ฑิฆัมพร กองสอน หารือเรื่องป่าไม้และที่ดินของชุมชน โดยวิพากษ์วิจารณ์ระบบการจัดการที่ไม่สอดคล้องกับหลักการของการปฏิรูป และเรียกร้องให้มีการแก้ไข โดยเฉพาะการอนุญาตให้ชุมชนดูแลป่าชุมชนของตนเองได้
ขอบคุณท่านประธานค่ะ เรียนท่านประธานสภา ปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ดิฉัน นางฑิฆัมพร กองสอน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดน่าน ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการจัดการป่าไม้และที่ดินแทนพี่น้องชาวบ้าน ในฐานะที่ดิฉันเองเป็นชาวบ้านคนเดียวที่มีโอกาสเข้ามาทําหน้าที่เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ปัญหาของป่าไม้ ปัญหาการกําหนดเขตพื้นที่อนุรักษ์ ที่ดินของรัฐทับซ้อนกับที่ดินทํากิน ของราษฎร ชาวบ้านบุกรุก และการกําหนดแนวเขตชุมชนที่ชัดเจนเป็นปัญหาข้อพิพาท และสร้างความขัดแย้งที่ยืดเยื้อระหว่างรัฐกับประชาชนมายาวนาน ซึ่งดิฉันพูดตลอดว่า ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาโลกแตกนะคะ ดิฉันเองมาจากพื้นที่นะคะท่านประธาน และเป็นผู้ที่ ประสบปัญหาเรื่องที่ดินมาตลอด และพยายามใช้กระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อแก้ไขปัญหา เรื่องนี้มาตลอดค่อนชีวิตด้วยซ้ําไป จึงขอนําเสนอความจริงในพื้นที่ให้สภาแห่งนี้ได้เห็นชัดเจน ว่า คําว่า ป่าชุมชน จริง ๆ แล้วมันเป็นป่าหน้าหมู่ที่เกิดมาตั้งนานมากกว่า ๗๐ ปีด้วยซ้ําไป ซึ่งมีอยู่ ๒ ลักษณะ คือป่าที่เป็นป่าไม้อุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว แต่ชาวบ้านที่อยู่ในละแวก ใกล้เคียงช่วยกันมาทําขอบเขตกันไว้นําเอามาสงวนรักษาไว้เป็นป่าหน้าหมู่ทั้งใช้สอยแล้วก็ทั้ง เรื่องของการอนุรักษ์ ส่วนมากจะเป็นเรื่องของการอนุรักษ์ พื้นที่ที่ฟื้นฟูจากพื้นที่ที่ดินที่เสื่อมโทรมจนเกิด ความอุดมสมบูรณ์ขึ้น ซึ่งจะอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ ซึ่งจากการที่ ป่าหน้าหมู่ของชุมชนที่เรียกว่าป่าชุมชนนี้ บางพื้นที่เกิดก่อนกฎหมายต่าง ๆ ที่ท่านพยายาม เขียนเพื่อแก้ไขปัญหาของทรัพยากร ดั่งพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานคณะกรรมการการจัดงานวันรพี ๒๗ ปี ๒๕๑๖ จะไม่ขออ่านรายละเอียดนะคะ ท่านประธานคะ ในวันนี้ในคณะอนุกรรมาธิการและหลาย ๆ ท่านที่ได้เอ่ยมา แล้วก็วันนี้ เรายังจะออกกฎหมายเพื่อปกป้องไม่ให้ชุมชนที่เขาดูแลทั้งที่เขาดูแลมาก่อนกฎหมายจะออก ครั้งแรกประกาศเขตป่าทับชุมชนก็เป็นจําเลยแล้วว่าเป็นผู้บุกรุกป่า ก็ผิดกฎหมายอยู่แล้ว ครั้งนี้จะห้ามไม่ให้ป่าชุมชนในเขตอนุรักษ์ ดิฉันอยากจะถามสภาแห่งนี้ว่าความเป็นธรรม มันอยู่ที่ไหนในฐานะที่ดิฉันเป็นชาวบ้านแล้วก็ขึ้นมาคนเดียว ทั้งที่ชาวบ้านเขาร่วมกันทําดี รักษาป่าไว้ ดูแลทุกอย่าง พอไฟป่ามานะคะ ผู้ใหญ่บ้านกํานันประกาศแป๊บเดียวเต็มป่าเลย เขาช่วยกันดับไฟ ขอยกตัวอย่างในฐานะที่ดิฉันเป็นคนจังหวัดน่าน แล้วก็อยู่ในพื้นที่นี้ตลอด ว่าป่าชุมชนในจังหวัดน่านทั้งหมดมี ๕๔๐ กว่าป่า มีอุทยานแห่งชาติประกาศไปแล้ว ๓ อุทยาน และเตรียมประกาศอีก ๔ อุทยาน มีชุมชนและป่าชุมชนอยู่ในทั้งหมดทั้ง ๗ มีทั้งเตรียมและทั้งประกาศ ๙ อําเภอ ๑๙ ตําบล ๗๖ หมู่บ้าน ซึ่งความจริงเขาอยู่ก่อน การประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ และมีการรักษาป่าที่จัดทําเป็นป่าหน้าหมู่ นี้คือ ๑ ตัวอย่าง ของ ๑ จังหวัด อันนี้ก็จะนําไปสู่ความไม่เป็นธรรม สร้างความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้นทั้งที่ ในหลักการ การปฏิรูปประเทศไทย ทิศทางมาตั้งแต่ต้นว่าเพื่อลดความเหลื่อมล้ํา เพิ่มความเป็นธรรม การที่จะเสนอหลักการออก พ.ร.บ. ป่าชุมชน ที่ไม่ยอมให้มีการจัดตั้งป่าชุมชน ในเขตอนุรักษ์ที่เคยประกาศทับที่ชาวบ้านนี้ เป็นการสนองกับทิศทางการปฏิรูปหรือไม่นะคะ
ดิฉันขออนุญาตอยากจะเสนอตัวอย่างพื้นที่รูปธรรมนะคะว่าที่นี้มันเป็นแผนที่ เปรียบเทียบการจําแนกพื้นที่จากร่องรอยการใช้ประโยชน์กับพื้นที่ป่าธรรมชาติเป็นของบ้านหนองเต่า หมู่ ๔ ตําบลแม่วิน อําเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ในปี ๒๔๙๕ ท่านจะเห็นว่าสีเหลือง ๆ กับ สีเขียว ๆ สีเหลืองนี้เป็นพื้นที่ที่ใช้สอยทํากินหรือใช้ประโยชน์เยอะนะคะ พอมาปี ๒๕๑๖ สีเขียว ๆ จะขยับไป ก็เหลืออีกไม่กี่เปอร์เซ็นต์แล้วนะคะ แล้วพอปี ๒๕๔๕ ก็เหมือนกันนะคะ จะเห็นว่าชาวบ้านช่วยกันฟื้นฟูป่าที่มันเสื่อมโทรมไปจากปี ๒๔๙๕ ขึ้นมาเยอะมากนะคะ
ภาพที่ ๒ ก็จะเป็นภาพที่แสดงตําแหน่งชุมชนที่มีพื้นที่การใช้ประโยชน์ ในเขตชั้นลุ่มน้ํา ชั้นที่ ๑ และชั้นที่ ๒ ของจังหวัดเชียงใหม่ ท่านจะเห็นว่าต้องขออนุญาต อีกนิดหนึ่งนะคะ อีก ๑ นาที ซึ่งพี่น้องชาวบ้านหรือชุมชนที่อยู่ในเขตชั้นลุ่มน้ํา ๑ – ๒ ตรงจุดสีแดง ๆ แล้วทีนี้พอป่าที่เขาอนุรักษ์ไว้จะเป็นสีเขียว ๆ ทั้งหมดนะคะ
ทีนี้มาภาพที่ ๓ ก็เหมือนกัน อันนี้อยู่ในเขตอนุรักษ์โดยตรงคือดอยอินทนนท์ เป็นของบ้านแม่กลางหลวง หมู่ที่ ๑๗ ตําบลบ้านหลวง อําเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ก็จะเห็นเหมือนกันว่าหลังจากปี ๒๔๙๕ มาจนถึงปี ๒๕๔๕ พี่น้องชาวบ้านที่เขาอยู่ตรงนั้น เขาช่วยกันดูแลรักษาอนุรักษ์ไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติทั้งหมดให้เห็นว่าความแตกต่าง มันเป็นอย่างไร ทีนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและไม่สร้างกฎหมายด้วยความกลัว และกันชุมชนทําความดีออกจากระบบขอเสนอให้ทบทวนรายงานนี้ใหม่เพื่อพิจารณา แต่งตั้งกลไกซึ่งประกอบจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและหลากหลาย มีความรู้ความสามารถ ร่วมกับคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการในลักษณะ ครอส คัทติง ขึ้นมาใหม่ และโดยที่จะมีกรรมการการกระจายอํานาจแล้วก็กรรมการสังคม กรรมาธิการเศรษฐกิจและการคลัง แล้วก็รับฟังความคิดเห็นของชุมชนด้วย ที่อยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติทั้งหมด ลองเอามาพูดคุยกันแล้วประกอบการในการจัดทํารายงาน และร่าง พ.ร.บ. ป่าชุมชน ใหม่ และอีกอย่างหนึ่งต้องขออนุญาตว่า เดี๋ยวนะคะ ขณะนี้ เรามีเอกสารที่จะต้องนําเรียนส่งให้กับท่านประธานแล้วก็จะต้องขออนุญาตว่าจะส่งให้กับ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านในวันพรุ่งนี้ เรื่องนี้ดิฉันต้องขออนุญาตว่าจะต้องขอส่ง เอกสารให้ท่านประธานเพราะมีเอกสารประกอบการทํางานของชุมชนอยู่ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ