สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๔๐ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘

สุชาติ นวกวงษ์ รายงานความจำเป็นในการจัดทำฐานข้อมูลด้านแรงงาน เพื่อทราบสถานการณ์แรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย และเรียกร้องการจัดทำฐานข้อมูลด้านแรงงานเพื่อเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น

รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ กระผม รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ ในฐานะ กรรมาธิการครับ เรื่องที่จะรายงานต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ แล้วก็รายงานต่อท่านสมาชิกก็คือ เรื่องของความจำเป็นในการจัดทำฐานข้อมูล ทางด้านประธานกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน แล้วก็กรรมาธิการท่านอื่นได้พูดถึงปัญหาต่าง ๆ มา ๓ เรื่องด้วยกัน เรื่องของฝีมือแรงงาน เรื่องแรงงานข้ามชาติ แล้วก็เรื่องของธนาคารแรงงาน ส่วนเรื่องของฐานข้อมูลเป็นการผนวก ปัญหาของแรงงานไทยเข้าไปอยู่ในเรื่องของธนาคารแรงงาน ผมก็จะพูดสั้น ๆ เพราะว่าได้ใช้ เวลาของท่านไปมากพอสมควรแล้วครับ

ก็จะพูดถึงเรื่องเหตุผลความจำเป็นที่ต้องจัดทำฐานข้อมูล วัตถุประสงค์ก็มี สถานการณ์ด้านแรงงานเล็กน้อย ปัญหาที่ต้องจัดการ ความจำเป็นที่ต้องมีฐานข้อมูล ลักษณะของฐานข้อมูล แล้วก็ระบบสารสนเทศที่ต้องการ แล้วก็ข้อมูลที่ต้องจัดการ ในฐานข้อมูลนะครับ สั้น ๆ ครับ

เหตุผลที่ต้องมีฐานข้อมูลก็คือว่ามีข้อมูลเชิงประจักษ์ที่บอกว่าประเทศไทยนั้น ได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากรชัดเจน มีประชากรมีอัตราการเกิดที่ลดลง ประชากรวัยทำงานลดลง จำนวนผู้สูงวัยเพิ่มมากขึ้น จำนวนแรงงานเข้าสู่ระบบน้อยลง มีข้อมูลจากการวิจัยหลายรายงานแจ้งว่าประเทศไทยต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติเพื่อการแรงงาน เพื่อสถานประกอบการในประเทศไทย เรียกว่าการทำงานต่ำระดับ การทำงานผลิตภาพต่ำ การทำงานภาคเกษตรที่ใช้แรงงาน การทำงานภาคการผลิตที่ใช้แรงงานมาก เหล่านี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นนี่เป็นความจำเป็นในการที่จะต้องมีการจัดทำฐานข้อมูลเพื่อทราบว่าสถานการณ์ ด้านแรงงานไทยเป็นอย่างไร

สถานการณ์แท้จริงก็คือว่ามีการเคลื่อนย้ายแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาอยู่ในประเทศไทย เคลื่อนย้ายแบบไหนครับ เป็นการเคลื่อนย้ายแบบถูกต้อง ตามกฎหมาย ก็คือผ่านบริษัทจัดหางาน ผ่านกระบวนการเข้าเมือง แล้วก็มีการเคลื่อนย้าย ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านชายแดน ผ่านการลักลอบเข้าเมือง แล้วก็ผ่านนายหน้าค้ามนุษย์

ประการที่ ๓ ต้นทางของแหล่งแรงงาน ต้นทางนี้มีจากประเทศเพื่อนบ้านเรา จากประเทศเมียนมาร์ จากประเทศลาว จากประเทศกัมพูชา จากประเทศมาเลเซีย และจาก ประเทศเวียดนาม อันนี้เป็นต้นทางของแหล่งแรงงานที่เข้ามาในประเทศไทย การเคลื่อนย้าย แล้วอีกประการหนึ่งคือว่าการเคลื่อนย้ายแรงงานของไทยเข้า ๆ ออก ๆ ในสถานประกอบการ แล้วก็แหล่งธุรกิจอยู่เสมอ อันนี้ก็เป็นความจำเป็นนะครับท่านประธานครับ ปัญหาที่เรา ต้องจัดการคือว่า เมื่อเราทราบว่าปัญหามันมีการเคลื่อนย้าย มีการเข้าออก มีสถานการณ์แรงงาน ที่ไม่สมดุล เราจะทำอย่างไร เราต้องจัดการ จัดการอย่างไรครับ เราต้องจัดการเรื่องของปัญหา แรงงานไทย สถานะของแรงงานไทยเราต้องทำอย่างไร แรงงานต่ำระดับทำอย่างไร แรงงานไร้ฝีมือ แรงงานมีฝีมือทำอย่างไร แรงงานข้ามชาติทำอย่างไร แรงงานหรือสถานประกอบการ ควรจะต้องจัดการอย่างไร แล้วก็แหล่งที่พักอาศัยของแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย เราต้องทราบและต้องจัดการอย่างไรครับ ทั้งนี้เพื่อความมั่นคงของประเทศในเชิงของสังคม นี่คือปัญหาที่ต้องจัดการ เมื่อจัดการแล้ว การจัดการอย่างเดียวไม่สามารถที่จะได้คำตอบได้ ต้องมีการจัดการเชิงฐานข้อมูล นั่นคือเราต้องเก็บข้อมูลที่เป็นอยู่ของแรงงานข้ามชาติ และแรงงานไทยเพื่อเข้าสู่ฐานข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลก็คือจัดเก็บข้อมูลที่เรียกว่า การจัดเก็บ ข้อมูลด้านแรงงาน การจัดทำฐานข้อมูลด้านแรงงาน การเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านแรงงาน เชื่อมโยงอย่างไรครับ เชื่อมโยงระหว่างกรม เชื่อมโยงระหว่างแหล่งงาน เชื่อมโยงระหว่าง การเคลื่อนย้าย และเชื่อมโยงระหว่างทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นเราต้องเชื่อมโยง แล้วเวลาเดียวกันเราต้องรู้ด้วยว่าสถานภาพของแรงงานนั้นมีการพัฒนาฝีมือไหม มีการศึกษา เป็นระดับใด ลักษณะแบบนี้ควรจะเป็น วัน สต็อป ยูนิต (One stop unit) นั่นคือเมื่อใดก็ตาม ที่เราอยากจะรู้ว่าต้นทางของนายจอหม่องอยู่ที่ไหน ต้นทางของนางสาวลัดดาอยู่ที่ไหน ต้นทางของนายละเวงอยู่ที่ไหน ต้นทางของนายกาเซ็มอยู่ที่ไหน เราสามารถตามไปดูได้ สุดทางปลายทางของนายจอหม่อง สุดท้ายปลายทางของนางสาวลัดดา สุดท้ายปลายทาง ของนายละเวง สุดท้ายปลายทางและที่อยู่ของนายกาเซ็ม เราสามารถรู้ได้ตลอดเวลา อย่างนี้ เราจะสามารถป้องกันทุกอย่างได้และสามารถเชื่อมโยงได้ และรู้ด้วยว่านายจอหม่อง นายกาเซ็ม นางสาวลัดดา แล้วก็นายละเวงไปอยู่ที่ไหน ดังนี้เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งครับ ท่านประธานครับ เมื่อเราจัดทำข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ มีการเชื่อมโยงลักษณะของวัน สต็อป เซอร์วิสได้นี่ ลักษณะที่เราต้องการก็คือว่าเราต้องทำอยู่ที่ไหน ข้อมูลอยู่ที่ไหน อยู่ที่กระทรวงแรงงาน มีเกทเวย์ (Gateway) เชื่อมไประหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งหมดเหล่านี้เรียกว่าระบบไทยแลนด์ เนชันแนล ซิงเกิล วินโดว์ (Thailand National Single Window) ซึ่งอาจจะทำให้มี การเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลอย่างสะดวกมากขึ้น มีการเก็บข้อมูลทั้งหมด มีการสืบค้นข้อมูลได้ แล้วก็ส่งกลับข้อมูลได้ ทั้งหมดสามารถประมวลคำตอบได้ภายใน ๕ นาที ๑๐ นาที หรือไม่เกิน ๑๕ นาที เพื่อทราบคำตอบว่าสิ่งที่เกิดเป็นปัญหานั้นอยู่ที่ใด ฐานข้อมูลที่เราจะต้องทำ ต้องพึงประสงค์ ขอยกตัวอย่างคร่าว ๆ เช่น ข้อมูลสถานประกอบการว่าอยู่ที่ไหน สถานประกอบการเชิงธุรกิจ สถานประกอบการบอกตำแหน่ง บอกพิกัดด้วย บอกข้อมูล ตำแหน่งงานของผู้ที่เข้าสู่วัยทำงานด้วย บอกข้อมูลคุณสมบัติของลูกจ้างในตำแหน่งงานนั้น ๆ ด้วย บอกข้อมูลการจ้างงาน รายได้ แล้วก็ระบบลงทะเบียน ชื่อ สกุล หมายเลข เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่านายจอหม่องไม่มีบัตรประจำตัวเข้ามา เราต้องตั้งชื่อให้เขาเป็นนายจอหม่อง เอ แล้วก็ตามนายจอหม่อง เอ เข้าไปทุกที่ ฐานข้อมูลจะตามไปหมดเลย เพราะฉะนั้นนายจอหม่อง เอ ไปอยู่ที่ไหนเราจะรู้ทันทีเมื่อเราต้องการทราบ นี่คือตัวอย่างครับ ข้อมูลแรงงานไทย เช่นเดียวกัน เราก็ต้องทราบว่าข้อมูลแรงานไทยขณะนี้สถานภาพเป็นอย่างไรทั้งหมดล่ะครับ ข้อมูลแรงงานข้ามชาติก็เช่นเดียวกัน ทั้งหมดนี้จะได้รับการพัฒนาให้อยู่ในสถานะที่เป็น สถานะปัจจุบันและสามารถเข้าใจง่ายและสามารถเชื่อมโยงได้ และได้คำตอบเร็วครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ นี่คือคำชี้แจงสั้น ๆ ง่าย ๆ ครับ