สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๙ · ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘

สุชาติ นวกวงษ์ หารือเรื่องการปฏิรูปที่ดินและป่าไม้ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการให้ประชาชนมีความเข้าใจและรับรู้เกี่ยวกับแผนแม่บทการพัฒนาแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงความชัดเจนระหว่างพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่ที่ยอมให้พัฒนา และเรียกร้องให้มีการปฏิรูปที่ดินและพระราชบัญญัติป่าชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิและความมั่นใจในการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ หมายเลข ๒๑๘ นะครับ ท่านประธานครับ อยากกราบเรียน ท่านประธานในส่วนของเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เฉพาะเรื่องของวาระ เรื่องการปฏิรูปที่ดินและป่าไม้นี่นะครับ ผมอยากจะมีความเห็นเพิ่มเติมในส่วนของการ จัดการปฏิรูปที่ดินและการจัดการที่ดินเพิ่มเติม สิ่งที่ประชาชนคิดมากที่สุดก็คือว่าทําอย่างไร จึงจะเกิดความเท่าเทียมกัน ความเท่าเทียมเป็นสิ่งที่ประชาชนยังข้องใจมาปัจจุบันนี้ ว่าเขาได้รับความยุติธรรมจริงหรือไม่ ประชาชนโดยทั่วไปท่านประธานครับชุมชนนี้ องค์ประกอบอยู่ ๓ เรื่องคือ ๑. ชุมชนคือคนที่ทําอะไรร่วมกัน ๒. ชุมชนมีความเอื้ออาทร ซึ่งกันและกัน แล้วก็ ๓. ชุมชนมีกลไกร่วมกัน คือมีวิถีชีวิต มีวัฒนธรรม มีกฎหมายร่วมกัน เพราะฉะนั้นเขาจะอยู่ด้วยกันในลักษณะขององค์ประกอบชุมชน แต่สิ่งที่เราจะต้องผลักดัน ผมคิดว่ามันเป็นความจําเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องทําให้ประชาชนรับรู้เรื่องของแผนแม่บท การพัฒนาในเรื่องของแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เอาอย่างไรให้ชัดเจนว่า ตรงไหนคือพื้นที่อนุรักษ์ ตรงไหนคือพื้นที่ที่เรายอมให้ได้มีการทําป่าชุมชน ความเข้าใจ ระหว่างป่าอนุรักษ์กับป่าชุมชนนั้นมีความแตกต่างกัน บนพื้นที่ของป่านี่ละครับ ป่าชุมชน โดยส่วนมากมักจะอยู่บนพื้นที่ป่าที่เรียกว่าป่าสงวนแห่งชาติ แต่ว่าป่าสงวนหรือว่าป่าอนุรักษ์นี่ครับ คือป่าบนพื้นที่อุทยานแห่งชาติและป่าบนพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าครับ เพราะฉะนั้น เราต้องทําความชัดเจนตรงนี้ให้ประชาชนเข้าใจ และเช่นเดียวกันครับ เราต้องทําความเข้าใจ ให้กับประชาชนอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นนักวิชาการด้วยกัน แล้วก็ประชาชนอีกระดับหนึ่งให้เขา เข้าใจว่าอะไรคือป่าที่เรายอม รัฐยอมได้และอะไรคือป่าที่ไม่ควรจะยอม อย่างเช่นกรณีที่ผม เรียนท่านประธานนี่ครับ ก็คือว่าป่าที่เรียกว่าป่าอุทยานแห่งชาติ แล้วก็ป่าที่เรียกว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านี่ครับ มันเป็นหัวใจของประเทศ มันเป็นสิ่งที่เกี่ยวกับความยั่งยืน ของทรัพยากรที่เรามีอยู่ ดังนั้นตรงนี้เราควรจะต้องสงวนเอาไว้ เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่า เราควรจะต้องไปผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องทําให้ประชาชนรับทราบ เช่น พ.ร.บ. สวนป่า พ.ร.บ. ป่าชุมชน พ.ร.บ. โฉนดชุมชน พ.ร.บ. สิทธิชุมชน รวมทั้งเรื่อง พ.ร.บ. ป่าไม้ ปี ๒๔๘๔ ให้ชัดเจนมากขึ้น เวลาเดียวกันเราก็ต้องทบทวนว่า พ.ร.บ. อนุรักษ์ ๒ ฉบับ ที่ผมเรียน เมื่อตะกี้มีความชัดเจนเพียงพอ ยืดหยุ่นเพียงพอหรือเปล่า เช่นเดียวกันครับ เราต้องตรวจสอบว่า พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ ที่เราประกาศไว้นี่นะครับ เราได้ควบคุม มันพอหรือไม่ อันนี้คือความเท่าเทียมที่ประชาชนต้องได้รับรู้เท่ากันนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของสิทธิประชาชนนะครับ สิทธิตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เขียนว่า มาตรา ๒๖ บอกว่า ประชาชนย่อมมีฐานะเป็นพลเมือง ผมก็มีพลเมือง ผมเป็นพลเมืองครับ เพราะฉะนั้นประชาชนจะขอใช้สิทธิการเป็นเจ้าของทรัพยากร แล้วเข้าไปอยู่ในที่ดินหวงห้ามบางพื้นที่ได้หรือไม่ ประเด็นก็คือว่ามันควรจะต้องให้ ความช่วยเหลือทางราชการด้วย เพราะฉะนั้นมาตรา ๒๗ จึงบอกว่าประชาชนต้องช่วยเหลือราชการ รวมทั้งสงวนและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะฉะนั้น ๒ มาตรานี้ มันสอดคล้องกัน คือว่าประชาชนต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันนะครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่า นโยบายตรงนี้มีความเกี่ยวข้องกับประชาชน เราต้องไปคุยกับประชาชนให้ชัดเจนนะครับ และประชาชนควรจะต้องยอมรับด้วยครับ ท่านประธานครับ ผมพูดเร็ว ๆ เพราะว่า ผมต้องการใช้เวลาในเวลาจํากัดนะครับ ดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องไปพูดถึงคือเรื่องของแผนแม่บท ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมไม่รังเกียจครับ ไม่เป็นอะไรครับ หมายความว่ายอมรับได้ในสิ่งที่หมออําพลเสนอว่าจะต้องมีกรรมการชุดนั้น ชุดนี้เพิ่มขึ้นนะครับ คุยกันใหม่ แต่ทําอย่างไรให้มีความชัดเจนให้สามารถผลักดันพระราชบัญญัติป่าชุมชนหรือว่า สิ่งที่เรียกว่าการปฏิรูปที่ดินครับ สามารถผ่านไปถึงประชาชนได้ เพื่อความยั่งยืนที่ดีกว่า ของประเทศเรานะครับ

สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะพูดถึงเรื่องของข้อดีของป่าชุมชนและข้อเสียของป่าชุมชน มีอยู่ ๔-๕ ข้อครับท่านประธานครับ

๑. ข้อดีของป่าชุมชนก็คือว่าเรารับรองคณะกรรมการป่าชุมชนว่ามีตัวตนจริง

๒. คือกรรมการบางคนอาจจะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายถ้าหากว่า มีพระราชบัญญัติป่าชุมชนเกิดขึ้น

๓. ประชาชนจะได้รับรองสิทธิตามกฎหมาย เช่น เก็บของป่าได้ เก็บของกินได้ ประชาชนวันนี้ช่วยราชการได้ อย่างนี้เป็นต้นนะครับ เพราะฉะนั้นประชาชนก็เกิดความมั่นใจ ว่าสามารถที่จะเดินเข้าไปในป่าได้โดยไม่ต้องถูกตํารวจจับหรือเจ้าหน้าที่ป่าไม้จับ

๔. สามารถที่จะขอรับการสนับสนุนจากภาคเอกชนต่าง ๆ เพื่อทํางานวิจัย เรื่องของป่าได้ และ

๕. ประชาชนหรือว่าป่าชุมชนไม่ควรจะตั้งอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ดังที่ผมได้เรียน แล้วครับว่าป่าอนุรักษ์คือหัวใจ แต่ต้องเข้าใจว่าป่าอนุรักษ์คือพื้นที่ไหนครับ

ข้อเสียของป่าชุมชนครับท่านประธานครับ

๑. ประชาชนไม่สามารถอาศัยอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ได้ นี่คือเป็นเรื่องจริง

๒. กฎหมายอุทยาน กฎหมายเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอาจจะไม่ยืดหยุ่น เพียงพอในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ ต้องมีการทบทวน เช่นทําฝายต้นน้ําบนพื้นที่ก็ไม่ได้

๓. ความเหลื่อมล้ําเป็นจุดอ่อนที่ประชาชนและนักเคลื่อนไหวบางกลุ่มใช้เป็น ข้ออ้างในการบุกรุกและครอบครองพื้นที่ต่อไปนะครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ