อําพล จินดาวัฒนะ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมกันของที่ดิน และเรียกร้องการปฏิรูปด้านธนาคารที่ดิน โฉนดชุมชน เพื่อเพิ่มความเป็นธรรมในการจัดสรรทรัพยากร แต่ยังแสดงความไม่แน่ใจเกี่ยวกับแผนการแก้ไขปัญหาที่นำเสนอ และเรียกร้องให้มีการเชื่อมโยงงานระหว่างกรรมาธิการเพื่อหาทางออกที่เหมาะสม
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ ผม อําพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ มีอยู่สัก ๓ ประเด็น ด้วยขอบคุณต่อคณะกรรมาธิการที่ได้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นปฏิรูป ผมคิดว่าประเด็นนี้ สําคัญเหลือเกิน เป็นเรื่องใหญ่มาก ท่านได้นําเสนอข้อมูลค่อนข้างชัดเจนในเรื่องของความเหลื่อมล้ํา ของการถือครองที่ดิน คน ๑๐ เปอร์เซ็นต์มีที่ดิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ คน ๙๐ เปอร์เซ็นต์มีที่ดินเพียง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ในจํานวนนั้นคนไม่มีที่ดินทํากินมากมาย แล้วคนที่มีมากที่สุดนั้นเกือบถึง ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ คนที่มีอันดับ ๒ ถ้าผมจําไม่ผิดตัวเลขจะมีประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ แล้วหมู่บ้านผมที่อยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งเขาเคยล้มละลายในบริษัท แล้วตอนนี้คนที่มีที่ดินลําดับ ๒ เขาก็ซื้อที่ดินในหมู่บ้านผมไปทั้งหมด ซึ่งหมู่บ้านนี้ต่อไปข้างหน้าจะพัฒนาเป็นอะไรก็ไม่รู้ ครึ่ง ๆ กลาง ๆ อยู่ เพราะฉะนั้นสภาพปัญหาที่ท่านได้วิเคราะห์ไว้เรื่องการถือครองที่ดินนั้น เป็นเรื่องใหญ่มาก ซึ่งป่าก็เป็นส่วนหนึ่งของที่ดินเท่านั้น ผมคิดว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นปฏิรูป ที่ทุกฝ่ายคงจะต้องเข้ามาช่วยกันดูแล้วก็ขับเคลื่อนซึ่งสําคัญ ท่านได้วางหลักการและเหตุผล เอาไว้ค่อนข้างชัดเจนเพื่อจะผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึง เป็นธรรม มีโอกาสและความเสมอภาค ไม่มีความเหลื่อมล้ําเพื่อให้เกิดดุลยภาพระหว่างการใช้ประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์ชุมชน มีกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน คิดว่าหลักการที่ท่านวางไว้นี่ ชัดเจนมาก และเป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกฝ่ายคงจะต้องเอาใจช่วย แล้วก็ช่วยกันขับเคลื่อน เรื่องนี้นะครับ
ประเด็นถัดมาที่ผมอยากกราบเรียนคือท่านได้วิเคราะห์ไว้ในกรอบความคิด รวบยอด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี ในกรอบความคิดรวบยอดเมื่อท่านวิเคราะห์สภาพปัญหา ท่านได้เสนอประเด็นการแก้ไขไว้ทั้งหมด ถ้าผมนับได้ก็มี ๕ เรื่องที่อยู่ใน ๔ หัวข้อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธนาคารที่ดิน ส.ป.ก. ป่าชุมชน โฉนดชุมชน แผนที่กลาง ๑ : ๔,๐๐๐ มีคําถามหรือการฝากเรียนเท่านั้น ผมเองไม่ได้มีความรู้หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ แต่สิ่งที่ท่านเสนอทั้งหมดนี้จะเป็นคานงัดในการแก้ปัญหาลดความเหลื่อมล้ํา เพิ่มความเป็นธรรม ได้มากแค่ไหน แล้วถ้าทําทั้ง ๕ เรื่องนี้แล้วปัญหาต่าง ๆ ที่มีอยู่จะได้คลี่คลายไหม ไหใหญ่ที่มันล้นมากมายขนาดนี้ ไหเล็กบ่เต็มอย่างขณะนี้ ใน ๕ เรื่องนี้จะเป็นคานงัดที่จะทํา ให้เกิดการแก้ไข เกิดการสมดุลได้จริงหรือไม่ อันนี้เป็นคําถามใหญ่ซึ่งผมฝากกราบเรียน ท่านกรรมาธิการ ๕ เรื่องนี้ทําแล้วลดความเหลื่อมล้ําได้จริงหรือไม่ คนที่มี ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ หลาย ๆ แสนไร่กับคนที่ไม่มีเลยจะใกล้เคียงกันเข้ามาหน่อยได้หรือไม่นะครับ เรื่องของ พ.ร.บ. ธนาคารหรือภาษีที่ดินหรืออะไรต่าง ๆ ที่จะต้องทําให้ไหใหญ่ที่ล้นนั้นลดลง ไหน้อยที่ไม่เต็มนั้นเพิ่มขึ้นจะอยู่ตรงไหน ใน ๕ เรื่องที่ท่านได้เสนอปฏิรูปจะทําให้แก้ปัญหานี้ ได้ครบถ้วนแล้วจริงหรือไม่อันนี้ผมไม่แน่ใจ ขออนุญาตฝากกราบเรียนนะครับ
ประเด็นถัดมาอยากกราบเรียนคือ ท่านได้เชื่อมโยงเอาไว้เรื่องของ พ.ร.บ. ธนาคารที่ดินกับโฉนดชุมชนที่มีคณะกรรมการที่ท่านประธานตั้งเป็นกรรมการจัดสรร ทรัพยากรโดยชุมชน แล้วก็ทางกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสก็ได้เข้ามามีส่วนร่วม แล้วก็คณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ การเงินและการคลังก็ส่วนร่วม อันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ชัดเจนที่เรามาช่วยกันทํา แล้ววันพุธนี้ ก็จะมีการนําเข้าเรื่องโฉนดชุมชน แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งก็คือวันอังคารที่ ๙ มิถุนายน ก็จะเป็น เรื่องธนาคารที่ดิน ซึ่งทั้ง ๓ กรรมาธิการเราทํางานกันอย่างใกล้ชิดอยู่แล้วนะครับ อันนี้ก็คิดว่าน่าจะได้ช่วยกันขับเคลื่อนต่อไป
ผมมีประเด็นสุดท้ายที่อยากกราบเรียนคือว่า ถ้าดูน้ําหนักการนําเสนอ ภาพรวมของกรอบที่ ๑ ของท่านในวันนี้ก็เห็นภาพอย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้ว แต่ยังไม่ค่อย แน่ใจเรื่องที่ว่าเราจะไปลดความเหลื่อมล้ําในส่วนที่ได้เกินไปมากมายในสังคมได้อย่างไร ใช้มาตรการใดแก้หรือปฏิรูประบบใดถึงจะจัดการได้ สิ่งที่ท่านเน้นในรายงานฉบับนี้ถ้าดูแล้ว น้ําหนักที่ท่านเน้นท่านจะเน้นไปอยู่ในเรื่องร่าง พ.ร.บ. ป่าชุมชนค่อนข้างมาก เป็นสัดส่วน ในรายงานนี้ค่อนข้างสูงนะครับ ผมอยากกราบเรียนว่าเรื่อง พ.ร.บ. ป่าชุมชนนั้นเป็นเรื่อง ที่ต่อเนื่องมายาวนานหลายสิบปี แล้วก็คงจะมีปัญหาความขัดแย้งความเห็น ๒ ขั้วกันไป อยู่นานพอสมควร การขับเคลื่อนต่อไปข้างหน้าเพื่อจะปฏิรูปเรื่องนี้ควรที่จะอยู่ที่กรรมาธิการ ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกลุ่มเดียวหรือควรที่จะโยงไปสู่การทํางาน ครอส คัทติง (Cross cutting) เพราะเกี่ยวพันกับเรื่องชุมชน เกี่ยวพันกับเรื่องการปกครอง ส่วนท้องถิ่น เกี่ยวพันกับเรื่องหลายคณะกรรมาธิการ ผมจะขออนุญาตไม่ลงรายละเอียด เพราะท่านได้เสนอไว้เยอะแล้ว เพียงแต่ขอกราบเรียนว่าเรื่องนี้ควรจะได้มีการเชื่อมโยง ทํางานเหมือนกับเรื่องอื่น ๆ ที่เราทํากันอยู่หรือไม่ คือการทํางานผ่านระบบการทํางานข้าม กรรมาธิการเพื่อที่จะได้ช่วยกันคิดช่วยกันอ่าน เพราะเป็นความขัดแย้งที่ใหญ่หลวง แล้วก็ยาวนานมาตลอด เราอาจจะช่วยกันหาทางออกที่เหมาะสมให้กับบ้านเมืองได้ หรือไม่ อันนี้ผมขออนุญาตฝากกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการ ด้วยความขอบคุณครับ