สุวัช สิงหพันธุ์ หารือเรื่องป่าไม้ของประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงปัญหาบุกรุกป่าและการสูญเสียพื้นที่ป่าของประเทศไทย และเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิรูปการป่าไม้และที่ดิน โดยควบคู่ไปกับการปฏิรูปด้านการศึกษา เศรษฐกิจ และเมือง
ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ ผม นายสุวัช สิงหพันธุ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะประธาน อนุกรรมาธิการปฏิรูปป่าไม้และที่ดิน ขออนุญาตใช้เวลาในที่ประชุมแห่งนี้ทําความเข้าใจถึง ปัญหาการป่าไม้ของประเทศไทย ซึ่งอาจจะไม่มีปรากฏอยู่ในเอกสาร ทั้งนี้เนื่องจากเห็นว่า ในที่ประชุมสภาแห่งนี้ ๖-๗ เดือนผ่านไป มีการกล่าวพาดพิงถึงเรื่องป่าไม้นี้น้อยมาก ที่จะพาดพิงถึงก็เฉพาะเรื่องถึงว่าเหตุใดพื้นที่ป่าไม้จึงลดลง ท่านประธานครับ สาเหตุของการ ลดลงของพื้นที่ป่าไม้มีหลายประการด้วยกันนะครับ ซึ่งก่อนจะไปถึงเจ้าหน้าที่ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่จะให้ข้อเสนอแนะถึงเรื่องการจัดการป่าชุมชน ผมขออนุญาตเท้าความกลับไปถึงเรื่องกรมป่าไม้หน่อยนะครับ ท่านประธานครับ กรมป่าไม้ ก่อตั้งขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เมื่อปี ๒๔๓๙ จนถึงบัดนี้ ก็เป็นเวลา ๑๑๙ ปี เป็นหน่วยงานเพียงไม่กี่แห่งที่ภาษาอังกฤษมีคําว่า โรยัล (Royal) นําหน้า เท่าที่จําได้ก็มีทั้ง ๓ เหล่าทัพนะครับ โรยัล ไทย อาร์มี (Royal Thai Army) โรยัล ไทย เนวี (Royal Thai Navy) โรยัล ไทย แอร์ ฟอร์ซ (Royal Thai air Force) สําหรับในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มี โรยัล เออริเกชัน ดีพาร์ทเมนท์ (Royal Irrigation Department) หรือกรมชลประทานนั่นเอง ท่านประธานครับ วัตถุประสงค์ของการก่อตั้ง กรมป่าไม้ในยุคนั้นก็เพื่อเพียงการทําไม้ประการเดียว คงจํากันได้ว่าประเทศไทยเคยส่งออก ไม้สักเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก เพราะในยุคนั้นพื้นที่ของประเทศไทยปกคลุมด้วยป่าไม้ไม่เว้น แม้แต่กรุงเทพฯ นะครับ สถิติจํานวนประชากรในปี พ.ศ. ๒๔๕๓ มีเพียง ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน เท่านั้น ท่านประธานครับ จนกระทั่งถึงปี ๒๔๘๔ จึงได้มีพระราชบัญญัติเกี่ยวกับป่าไม้เกิดขึ้นนะครับ ทั้งนี้พระราชบัญญัติฉบับนี้ตราขึ้นก็เพื่อควบคุมการทําไม้เพียงประการเดียวนะครับ จนกระทั่งอีกประมาณ ๑๐ กว่าปีถัดมาคือปี พ.ศ. ๒๕๐๓ คําว่า อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะป่าไม้และสัตว์ป่าจึงอุบัติขึ้น โดยมีการตราพระราชบัญญัติ สงวนคุ้มครองสัตว์ป่าเป็นพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ฉบับแรก ซึ่งต่อมา พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ถูกปรับปรุงแก้ไขเมื่อปี ๒๕๓๔ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับสนธิสัญญา ระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าซึ่งพืชป่าและสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส (CITES) นั้นเอง ถัดมาอีก ๑ ปี คือ พ.ศ. ๒๕๐๔ มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาตินับเป็นการ เริ่มงานของการอนุรักษ์อย่างจริงจัง ด้วยการผลักดันของนายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล และแน่นอนผลสําเร็จเกิดจากการที่รัฐบาลสมัยนั้นให้การสนับสนุนคือรัฐบาลทหารของ ฯพณฯ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ กล่าวได้ว่าจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายทหารท่านแรก ที่ให้ความสําคัญกับงานด้านอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า จนกระทั่งทุกวันนี้ ๕๕ ปี ผ่านไปประเทศไทยมีอุทยานแห่งชาติ ๑๔๗ แห่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ๖๐ แห่ง กระจาย กันอยู่ทั่วประเทศ หลายแห่งเป็นมรดกโลก มรดกของอาเซียน (ASEAN) อีกหลายแห่งกําลัง จะได้รับการยอมรับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก หลายแห่งเป็นที่รู้จักกันอย่างดีในบรรดา นักท่องเที่ยวธรรมชาติจากทั่วโลก ต่อมาครับท่านประธาน ในปี พ.ศ. ๒๕๐๗ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติก็ได้ถือกําเนิดขึ้น แต่วัตถุประสงค์ก็เพื่อการใช้ประโยชน์ จากป่านั้นเอง การให้สัมปทานทําไม้ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ในทางทฤษฎีแล้วการทําไม้ ไม่ได้ทําให้พื้นที่ป่าไม้ลดลง เพราะเป็นการเลือกตัดเฉพาะไม้ที่มีความโตได้ขนาด เหลือไม้ที่มี ขนาดรองลงมาเพื่อรอการตัดฟันในรอบต่อไป แต่ในความเป็นจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ครับ ป่าใดที่มีการทําไม้จะถูกบุกรุกทํากิน โดยใช้เส้นทางชักลากไม้ทําการขนส่งพืชไร่ อํานวยความสะดวก สําหรับผู้อาวุโสที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปนะครับ คงจะจําเนื้อเพลงตอนหนึ่ง ของเพลงป่าลั่นได้ดีว่าแผ่นดินกว้างขวาง ถางคนละมือละไม้ แสดงว่าในยุคนั้นการถางป่า เผาป่า ทําลายป่าเป็นเรื่องปกติ แต่ก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ เพราะว่าอาชีพส่วนใหญ่ ของประชากรไทยในสมัยนั้นคืออาชีพในทางการเกษตร ท่านประธานครับ ในเมื่อมีข้อซักถามว่าในเมื่อมีพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าและพระราชบัญญัติ อุทยานแห่งชาติแล้ว เหตุใดพื้นที่ป่าไม้จึงยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ก็พอมีสาเหตุที่พอสรุปได้ หลัก ๆ ดังต่อไปนี้ครับ ในขณะที่มีการประกาศเขตอนุรักษ์ทั้งอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งขั้นตอนการประกาศต้องใช้ระยะเวลายาวนานพอสมควร โดยต้องมีการคัดเลือกพื้นที่ที่เข้าหลักเกณฑ์ อาทิ ขนาดของพื้นที่ต้องมีลักษณะเด่นเป็นเอก มีความสวยงาม มีปรากฏการณ์ธรรมชาติที่แปลกประหลาด มีสัตว์ป่าที่หายาก เป็นแหล่ง ขยายพันธุ์สัตว์ป่าและธรรมชาติอื่น ๆ ซึ่งเหล่านี้หากถูกทําลายไปแล้วไม่สามารถสร้างกลับคืนมาได้ ด้วยน้ํามือมนุษย์ แต่ว่ายังคงมีการให้สัมปทานทําไม้ในเขตป่าตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ และ พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ ๒๕๐๗ จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๓๒ ได้มีการประกาศยกเลิก สัมปทานทําไม้ทั่วประเทศหลังจากที่เกิดโศกนาฏกรรมในท้องที่ภาคใต้ ไม่ทราบจะเป็นเหตุ บังเอิญหรือไม่ก็ตามที่ผู้ยกเลิกสัมปทานทําไม้ก็เป็นทหาร คือ พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในสมัยนั้น นับเป็นทหารท่านที่ ๒ ที่มีบทบาท ในการอนุรักษ์ป่าถัดจากท่าน จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์
สาเหตุอีกประการหนึ่งคือนโยบายที่ไม่แน่นอนของรัฐบาลเกี่ยวกับป่า เช่นในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้มีหนังสือสํานักนายกรัฐมนตรีห้ามมิให้มีการจับกุมผู้บุกรุกอยู่อาศัย ทํากินในเขตป่า หลังประกาศฉบับนี้ยิ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการบุกรุกแผ้วถางป่า เป็นการใหญ่ แล้วอ้างสิทธิว่าอยู่อาศัยทํากินมาก่อน ในสมัยนั้นเทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้า การตรวจสอบทําได้ยาก ประเมินว่ามีผู้บุกรุกภายหลังประกาศจํานวนมาก อาจมากกว่า จํานวนผู้บุกรุกก่อนประกาศเสียอีก
สาเหตุถัดมาคือในห้วงเวลาที่มีความขัดแย้งทางการเมือง มีการจับอาวุธเข้าป่า เจ้าหน้าที่ป่าไม้ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัดได้ ในพื้นที่ป่าหลายจุดหรือแม้แต่ ในเขตอนุรักษ์ เช่นอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า บางสถานที่เจ้าหน้าที่ ไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติงานได้ ไม่เฉพาะแต่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ แต่รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐหน่วยอื่นด้วย หน่วยงานป่าไม้บางแห่งที่เจ้าหน้าที่อยู่ได้ก็มักจะถูกเพ่งเล็งจากรัฐบาลว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม หรือช่วยส่งเสบียง เจ้าหน้าที่ป่าไม้บางรายถูกติดตามตรวจสอบจากทางราชการก็มี
สาเหตุถัดมาที่กรมป่าไม้จะต้องสูญเสียพื้นที่ป่าอีกครั้งหนึ่ง ในเมื่อรัฐบาล มีนโยบายจัดที่ทํากินให้แก่ราษฎรในรูป ส.ป.ก. เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ในทางทฤษฎีแล้วพื้นที่ ที่กรมป่าไม้มอบให้กับ ส.ป.ก. ควรเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมที่ถูกบุกรุกอยู่ก่อนแล้ว และควรเป็นพื้นที่ที่ไม่ใช่เขตต้นน้ําลําธาร ไม่มีความลาดชัน แต่ด้วยการเร่งรัดดําเนินการ ในการส่งมอบความคลาดเคลื่อนของแผนที่ทําให้พื้นที่ส่งมอบบางแปลงไม่เหมาะสม เช่น ยังคงมีสภาพป่าที่สมบูรณ์ มีความลาดชันสูง เป็นป่าต้นน้ําลําธาร และบางพื้นที่ แม้จะเสื่อมโทรมแต่ยังไม่มีการบุกรุกก็ไม่ควรที่จะส่งมอบ พื้นที่ที่กรมป่าไม้มอบให้ สํานักงานปฏิรูปที่ดินมีมากถึง ๔๐ กว่าล้านไร่ การสูญเสียพื้นที่ป่าครั้งถัดมาที่สําคัญ ก็คือ นโยบายของรัฐ มติ ครม. เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ที่ผ่อนผันให้ราษฎรที่อาศัย อยู่ในเขตป่าอาศัยทํากินต่อไปก่อนเพื่อรอการพิสูจน์สิทธิ และปรากฏเช่นเคยครับ หลังมติ ครม. ฉบับนี้ออกมาราษฎรส่วนหนึ่งถือโอกาสบุกรุกแผ้วถางป่าแล้วอ้างว่าอยู่มาก่อน การตรวจสอบพิสูจน์สิทธิภาคพื้นดินต้องใช้เวลา ใช้กําลังคนและใช้งบประมาณจํานวนมาก ประเมินว่าผู้บุกรุกเข้าไปภายหลังมติ ครม. ครั้งนี้มีจํานวนมากเช่นกัน สาเหตุครั้งล่าสุด ของการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้คือนโยบายขยายพื้นที่ปลูกยางพารา ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๒ แม้ว่าพื้นที่ที่ขยายการปลูกยางพารา ควรอยู่ในพื้นที่การเกษตรเดิม แต่ก็ทําให้เกิดการบุกรุกป่า เพิ่มขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว ที่กล่าวมาข้างต้นท่านประธานครับ คือตัวอย่างของการใช้ อํานาจรัฐในทางการบริหาร เพื่อยกเว้นการปฏิบัติตามกฎหมาย จนเกิดผลกระทบต่อพื้นที่ป่า ของประเทศไทย ลักษณะทางกายภาพทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทย นักวิชาการคํานวณว่า ประเทศไทยควรมีเนื้อที่ป่าไม่น้อยกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ประเทศ ซึ่งก็ปรากฏ ในนโยบายการป่าไม้แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๘ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ใน ๔๐ เปอร์เซ็นต์นี้ควรเป็นป่าเพื่อการอนุรักษ์ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ดิน น้ํา พันธุ์พืช สัตว์ป่าและความหลากหลายอื่น ๆ เพื่อป้องกันลดความรุนแรง ของภัยธรรมชาติ ทั้งน้ําท่วม ฝนแล้ง และเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาค้นคว้าวิจัย และนันทนาการ ส่วนอีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ควรกําหนดให้เป็นป่าเพื่อเศรษฐกิจ ผลิตไม้ เพื่อการใช้สอย ปัจจุบันประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่ต้องนําเข้าไม้มูลค่ามหาศาล ในแต่ละปี ทั้งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้ส่งออกไม้รายใหญ่ สําหรับสินค้าที่ผลิตโดยไม้ เช่นเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) ในหลายประเทศที่พัฒนาแล้วจะไม่ขายผลิตภัณฑ์ที่ผลิต จากไม้ป่าธรรมชาติ นอกจากมีใบรับรองว่าผลิตจากไม้ที่เกิดจากการปลูกหรือจากสวนป่าเท่านั้น ท่านประธานครับ การทําลายป่าเป็นการทําลายถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า สัตว์ป่าหลายชนิด สูญพันธ เช่น สมัน กวางชนิดหนึ่งที่สวยที่สุดในโลกเคยพบเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ปัจจุบันสูญพันธุ์ไปแล้ว แรด กระซู่ กูปรี สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยแล้วเช่นกัน อีกหลาย ๆ ชนิด กําลังจะสูญพันธุ์ตาม กําลังจะสูญพันธุ์ตาม มีคํากล่าวว่าเอ็คทิงชัน อีส ฟอร์เอเวอร์ (Extinction is forever) ความหมายถึงสิ่งมีชีวิตเมื่อสูญพันธุ์ไปแล้วไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้แม้จะใช้เงินมากมาย มหาศาลเพียงใดสัตว์ป่าสามารถนํามาใช้ให้เครื่องมือทางการทูต หรือเครื่องต่อรอง ทางการเมืองได้ เช่น ประเทศจีนใช้หมีแพนด้า ประเทศออสเตรเลียใช้หมีโคอาลา ประเทศอินโดนีเซียใช้ลิงอุรังอุตัง เป็นต้น ปัจจุบันพื้นที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์ยังคงไม่ถึง เป้าหมายตามนโยบายการป่าไม้แห่งชาติ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลภายใต้พื้นฐาน ทางวิชาการ แต่หากเป็นการสุดวิสัยไม่สามารถเพิ่มเติมอีกแล้วด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมือง หรืออื่นใดก็ขออย่าให้พื้นที่อนุรักษ์ได้น้อยลงกว่านี้อีกเลยครับ การปฏิรูปป่าไม้และที่ดินจะสําเร็จได้ก็ต้องมีการปฏิรูปด้านอื่น ๆ ควบคู่กันไป เช่น ด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ และด้านเมือง ซึ่งจะไม่ขอขยายความในที่นี้ ท่านประธานครับ ความหวังอยู่ที่รัฐบาลปัจจุบัน แต่ก็พอจะมองเห็นแนวทางบ้างแล้วนะครับ จากการดําเนินการของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด ในการยึดคืนพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกทราบว่าเป้าหมายในปีนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีเป้าหมาย จะยึดพื้นที่ป่าคืนไม่ต่ํากว่า ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ นี่คือการปฏิรูปการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นย่อมมีผู้ได้รับ ผลกระทบ แต่ในเมื่อเป้าหมายสุดท้ายประเทศชาติได้รับผลประโยชน์โดยรวม ผู้ได้รับ ผลกระทบได้รับการเยียวยาอันพอแก่ควร หวังว่าแนวทางการปฏิรูปภายใต้หัวข้อที่นําเสนอ ในวันนี้จะได้รับความเมตตาให้ความเห็นชอบเพื่อประโยชน์สุขของอนุชนรุ่นต่อ ๆ ไป ป่าหมายถึงชีวิตทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตครับ