สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๙ · ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘

รัตนวัฒน์ ไชยรัตน์ หารือเรื่องการจัดการป่าชุมชน โดยอธิบายถึงการดําเนินการในต่างประเทศและประเทศไทย รวมถึงการแบ่งปันผลประโยชน์และการกระจายรายได้ร่วมกันในหมู่บ้าน และมีหลายประเทศเป็นตัวอย่างในการจัดการป่าชุมชน เช่น อินเดีย กัมพูชา เม็กซิโก ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเยอรมนี โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดการป่าชุมชนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ

รองศาสตราจารย์รัตนวัฒน์ ไชยรัตน์ กรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม รัตนวัฒน์ ไชยรัตน์ วันนี้ผมขอนําเสนอเกี่ยวกับ หลักการของป่าชุมชนที่มีการดําเนินงานในประเทศต่าง ๆ เท่าที่รวบรวมมานําเสนอบางส่วน ในเท่าที่เวลาที่มีให้จํากัดนะครับ ในส่วนของการจัดการป่าชุมชนในต่างประเทศเริ่มต้นขึ้นมา ครั้งแรกที่เป็นรูปแบบที่เป็นหลักการทางวิชาการ เริ่มต้นมาในช่วงกลางของปี ๑๙๗๐ ซึ่งก่อนหน้านั้นเองชุมชนต่าง ๆ ในโลกก็ได้มีการดําเนินการเกี่ยวกับเรื่องของป่าชุมชนมาอยู่แล้ว การดําเนินการป่าชุมชนที่เป็นหลักการทางวิชาการได้ดําเนินการในลักษณะของสาขา หรือแขนงที่เราเรียกว่า วนศาสตร์ชุมชนหรือการป่าไม้ชุมชน ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของวนศาสตร์ หรือการป่าไม้นั่นเอง คําจํากัดความของป่าชุมชนหรือการป่าไม้ชุมชนมีแตกต่างกัน หลากหลายถ้าเราไปดูคําศัพท์ในภาษาอังกฤษก็จะมีตั้งแต่โซเชียล ฟอเรสทรี (Social forestry) คอมมูนิตี ฟอเรสทรี (Community forestry) คอมมูนอล ฟอเรสทรี (Communal forestry) หรือคําอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งผมจะกล่าวถึงต่อไป ถ้าเราดูความหมาย ตามพจนานุกรมทางด้านการป่าไม้เรื่องของการป่าไม้ชุมชนเราจะพบว่าการป่าไม้ชุมชน จะหมายถึงการสร้างป่าใหม่ การปลูกป่าขึ้นมาใหม่เพื่อทดแทนป่าเก่าที่ถูกทําลาย รวมถึง การดําเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับป่าไม้ รวมถึงการท่องเที่ยวโดยมีท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม ในการดําเนินการ ในเรื่องของป่าชุมชนบางครั้งเราจะมองถึงการเป็นเจ้าของและการจัดการ ของชุมชนในลักษณะของการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่ว่าใครคนใดคนหนึ่ง เป็นเจ้าของพื้นที่ป่าชุมชนนั้น รวมถึงการที่ป่าที่เป็นเจ้าของและมีการจัดการโดยชาวบ้าน หมู่บ้าน ผู้นําหมู่บ้าน หรือรัฐบาลท้องถิ่น โดยที่สมาชิกภายในหมู่บ้านมีการแบ่งปัน ผลประโยชน์และการกระจายรายได้ร่วมกัน โดยรวมถ้าเราสรุปแล้วการป่าไม้ชุมชน ก็หมายถึงกระบวนการขยายการมีส่วนร่วมและการใช้ประโยชน์โดยที่คนท้องถิ่นเข้ามา จัดการป่าให้เกิดความสมดุลระหว่างการลงทุน แล้วก็การรับผิดชอบในการจัดการทรัพยากร โดยที่แหล่งทุนหรือการจัดการมีทั้งที่มาจากภายในและภายนอกชุมชน ในการดําเนินการ เรื่องของป่าชุมชนก่อนปี ๑๙๗๐ การดําเนินงานส่วนใหญ่เราจะพบว่าชุมชนโดยเฉพาะ ในทวีปเอเชียของเราไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน ประเทศอินเดีย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศเนปาล หรือแม้แต่ประเทศไทยเองชุมชนได้เข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าอยู่แล้ว แต่การดําเนินงานที่ผ่านมาของชุมชนมักจะไม่ได้รับการยอมรับนะครับ และการจัดการ ป่าชุมชนเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งเท่านั้นของการจัดการป่าไม้

ต่อมาในช่วงกลางปี ๑๙๗๐ เริ่มมีคนเห็นความสําคัญในเรื่องของการจัดการ ป่าชุมชน มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการจัดการป่าชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก มีงานวิจัย ออกมาจํานวนมาก รวมถึงมีการจัดทําแปลงทดลองว่าป่าชุมชนมีผลในการส่งเสริม การจัดการป่าไม้จริงหรือไม่ ตั้งแต่ในช่วงปี ๑๙๗๐ ถึง ปี ๑๙๙๐ มีงานวิจัยเกี่ยวกับป่าชุมชน มามากกว่า ๒๐๐ แห่งจนถึงปัจจุบัน มีงานวิจัยเกี่ยวกับป่าชุมชนมากกว่า ๓๐๐ เรื่อง ตั้งแต่หลังปี ๑๙๙๐ มา เอฟเอโอ (FAO) ในปี ๑๙๗๘ ก็ได้กล่าวถึงเรื่องของการจัดการ ป่าชุมชนว่าเป็นการดําเนินการใด ๆ ที่ให้คนท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมของการป่าไม้ โดยเขาเน้นถึงความมั่นคงและความยั่งยืนของการจัดการป่าไม้ขนาดเล็ก ไม่รวมถึง การจัดการป่าไม้ในเชิงอุตสาหกรรมนะครับ

กิจกรรมชุมชนดําเนินการก็มีตั้งแต่การปลูกป่า แล้วก็การใช้ประโยชน์ เก็บหาของป่าในครัวเรือน แต่ทั้งหมดนี้ไม่มีการพูดถึงเรื่องของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่วนใหญ่ ชุมชนเข้าไปใช้ประโยชน์ในป่าชุมชนในลักษณะของที่ดินยังคงเป็นที่ดินสาธารณะ หรือเป็นที่ดินของรัฐอยู่เช่นเดิมเพียงให้กรรมสิทธิ์ชุมชนเข้าไปทําประโยชน์ตามที่ได้ตกลงกันไว้ การมีส่วนร่วมของคนท้องถิ่นสามารถที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมได้ตั้งแต่กิจกรรมของการป่าไม้ การเกษตร พลังงานในชุมชน หรือองค์ประกอบอื่น ๆ ในการที่จะพัฒนาให้ชุมชนสามารถ ที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อลดปัญหาความยากจนนะครับ ทั้งนี้ในการจัดการต้องคํานึงถึงเรื่อง ของการจัดการในเรื่องคุณค่าของป่าไม้ ไม่ได้มองเฉพาะแค่ตัวผลิตพันธุ์จากไม้เท่านั้น คุณค่าของป่าไม้ยังครอบคลุมถึงเรื่องของนิเวศวิทยา วัฒนธรรม จิตวิญญาณ นันทนาการ แล้วก็ความงดงามตามธรรมชาติ เรามาดูว่าในประเทศต่าง ๆ ที่ดําเนินการเกี่ยวกับป่าชุมชน เขามีภาคส่วนที่เข้ามามีส่วนได้ส่วนเสียหรือส่วนร่วมในการดําเนินการอย่างไรบ้าง

ภาคส่วนแรกเลยที่สําคัญที่สุดในการจัดการป่าชุมชน ก็คือตัวชุมชนท้องถิ่น ที่มีพื้นที่อยู่ในพื้นที่ป่า หรือมีป่าอยู่รอบ ๆ ชุมชนนะครับ ชุมชนเหล่านี้ต้องมีอํานาจตัดสินใจ แล้วก็สามารถดําเนินกิจกรรมตามประเพณีที่เขาเคยดํารงอยู่มาแต่ก่อนนะครับ รวมถึงองค์กรชุมชนที่มีการให้ประโยชน์ที่ได้ใช้ประโยชน์จากป่าไม้ แล้วก็ตัวแทนชุมชน หรือสภาท้องถิ่น

ภาคส่วนที่ ๒ ก็คือรัฐบาลก็จะเป็นตัวแทนจากรัฐบาลท้องถิ่น รวมถึงรัฐบาลกลาง ที่ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปคอยให้ความช่วยเหลือในการดําเนินการในเรื่องของกิจการป่าไม้ รวมถึงนักวิชาการป่าไม้ เพราะว่าการจัดการป่าชุมชนไม่ใช่เพียงให้ชาวบ้านเข้าไปเก็บหา ของป่าเท่านั้น แต่รวมถึงกิจการป่าไม้ซึ่งจะต้องใช้เทคนิคทางด้านการจัดการป่าไม้ด้วยนะครับ

ภาคส่วนที่ ๓ ก็คือเอ็นจีโอ (NGO) ที่คอยประสานงานระหว่างหน่วยงาน ภาครัฐกับชุมชน

ภาคส่วนสุดท้าย ก็คือภาคส่วนของระบบนิเวศธรรมชาติ ชุมชนจะต้อง คงรักษาสภาพธรรมชาติไว้ให้คงอยู่เหมือนเดิม ประเทศที่ดําเนินการเกี่ยวกับป่าชุมชน ประเทศแรกที่ผมจะยกตัวอย่าง ก็คือประเทศอินเดีย อินเดียมีการดําเนินการเรื่องป่าชุมชน มาตั้งแต่ ปี ๑๙๗๖ โดยออกแบบโครงการให้มีลักษณะของการนําเรื่องของการป่าไม้เข้าไป ช่วยเหลือผู้ยากไร้ให้สามารถพึ่งพิงตนเองได้ โดยการใช้ไม้ฟืน และผลิตภัณฑ์จากป่า นอกจากนี้ก็มีการจัดตั้งป่าขึ้นมาในปี ๑๙๗๒ โดยให้มีการพัฒนาความร่วมมือการจัดการ ป่าไม้ขึ้น ซึ่งในปี ๑๙๘๐ การดําเนินการสามารถที่จะดําเนินการได้อย่างประสบความสําเร็จ บนฐานของความสมดุลระหว่างการใช้อํานาจและการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างยั่งยืน

ปัจจุบันอินเดียมีพื้นที่ป่าชุมชนมากกว่า ๑๗ ล้านเฮคตาร์ (Hectare) หรือมี ชุมชนเข้าไปดําเนินการมากกว่า ๘๔,๐๐๐ กลุ่ม ประเทศเนปาลเป็นประเทศต่อไป ที่มีการศึกษาเกี่ยวกับป่าชุมชนเป็นจํานวนมาก รัฐบาลมอบความรับผิดชอบหรือถ่ายโอน อํานาจในการรับผิดชอบในการป่าไม้ให้กับชุมชนตั้งแต่ ปี ๑๙๘๐ มีคนในชนบทอยู่ประมาณ ๑.๔ ล้านครัวเรือน มีกลุ่มผู้ใช้ป่าอยู่ประมาณ ๑๓,๐๐๐ กลุ่ม มีพื้นที่ป่าที่ใช้ประโยชน์ ในลักษณะของป่าชุมชนอยู่ประมาณ ๑.๖ ล้านเฮคตาร์ พื้นที่ส่วนใหญ่ดําเนินการในพื้นที่ ถูกทําลายเพื่อฟื้นฟูสภาพป่าใหม่ขึ้นมา แล้วก็มีการอนุญาตให้ชุมชนดําเนินการป่าชุมชนได้ ในบริเวณที่เป็นป่ากันชนเท่านั้น ไม่ได้อนุญาตให้เข้าไปใช้พื้นที่ในป่าอนุรักษ์ใด ๆ ทั้งสิ้น

ประเทศฟิลิปปินส์ได้ชื่อว่าเป็นผู้นําในการพัฒนาป่าชุมชนในเขตร้อน มีการตั้งโครงการฟาร์มต้นไม้ขึ้นมาในชุมชนตั้งแต่ปี ๑๙๗๙ มีโครงการป่าไม้ชุมชน ตั้งแต่ปี ๑๙๘๐ แล้วก็มีโครงการจัดตั้งป่าไม้โดยฐานชุมชนมาตั้งแต่ปี ๑๙๙๕ ซึ่งโครงการป่าไม้ชุมชน ของฟิลิปปินส์จะเน้นไปที่เรื่องของการปลูกป่าแล้วก็นําไม้จากป่ามาขายเพื่อทําให้เกิดรายได้ ภายในชุมชน

ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศอินโดนีเซียการป่าไม้ถูกถ่ายโอน จากระดับประเทศไปสู่ภูมิภาคและชุมชน ค่อย ๆ ถ่ายโอนไปตามลําดับตั้งแต่ปี ๑๙๙๒ ถึงปี ๒๐๐๒ มีโครงการจัดการป่าไม้โดยฐานชุมชนเกิดขึ้นบนเนื้อที่กว่า ๑๐๐,๐๐๐ เฮคตาร์ ในปี ๑๙๙๘ กรมป่าไม้ให้สิทธิชุมชนมีอํานาจเต็มในการดูแลพื้นที่ป่าของตัวเองภายใต้ การจัดการของชุมชน แต่ว่าพื้นที่ก็ยังคงเป็นของรัฐอยู่ ในหมู่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย เช่นกันมีการทําเกษตรในพื้นที่ขนาดเล็กร่วมกับการจัดการป่าชุมชน แต่ก็มีอุปสรรคปัญหา บ้างในเรื่องของผลประโยชน์ว่าจะมีการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างไร

ประเทศกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้านเรา เริ่มมีการจัดการในเรื่องป่าชุมชน เนื่องจากว่าเขายังต้องพึ่งพิงการเกษตรและป่าไม้เป็นหลัก มูลค่าที่เขาพึ่งพิงป่าไม้คิดเป็น ๗ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ในปี ๒๐๐๙ ส่วนใหญ่จะใช้ป่าในลักษณะของไม้ฟืน อาหาร สมุนไพร หวาย ชัน และวัสดุก่อสร้าง แม้ว่าประเทศกัมพูชาจะเริ่มต้นทําป่าชุมชน แต่ปัจจุบันเขามีพื้นที่ป่าชุมชนอยู่ประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ป่าของประเทศนะครับ

ประเทศเม็กซิโกเป็นประเทศกําลังพัฒนาในแถบอเมริกาใต้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ประเทศถือเป็นทรัพย์สินส่วนรวม ยังคงเป็นสมบัติของชาติอยู่ รัฐบาลท้องถิ่น เป็นเจ้าของป่าในการรักษาบริการจากระบบนิเวศและประโยชน์ทางเศรษฐกิจของชุมชน โดยการบริหารจัดการโดยรัฐบาลท้องถิ่นกับชุมชนยังบริหารจัดการในลักษณะของ ผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่ได้มีการแบ่งแยก ให้ชุมชนไปดูแลตามลําพัง

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเริ่มให้ความสนใจกับการดําเนินการ ในการจัดการป่าชุมชน ญี่ปุ่นจริง ๆ แล้วมีการดูแลป่ามายาวนาน แต่ปัญหาการลดลง ของพื้นที่ป่าและการขยายตัวของชุมชนทําให้ประชาชนของเขาหันมาให้ความสนใจ และพยายามจะอนุรักษ์ป่า โดยญี่ปุ่นพยายามพัฒนาป่าขึ้นมาในบริเวณเขตชนบทแล้วก็ในเมือง

ประเทศสหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วที่ให้ ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องของการจัดการป่าชุมชน โดยเฉพาะลักษณะของการจัดการป่าชุมชน โดยกลุ่มชนท้องถิ่นชาวอเมริกันดั้งเดิม โดยที่จะให้ความสําคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จิตวิญญาณ ความงดงามของธรรมชาติ โดยทั้งนี้การจัดการป่าชุมชนของเขาส่วนใหญ่ จะเรียกว่าเป็น เออร์เบิร์น ฟอร์เรสต์ (Urban forest) การจัดการป่าไม้ในเมืองมากกว่า ที่จะไปจัดการในพื้นที่อนุรักษ์หรือในป่าธรรมชาติ เช่นเดียวกับสหราชอาณาจักร ลักษณะ การจัดการจะเป็นแบบเดียวกัน ป่าชุมชนของเขาจะเป็นการจัดการป่าในเมืองมากกว่า ที่จะเข้าไปจัดการในป่าธรรมชาติ

มาดูประเทศสุดท้ายที่ผมยกตัวอย่างในวันนี้ก็คือประเทศเยอรมนี ประเทศเยอรมนีพื้นที่ป่าส่วนใหญ่มีเอกชนเป็นเจ้าของ เพราะฉะนั้นการดําเนินการป่าชุมชน กระทําได้ยาก เพราะฉะนั้นป่าชุมชนส่วนใหญ่จึงดําเนินการในลักษณะของรัฐ ในลักษณะ ของการจัดการป่าในเมือง โดยมีเทศบาล หมู่บ้านหรือสหกรณ์เข้าไปจัดการป่าซึ่งเป็นสมบัติ ส่วนรวมของชุมชน ผมขอจบการนําเสนอแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ