพื่อที่จะจัดการส่งออกไปยังต่างประเทศ แต่ในภาวะดังกล่าวนั้นในรอบปีที่ผ่านมาหรืออื่น ๆ นั้น ประชาชนประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานเป็นอย่างยิ่ง ไม่สามารถที่จะจัดการในการที่จะ เก็บเกี่ยวผลไม้และส่งไปยังต่างประเทศได้ในระยะเวลาอันทันท่วงที ซึ่งปัญหาดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อราคาของผลไม้ และปัญหาในการที่ไม่สามารถที่จะจัดการเก็บเกี่ยวผลไม้ได้ทัน อันเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างสูง จากการที่คณะกรรมาธิการปฏิรูป การแรงงานได้เดินทางไปศึกษาปัญหาการจัดการแรงงานต่างชาติ ณ จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดตราด หลังจากนั้นได้นำเสนอต่อท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติซึ่งท่านได้มีหนังสือ ถึงท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อนำเข้าไปสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ปรากฏผลเป็นที่น่ายินดีและส่งผลให้ประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดตราดและจังหวัดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่เศรษฐกิจและพื้นที่ชายแดน ได้รับอานิสงส์เป็นอย่างยิ่ง นับเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติที่มีมูลค่ามหาศาล กล่าวคือเมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๘ ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาข้อหารือดังกล่าวของ กระทรวงแรงงานซึ่งมีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ เป็นประธานการประชุม ประกอบด้วยผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ผู้แทน สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนสำนักตรวจคนเข้าเมือง ผู้แทนกองกำลังบูรพาและผู้แทนกองกำลังนเรศวร ผู้แทน กรมเอเชียตะวันออก ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนจังหวัดจันทบุรี ผู้แทนจังหวัดตราด ผู้แทนจังหวัดระยอง และผู้แทนจังหวัดสระแก้ว รวมทั้งกระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการบริหารจัดการแรงงานต่างชาติดังกล่าว ซึ่งผลของการประชุมสรุปได้ว่าอาศัยมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ กำหนดมาตรการเพื่อให้แรงงานต่างด้าวสามารถทำงาน ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและพื้นที่ชายแดน โดยมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้กำหนด ความต้องการแรงงาน รวมทั้งประเภทของงานและระยะเวลาในการปฏิบัติงาน โดยมี กรมการปกครองและท้องถิ่นเป็นหน่วยปฏิบัติงาน เป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชน ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กล่าวคือมติดังกล่าวนั้นได้มอบอำนาจให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ที่จะกำหนดพื้นที่ในการที่จะให้แรงงานต่างชาติเข้ามาเพื่อประกอบกิจการงาน รวมทั้ง ระยะเวลาที่จะเป็นการกำหนดให้เข้ามาเป็นเวลาเท่าไร ตามระยะเวลาความต้องการ ของประชาชน ตลอดจนอาชีพอื่นที่หากผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่ามีความจำเป็น เช่น อาชีพ การก่อสร้าง ในจังหวัดใด ๆ ที่มีพื้นที่ติดพื้นที่เพื่อนบ้านนั้นก็ย่อมสามารถที่จะบริหารจัดการ แรงงานดังกล่าวได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้ประชาชนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษซึ่งรัฐบาลได้ประกาศ อันได้แก่ จังหวัดตาก จังหวัดตราด จังหวัดสระแก้ว จังหวัดมุกดาหาร หรือจังหวัดสงขลา ต่างได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ซึ่งการที่ ขออภัยนะครับท่านประธานขอต่ออีกนิดเดียวครับ ซึ่งการที่คณะรัฐบาลได้เห็นความสำคัญของการเสนอของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน และสภาปฏิรูปแห่งชาติตามที่ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติได้นำเสนอนั้น นับเป็นสิ่งที่ ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติและเป็นการแก้ปัญหาให้กับ ประชาชนในจังหวัดดังกล่าวได้สามารถที่จะดำเนินการประกอบอาชีพของตนเองได้อย่างทันท่วงที และก่อให้เกิดรายได้ต่อตนและครอบครัว อันจะเป็นภาพรวมในการส่งเสริมเศรษฐกิจ ของประเทศในอนาคตต่อไปครับ ขอขอบคุณครับ