สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๙ · ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘

โกวิท ศรีไพโรจน์ หารือเรื่องป่าไม้และการจัดการที่ดิน โดยกล่าวถึงกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้และความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าไม้ และเรียกร้องให้ราชการบังคับใช้กฎหมายและติดตามการใช้สิทธิของประชาชนในพื้นที่ป่าไม้

นายโกวิท ศรีไพโรจน์

ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม โกวิท ศรีไพโรจน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๙ จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านประธานครับเกี่ยวกับเรื่องของป่า แล้วก็เรื่อง ของการจัดการที่ดินให้กับประชาชนผู้ยากไร้ เป็นปัญหาสําคัญที่เมื่อเราออกไปจัดเวทีรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชน ประชาชนได้เรียกร้องเรื่องนี้เรียกได้ว่าทุกเวทีที่เราไปรับฟังความเห็น เพราะว่าประชาชนผู้ลําบากนี่เขาเดือดร้อนจริง ๆ ท่านประธานครับ เกี่ยวกับเรื่องของป่า ทางฝ่ายคณะกรรมาธิการได้กรุณาดําเนินการศึกษา ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการชุดนี้ เป็นอย่างสูงครับ แต่อย่างไรก็ตามครับ หลายเรื่องหลายราวผมเองอาจจะเป็นความเห็น ของผมเพียงผู้เดียวนะครับ เอาเป็นว่าความเห็นส่วนตัวแล้วกัน จากการที่ปฏิบัติหน้าที่ เกี่ยวกับเรื่องของป่าไม้มาในชีวิตรับราชการนั้นนะครับ ผมเองผมก็ได้สัมผัสกับกฎหมาย เรื่องนี้หลายฉบับ หลัก ๆ คือ พ.ร.บ. ป่าไม้ ปี ๒๔๘๔ แล้วก็นอกจากนั้นก็มี พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ ปี ๒๕๐๔ พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ ปี ๒๕๐๗ พ.ร.บ. รักษาพันธุ์สัตว์ป่า ผมจํา พ.ศ. ไม่ได้ แล้วก็เขตป่าที่เป็นป่าอนุรักษ์ทั้งหลาย คราวนี้กฎหมายแต่ละฉบับครับท่านประธาน มีเจตนารมณ์ของกฎหมายนั้นชัดเจน อย่างกฎหมายว่าด้วยป่าไม้นี่หมายความว่าต้องการ รักษาป่าไม้ตั้งแต่ปี ๒๔๘๔ นี่ต้องการรักษาพื้นที่นี้เป็นสมบัติของประชาชน สมบัติของชาตินะครับ พ.ร.บ. ป่าไม้นี่ใครรุกป่าเข้าไปผิดหมด ไม่จําเป็นจะต้องระบุละครับเป็นป่าสงวนหรือป่าอะไร คราวนี้หลังจากนั้นก็มีการออก พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติเกี่ยวกับเรื่องของป่าไม้ที่ต้องการ อนุรักษ์เป็นพิเศษนะครับ แต่อย่างไรก็ตามครับ ในลักษณะของป่าที่เป็นป่าอนุรักษ์นี่จะต้อง ประกาศเป็นพระราชกฤษฎีกา คําว่า พระราชกฤษฎีกา หมายความว่าต้องให้ประมุข ของประเทศเป็นผู้ลงนามประกาศใช้ เพราะว่าเป็นกฎหมายที่ตัดสิทธิประชาชน แต่ถ้าหากว่า ให้สิทธิประชาชนอยู่บ้างนี่ก็จะออกเป็นกฎกระทรวง พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ ปี ๒๕๐๗ เป็นกฎหมายป่าสงวน ฟังดูแล้วว่าป่าทุกป่าจะต้องสงวน แต่จริง ๆ ไม่ใช่ถ้าหากว่าไปอ่านให้ดี จะเห็นได้ชัดว่ากฎหมายฉบับนี้คือเป็นกฎหมายที่อนุญาตให้ประชาชนเข้าไปทํากิน ในที่ของป่าที่มันเสื่อมโทรมได้ เพราะฉะนั้นเขาออกเป็นกฎกระทรวงได้ รัฐมนตรีเซ็นได้ปุ๊บ ประกาศออกมาตรงนี้เป็นเขตป่าสงวนได้เลย คราวนี้เรื่องของพระบรมราโชวาทที่ให้ เมื่อปี ๒๕๑๖ นี่มันก็มีที่มาที่ไปก็เหมือนกัน ก็คือการดําเนินการเพื่อที่จะออกเขตป่าสงวน บางทีในสภาวะเมื่อปี ๒๕๑๖ ท่านประธาน ผม หรือว่าเพื่อนสมาชิกที่นี่หลายคนก็อายุไม่มาก ตอนนั้นน่าจะยังเรียนอยู่ คือการที่เข้าไปสํารวจนี่สํารวจยากครับ บางทีเจ้าหน้าที่ก็เอาง่าย เข้าว่าก็ไปขีดเอาตรงหน้าอําเภอ มันก็เลยกระทบกับประชาชน แต่จริง ๆ ถ้าหากว่า เป็นเขตป่าสงวนและประชาชนอยู่นี่ เพียงแต่ว่าคนนั้นอยู่ในป่านี่เขาอยู่อยู่แล้วนะครับ แล้วก็พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติถ้าหากว่าเป็นเขตที่เป็นป่าเสื่อมโทรมเขาก็อนุญาตให้ชาวบ้านอยู่นะครับ ประเด็นอยู่ตรงที่ว่าเราจะจัดการอย่างไร ท่านประธานครับ ผมเหลือเวลาอยู่ ๑ นาที เกี่ยวกับเรื่องของการจัดการที่ดินเกี่ยวกับป่า ผมขออนุญาตตรงนี้นะครับว่าในสมัย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ผมเป็นอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีการดําเนินการเกี่ยวกับป่าครับ โดยที่นําป่าที่ทางฝ่ายป่าไม้ไปให้นายทุนเช่าแล้วมาจัดสรรให้ประชาชน พื้นที่ก็ใกล้ ๆ กับ บ้านท่านประธานเหมือนกัน อําเภอพุนพิน ปรากฏว่าเราได้จัดสรรให้ประชาชนเข้าไปทํากิน แล้วประชาชนก็ไปปลูกปาล์มนะครับ เราก็ให้เขาไปเช่าปลูกปาล์มคนละ ๕ ไร่ ๑๐ ไร่ก็ว่าไป มีอยู่วันหนึ่งครับท่านประธาน มีคดีเกี่ยวกับคดีลักผลปาล์มมาที่พนักงานอัยการ ผมเป็นอัยการจังหวัดผมตรวจสํานวน ก็ต้องถามว่าผู้ต้องหานี่ไปลักปาล์มของใคร คือเขาจะจัดเป็นล็อก (Lock) แต่ว่าชาวบ้านที่เขาได้รับสิทธิเขาก็จะมีสมุดแต่ละเล่ม ๆ ว่าเขามีสิทธิทํากินในล็อกนี้ ๆ พอไปถามจริง ๆ ท่านประธานครับ คนเจ้าของล็อก ไม่ใช่เจ้าของปาล์มครับ เจ้าของปาล์มกลายเป็นเถ้าแก่ในตลาดบ้านดอนครับ ตลาดสุราษฎร์ธานี ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการก็คือว่า วันนี้เราเรียกร้อง การบังคับใช้กฎหมาย ประชาชนที่ได้สิทธิไปแล้วเราไม่ได้มีหน่วยงานอะไรติดตามเลยนะครับ ว่าเขาเอาไปจริงหรือไม่ เมื่อเอาไปแล้วเขาเอาไปทําอะไร เมื่อเขาเอาไปแล้วเขาไปขายตรงนี้ ให้กับนายทุน หรืออาจจะโอนกันเป็น คือเขาไม่ได้เซ็นละครับท่านประธาน ก็เป็นการขาย แล้วก็ไป ๆ มา ๆ ตรงนี้นายทุนฮุบหมด อยากจะเรียกร้องทางฝ่ายราชการผ่านท่านประธาน ไปถึงคณะกรรมาธิการด้วยว่าเป็นไปได้ไหมครับ ขอให้ทางฝ่ายกรรมาธิการดําเนินการ ในเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสํารวจตรงนี้อีกสักทีก็ได้ครับ ใครที่ได้รับสิทธิไปแล้ว แล้วก็ไม่ได้ใช้สิทธิ แล้วก็เอาสิทธิตรงนี้ไปให้คนอื่นใช้ช่วยถอนสภาพด้วยครับ แล้วก็เอามาให้ประชาชนผู้ยากไร้ เข้าไปทํากินอย่างแท้จริง ผมก็ฝากไว้แค่นี้ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ