ธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ หารือเรื่องการจัดที่ดินให้กับเกษตรกร โดยเสนอแนวทางแก้ไขกระบวนการจัดสรรที่ดินให้รวดเร็วขึ้น พร้อมเสนอแนวทางใหม่ในการจัดการที่ดิน โดยใช้ระบบฐานข้อมูลเป็นฐานข้อมูลในลักษณะองค์รวม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องป่าในประเทศไทยที่มีปัญหาความขัดแย้งระหว่างการอนุรักษ์ป่าและชุมชนบ้านใกล้บ้านไกล โดยเรียกร้องให้มีการจัดการประชาชนกับป่าในระดับพื้นที่ที่มีความแข็งแรงและเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการประเมินการใช้ที่ดินที่รัฐจัดสรรให้ประชาชน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ เรียนท่านประธานกรรมาธิการ ประเด็นที่ผมอยากนําเรียนท่านประธานคงมีสัก ๒-๓ ประเด็นด้วยกัน
ประเด็นที่ ๑ ประเด็นเรื่องการจัดที่ทํากินให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องของ การประกอบอาชีพ ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้เราพูดกันมาค่อนข้างมาก ด้วยมูลเหตุก็คือว่าคนไทย จํานวนมากที่อยู่ในภาคเกษตรกรรมนั้นไม่สามารถที่จะมีที่ทํากินเป็นของตนเอง รัฐก็พยายาม มีนโยบายที่จะจัดหาที่ดินให้ แต่กระบวนการและขั้นตอนนั้นก็เป็นอุปสรรค เพราะฉะนั้น ประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากนําเสนอท่านประธานก็คือว่าทําอย่างไรให้กระบวนการการจัดสรร ที่ดินหรือการจัดหาที่ดินให้กับพี่น้องประชาชนนั้นมีกลไกและมีกระบวนการที่รวดเร็ว ตรงตามความต้องการของพี่น้องประชาชนและนโยบายแห่งรัฐ ถามว่าจําเป็นไหม ที่พี่น้องประชาชนจะต้องมีที่ดินเพื่อทํากินเพื่อทําประโยชน์ในการเลี้ยงชีพ จําเป็นครับ ไม่เช่นนั้นรัฐไทยก็จําเป็นที่จะต้องดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนในลักษณะของระบบสวัสดิการ หรือระบบอุปถัมภ์ไปตลอด ซึ่งรัฐไทยก็ไม่ได้มีงบประมาณมากมาย
ประเด็นที่ ๒ ซึ่งผมอยากนําเรียนว่าทําอย่างไรให้การจัดการมันรวดเร็วขึ้น เราพบข้อจํากัดจากการรายงานของคณะกรรมาธิการว่าองคาพยพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลัก ๆ มี ๓ ส่วน มีกระทรวงมหาดไทย มีสํานักนายกรัฐมนตรี รวมไปถึงมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สิ่งเหล่านี้เราจะเห็นได้ว่าต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างใช้กฎหมายในการกํากับ ซึ่งกันและกัน ทุกคนก็จะมีความห่วงใยในสิ่งที่ตนเองได้ถือครองอยู่ ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย รวมไปถึงมีคณะกรรมการจัดการที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งอยู่ภายใต้การดําเนินงานของสํานักนายกรัฐมนตรี ดังนั้นทําอย่างไรให้องคาพยพเหล่านี้ มันเกิดการขับเคลื่อน ผมคิดว่าวันนี้ต้องเปลี่ยนแนวทางครับ ไม่ได้เป็นคณะกรรมการที่แยกส่วน แต่ต้องเป็นคณะกรรมการที่อยู่ในส่วนเดียวกันและเป็นองคาพยพเดียวกัน จัดการเคลื่อนภารกิจนี้ ในลักษณะเดียวกันโดยใช้ระบบฐานข้อมูลเป็นฐานข้อมูลในลักษณะองค์รวม ไม่ได้บอกว่า ต่างคนต่างแยกต่างคนไปจัดการ
ประเด็นที่ ๓ ซึ่งผมอยากนําเสนอท่านประธานก็คือว่าปัญหาป่าในเมืองไทยนั้น มีมากมายยาวนาน คนไปอยู่ในป่า คนไปอยู่ในที่ดินที่ว่างเปล่า แล้ววันดีคืนดีมีการไปกําหนด ตรงนั้นว่าเป็นที่ป่า ประชาชนเหล่านั้นเลยถูกบอกว่าคุณเป็นผู้บุกรุกที่ป่า ประเด็นตรงนี้ ผมคิดว่าการแก้ไขในอนาคตไม่ว่าจะเป็นป่าสงวนก็ดี ป่าอนุรักษ์ก็ดี อะไรก็ดี ผมคิดว่า การจัดการเรื่องประชาชนกับป่านั้นควรมีคณะกรรมการระดับพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นองค์กร ที่เกี่ยวข้องในระดับชุมชน ท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนตําบล พี่น้องประชาชนในชุมชน ผมอยากนําเรียนในข้อเท็จจริงนะครับ ไม่มีประชาชนในชุมชนหรือชุมชนใดไปทําลายป่าหรอกครับ แต่สิ่งที่สําคัญก็คือว่ากลไกความร่วมมือระหว่างภาคกลุ่มทุนนั้นเป็นกลไกที่มีองคาพยพ ที่มีพละกําลังมาก ซึ่งมีปัจจัยตั้งแต่ปัจจัยทางการเมืองและกลไกภาครัฐไปทําให้สิ่งเหล่านั้น ไปทําลายทรัพยากรธรรมชาติของรัฐ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะปกป้องได้ในอนาคตผมคิดว่า หน่วยงานภาครัฐไม่สามารถดําเนินการได้เพียงหน่วยงานเดียว ดังนั้นจําเป็นต้องมีองคาพยพ ในระดับพื้นที่ที่เป็นองคาพยพที่มีความแข็งแรงและเป็นกระบวนการการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าจะเป็นการทําให้การดูแลหรือการจัดการทรัพยากรระหว่างป่า กับประชาชนนั้นได้ยุติความขัดแย้งลงได้
ส่วนประเด็นสุดท้ายซึ่งเราไม่ได้พูดกันเลยในการอภิปรายในวันนี้ ผมคิดว่า เรื่องการประเมินการใช้ที่ดินที่รัฐจัดสรรให้พี่น้องประชาชน เราจะไปพบว่าปลายทางสุดท้าย แล้วเหมือนที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้พูดถึงบอกว่าสุดท้ายแล้วที่ดินเป็นของนายทุน ในตลาด เราต้องยอมรับความจริงว่าการติดตามประเมินผลการใช้ที่ดินของรัฐ ในการดํารงชีวิต การประกอบอาชีพนั้น เราไม่เคยมีการประเมินหรือการติดตามเลย ดังนั้นคณะกรรมการระดับพื้นที่ที่ผมได้นําเรียนต่อท่านประธานนั้นมีความจําเป็นอย่างยิ่ง ในการตรวจสอบในขบวนการเหล่านี้ เพราะเขาจะหวงแหนสิทธิของเขาเองและตรวจสอบสิทธิ ของเขาเอง แทนที่จะบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นกลไกภาครัฐที่จะเป็นองคาพยพ ในการขับเคลื่อนเพียงหน่วยงานเดียว ดังนั้นผมจึงขอสรุปว่าการที่เราจะให้ป่าหรือให้ที่ดิน กับพี่น้องประชาชนนั้นถ้าเราไม่ปรับปรุงวิธีการหรือแนวทางการดําเนินการเราก็ไม่สามารถ ที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ได้ ผมเองต้องขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวนี้ เป็นอย่างสูงที่ได้จัดทําข้อมูลในการศึกษาเพื่อการปฏิรูปในครั้งนี้ครับ ขอบพระคุณครับ