ปกรณ์ ไก่แก้ว หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาป่าและสิ่งแวดล้อม และเสนอแนวทางแก้ไขที่ครอบคลุม รวมถึงการสนับสนุนราษฎรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ผ่านโครงการพระราชดำริ และเรียกร้องปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติสงวนคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 เพื่อการอนุรักษ์พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 3 เขต
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม ปกรณ์ ไก่แก้ว อนุกรรมาธิการ สําหรับกระผมนั้นได้รับมอบหมายให้มาทําความชี้แจงกับ ท่านประธานสภาและท่านสมาชิกว่าตลอดประเด็นปัญหาที่เรากําลังพูดประเด็นกันว่าทําไม ถึงต้องทําป่าชุมชนนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์นั้น ประเด็นปัญหาก็คือว่าเราต้องรับความจริง อันหนึ่งอย่างเดียวกันว่าขณะนี้เรามีชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์เช่นเดียวกัน ป่าชุมชนนั้น เป็นพื้นที่ที่ชุมชนช่วยกันรักษาพื้นที่ป่ามาเพื่อใช้ประโยชน์ทดแทนจากป่าธรรมชาติ นั่นคือ พื้นที่ป่าอนุรักษ์ ขณะเดียวกันป่าอนุรักษ์นั้นก็มีชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ป่าเช่นเดียวกัน รัฐบาลที่ผ่านมาหรือประเทศไทยที่ผ่านมานั้นก็ไม่ได้นิ่งดูดายหรือเพิกเฉยในการที่จะไม่ดูแล ประชาชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ท่านคงทราบดีนะครับว่าตลอดที่ผ่านมานั้นแนวทางการแก้ไข ชุมชนหรือประชาชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์นั้นคือในทางการแก้ไขตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ แนวทางการแก้ไขนั้นโดยเฉพาะพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ระบุไปว่าพื้นที่ป่า อนุรักษ์นั้นก็ให้หมายถึงพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และพื้นที่ป่าต้นน้ําชั้น ๑ พื้นที่ลุ่มน้ําชั้น ๑ และชั้น ๒ ในแนวทางนั้น ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ นั้นได้กําหนดไว้ว่า ถ้าชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ ป่าอนุรักษ์นั้นให้มีการพิสูจน์การครอบครองการใช้ที่ดินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยการใช้แผนที่ ภาพถ่ายทางอากาศปีที่อยู่ใกล้เคียงที่หาได้ใกล้เคียงที่สุดกับปีนั้น ซึ่งทางกรม ทางรัฐบาล หรือหน่วยงานเกี่ยวข้องได้เลือกใช้แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศออโต (Auto) สี ปี ๒๕๔๕ เป็นฐานในการตรวจพิสูจน์การครอบครองที่ดินของราษฎรในพื้นที่ แล้วเมื่อผลการตรวจ พิสูจน์ครอบครองที่ดินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ออกมาแล้ว ตามมติคณะรัฐมนตรีได้กําหนด แนวทางไว้ให้มีมาตรการให้การดําเนินการตามแนวทางไว้ ๒ แนวทาง หลังจากการพิสูจน์ การครอบครองแล้วว่า กรณีที่ตรวจพิสูจน์แล้วพบว่ามีราษฎรที่อยู่อาศัยทํากินมาก่อน วันสงวนหวงห้ามและเป็นพื้นที่ไม่ล่อแหลมคุกคามต่อระบบนิเวศ พื้นที่ล่อแหลมและคุกคาม ต่อนิเวศนั้นหมายถึงพื้นที่ที่เป็นลุ่มน้ําชั้น ๑ พื้นที่ป่าต้นน้ําลําธาร พื้นที่ต้นน้ําชั้น ๒ พื้นที่ ที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสําคัญของสัตว์ป่าและพื้นที่ที่มีลักษณะความสําคัญในลักษณะพิเศษ ตามธรรมชาติในตรงนั้น ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าอยู่ทํากินมาก่อนวันสงวนหวงห้ามและพื้นที่ ไม่ล่อแหลมให้อยู่อาศัยทํากินที่เดิม จัดทําขอบเขตให้ชัดเจน ดําเนินการตามกฎหมาย ให้อยู่อาศัยทํากินตามความจําเป็นแก่การครองชีพ อันนี้คือผู้อยู่อาศัยมาก่อน แต่ถ้าหากว่า อยู่อาศัยมาก่อนแล้วล่ะ แต่ว่าเป็นพื้นที่ที่ล่อแหลมคุกคามต่อระบบนิเวศมาตรการกําหนดไว้ ว่าให้ช่วยเหลือตามความเหมาะสม ให้หาที่อยู่ที่ทํากินให้ใหม่ หรือเคลื่อนย้ายออกไปพื้นที่ รองรับสนับสนุนระบบสาธารณูปโภค คุณภาพชีวิต อาชีพ พิจารณารับรองสิทธิในที่ดิน ตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องและฟื้นฟูสภาพป่าที่เคลื่อนย้ายราษฎรนั้นออกไปแล้ว อันนี้ถ้าตรวจพิสูจน์สิทธิพบว่าอยู่มาก่อนการประกาศใช้กฎหมายครั้งแรกนะครับ
กรณีที่ตรวจพิสูจน์แล้วพบว่าอยู่อาศัยทํากินภายหลังวันสงวนหวงห้าม ให้เคลื่อนย้ายออกไปยังพื้นที่รองรับ ให้สนับสนุนสาธารณูปโภค คุณภาพชีวิต อาชีพ พิจารณารับรองสิทธิในที่ดินตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง หากเคลื่อนย้ายไม่ได้ทันทีให้ควบคุม พื้นที่และจัดระเบียบให้เพียงพอกับการดํารงชีพ อันนี้แนวทางที่ ๑ หลังจากการตรวจ พิสูจน์สิทธิแล้วนะครับ
สําหรับแนวทางอีกด้านหนึ่งคือแนวทางการป้องกันพื้นที่ป่า หากพบว่า มีการบุกรุกพื้นที่ใหม่หรือขยายพื้นที่อยู่อาศัยทํากิน หรือทําลาย หรือกระทบกระเทือน ต่อการรักษาป่าและสิ่งแวดล้อมให้ดําเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด ท่านประธานที่เคารพ จากการที่รัฐได้ดําเนินการตรวจพิสูจน์สิทธิมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ เป็นต้นมา เริ่มดําเนินการ ปรากฏว่าผลการตรวจพิสูจน์สิทธิในพื้นที่ป่าอนุรักษ์นั้นได้ดําเนินการตรวจพิสูจน์ การครอบครองที่ดินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั้งหมด ๑๔๗ พื้นที่ ผลการตรวจการครอบครองที่ดิน พบว่าอยู่ก่อนวันสงวนหวงห้ามนั้นมีจํานวนประมาณ ตัวเลขกลม ๆ คือ ๖๗,๐๐๐ ราย อยู่ก่อนเนื้อที่ประมาณ ๔.๗ แสนไร่ และอยู่หลังวันสงวนหวงห้ามประมาณ ๘๗,๕๐๐ รายเศษ เนื้อที่ ๙.๓ แสนไร่เศษ ซึ่งในแนวทางการแก้ไขนั้น ซึ่งในอดีตที่ผ่านมานั้นเนื่องจากว่า การแก้ไขแม้จะมีแนวทางและมาตรการที่กําหนดไว้ชัดเจนแต่ก็ไม่ได้มีดําเนินการ ตามกฎหมายที่ชัดเจน ทั้งในเรื่องของงบประมาณ เรื่องของการจัดที่จะเคลื่อนย้ายชุมชน ที่ออกมาอยู่นอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์นั้น แต่อย่างไรก็ตามราษฎรที่อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์นั้นรัฐ ก็ไม่ได้ทอดทิ้งที่จะให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว รัฐก็ได้ดําเนินการเข้าไปช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ในเรื่องของการดําเนินการตามโครงการพระราชดําริ โดยอาศัยในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ในโครงการพระราชดําริที่ดําเนินการในพื้นที่ป่าอนุรักษ์นั้นรัฐได้ดําเนินการ ยกตัวอย่างเช่น โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ซึ่งเป็นโครงการที่พัฒนามาจากพื้นที่ป่ารักษ์น้ํา ซึ่งมุ่งเน้นให้คน อยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืนและเกื้อกูลกัน โครงการฟาร์มตัวอย่างมีการดําเนินการในลักษณะของ รูปแบบฟาร์ม โดยคัดเลือกราษฎรที่มีความรู้ทางด้านการเกษตรและมีงานทํา และไม่มีงานทํา ให้เข้ามาทํางานให้ได้รับจ้างและฝึกวิชาชีพได้อีกทางหนึ่ง หรือโครงการสถานีพัฒนาเกษตรที่สูง เป็นการแก้ไขปัญหาราษฎรที่ขาดความรู้ทางด้านการเกษตรที่เหมาะสมกับพื้นที่สูง โดยส่งเสริมราษฎรปลูกพืชเมืองหนาว การลดใช้สารเคมีในต้นน้ําลําธาร การฟื้นฟูป่าในแหล่ง ต้นน้ําลําธาร การสร้างแหล่งอาหารด้วย
แล้วก็อีกโครงการหนึ่ง เรื่องของโครงการอันแนวมาจากพระราชดําริซึ่งเป็น โครงการที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้น้อมนําพระราชดําริในการอนุรักษ์ ทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่าเข้ามาแก้ไขปัญหาราษฎรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เพื่อช่วยให้ราษฎรได้มี ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลดการพึ่งพิงป่าและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พื้นที่ป่าอนุรักษ์นะครับ
นี่เป็นแนวทางที่รัฐได้ดําเนินการแก้ไขชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ป่าในปัจจุบัน แต่ในอนาคตในการตอบปัญหาว่าชุมชนที่อยู่ในป่านั้นที่ยังไม่มีแนวทางกันชัดเจนว่าจะ เคลื่อนย้ายหรือให้อยู่อาศัยต่อไปนั้นจะทําอย่างไร รัฐบาลชุดนี้ก็ได้วางแนวทางไว้ว่า ให้มีการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติสงวนคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ และปรับปรุงแก้ไข พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ โดยเนื้อหาหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไข ปัญหาชุมชนนั้นโดยให้มีการแบ่งพื้นที่ เขาเรียกว่า โซนนิง (Zoning) พื้นที่ออกเป็น ๓ เขต ด้วยกันคือเขตพื้นที่หวงห้าม เขตพื้นที่ศึกษาธรรมชาติและพื้นที่เพื่อกิจกรรมพิเศษ ในพื้นที่ หวงห้ามนั้นห้ามมิให้มีกําหนดกิจกรรมใด ๆ ของมนุษย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า แล้วก็เพื่อที่จะรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้อย่างเต็มที่ เขตเพื่อการศึกษาธรรมชาตินั้นหรือพื้นที่ที่สามารถผ่อนปรนได้ในบางกรณี แล้วก็สําหรับ ชุมชนที่อยู่พื้นที่ป่านั้นก็จะทําการจัดระเบียบที่อยู่อาศัยในพื้นที่เพื่อกิจการพิเศษในลักษณะ ของการผ่อนผันอยู่ชั่วคราว โดยอาศัยโครงการในเรื่องของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์เป็นหลัก อันนี้เป็นกรอบกว้าง ๆ ที่จะต้องดําเนินการต่อไปในพื้นที่ ป่าอนุรักษ์ครับ