ประดิษฐ์ เจริญสุข หารือเรื่องการอนุรักษ์ป่าไม้ โดยเสนอให้มีกฎหมายที่จะส่งเสริมให้ราษฎรมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาสภาพแวดล้อม รวมถึงการจัดตั้งป่าชุมชนและขอให้มีการแก้ไขบทกําหนดโทษและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ป่าชุมชน โดยเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการป่าชุมชนในพื้นที่ไม่ใช่เขตอนุรักษ์
เรียนท่านประธานครับ ผม นายประดิษฐ์ เจริญสุข อนุกรรมาธิการครับ จากการศึกษาเกี่ยวกับปัญหาการใช้ที่ดินป่าไม้ ดังกล่าวแล้วนะครับ เราก็เห็นควรมีกฎหมายฉบับหนึ่งเพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา โดยควรจะมีร่างกฎหมายป่าชุมชนขึ้น ซึ่งมีหลักการอยู่ว่าเพื่อส่งเสริมให้ราษฎร ได้มีส่วนร่วมกับรัฐในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาสภาพแวดล้อม โดยให้ราษฎรรวมตัวกัน เพื่อจัดการดูแลรักษาและใช้ทรัพยากรป่าไม้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน ซึ่งจะทําให้ราษฎร มีความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของทรัพยากรป่า อันจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือ ในการช่วยรักษาระบบนิเวศธรรมชาติและสภาพแวดล้อม ลดการทําลายป่า และเป็นการฟื้นฟูสภาพป่า อันนั้นก็เป็นหลักการซึ่งเราจะได้ดําเนินการร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ สําหรับในร่างกฎหมายที่เราจะดําเนินการเห็นว่ามีเรื่องสําคัญ ๆ ที่ควรกําหนดไว้นะครับ
โดยเรื่องแรกนี่จะได้กําหนดวัตถุประสงค์ของป่าชุมชน เพื่อให้ทราบว่า การจัดตั้งป่าชุมชนตามกฎหมายนี้จะต้องอยู่ในวัตถุประสงค์เหล่านี้นะครับ วัตถุประสงค์ ที่จะกําหนดไว้ในกฎหมายฉบับนี้ก็คือ อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ สภาวะแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ ใช้เป็นทรัพยากรธรรมชาติในป่าอย่างสมดุลและยั่งยืน ส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีของชุมชนในการอนุรักษ์และพัฒนา ฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม แล้วก็วัตถุประสงค์สุดท้ายก็คือเสริมสร้างความร่วมมือในการจัดการป่าชุมชน
ในเรื่องต่อมาซึ่งเห็นว่าควรจะได้กําหนดไว้ในกฎหมายฉบับนี้ก็คือ การที่จะต้องมีคณะกรรมการในระดับต่าง ๆ เพื่อที่จะเข้ามาดูการทําป่าชุมชนในภาพรวมนะครับ ในคณะกรรมการชุดแรกที่เห็นควรให้มีก็คือ คณะกรรมการนโยบายป่าชุมชน ในคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชนนี้ก็มีจะมีองค์ประกอบ ประกอบด้วยรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธาน ปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมที่ดิน และผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๘ คน เป็นกรรมการ และก็แต่งตั้งจากผู้แทนองค์กรภาคเอกชน ๒ คน ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ๒ คน ผู้แทนคณะกรรมการจัดการป่าชุมชน ๔ คน โดยให้อธิบดีกรมป่าไม้เป็นกรรมการ และเลขานุการ
ส่วนอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชนก็คือเสนอความเห็น ต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายการจัดตั้งและการจัดการป่าชุมชน กําหนดระเบียบ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับป่าชุมชน เสนอแนะออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัตินะครับ แล้วก็พิจารณาอุทธรณ์เกี่ยวกับการจัดตั้งหรือเพิกถอนป่าชุมชน คณะกรรมการชุดต่อมา ซึ่งเราเห็นควรว่าควรจะต้องมีนะครับ คือคณะกรรมการป่าชุมชนประจําจังหวัด เพื่อที่จะได้ ดูแลการจัดตั้งหรือดําเนินการป่าชุมชนภายในแต่ละจังหวัด องค์ประกอบซึ่งเห็นควรมีไว้ก็คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน ผู้แทนบริหาร องค์กรปกครองท้องถิ่น ๑ คน ผู้แทนสมาชิกสภาท้องถิ่น ๑ คน ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ ของรัฐในจังหวัด ๓ คน ผู้ทรงคุณวุฒิ ๗ คน โดยมีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ ผู้ทรงคุณวุฒิให้แต่งตั้งจากผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่มีคณะ หรือสาขาวิชาเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๒ คน ผู้แทนองค์กรเอกชน ๒ คน ผู้แทนคณะกรรมการจัดการป่าชุมชน ๓ คน สําหรับอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้นะครับ ก็คือ
อันดับแรก ประกาศจัดตั้งป่าชุมชนในจังหวัดนั้น พิจารณาเพิ่ม ลดเขตป่าชุมชน เพิกถอนป่าชุมชน ถอดถอนเจ้าหน้าที่และกรรมการจัดการป่าชุมชน ควบคุมดูแล และการบริหารจัดการป่าชุมชน และก็ให้ติดตามประเมินผลการจัดป่าชุมชนแห่งนั้นด้วยนะครับ
เรื่องต่อมาก็คงจะเป็นการกําหนดถึงการจัดตั้งป่าชุมชนนะครับ จะได้ทราบว่า ผู้ที่จะมีสิทธิที่จะขอจัดตั้งป่าชุมชนได้ อันดับแรกก็คือต้องเป็นบุคคลที่มีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป มีภูมิลําเนาอยู่ในชุมชนไม่น้อยกว่า ๕ ปี จํานวน ๕๐ คนขึ้นไปยื่นคําขอต่อคณะกรรมการ ป่าชุมชนประจําจังหวัด ขั้นตอนต่อมาคณะกรรมการป่าชุมชนจังหวัดก็จะมีมติให้จัดตั้ง หรือไม่ให้จัดตั้ง เมื่อมีมติแล้วก็รายงานอธิบดีกรมป่าไม้เพื่อพิจารณา แต่หากอธิบดี ไม่เห็นด้วยให้นําเสนอคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชนสูงขึ้นไปพิจารณา คณะกรรมการ ระดับจังหวัดมีมติไม่ให้จัดตั้ง หากคณะกรรมการไม่มีมติให้จัดตั้งก็มีสิทธิที่จะอุทธรณ์ ต่อคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชนได้ ในการจัดการป่าชุมชนเมื่อมีป่าชุมชนแล้วก็จะต้องให้ อํานาจในการจัดการป่าชุมชนเพื่อที่ชุมชนจะต้องดูแลจัดการป่าชุมชน อันดับแรกก็คือ ให้คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนมีอํานาจหน้าที่จัดการป่าชุมชนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ของแต่ละป่าชุมชนที่จัดตั้ง กําหนดแผนการจัดการป่าชุมชน ออกข้อบังคับเกี่ยวกับ การจัดการป่าชุมชน แล้วก็ให้สมาชิกป่าชุมชนมีหน้าที่ในการดูแลรักษาป่าชุมชนนั้น เมื่อจัดตั้งป่าชุมชนแล้วเห็นควรกําหนดให้ชุมชนนั้นมีสิทธิในการใช้ประโยชน์จากป่าชุมชน ดังนี้ ก็คือการนําไม้ที่สมาชิกปลูกขึ้นเองเพื่อการใช้สอยในครัวเรือน การเก็บหาของป่า ให้เป็นไปตามระเบียบ การสันทนาการและการท่องเที่ยวตามระเบียบที่จะกําหนด ห้ามทําไม้ ในบริเวณสงวนซึ่งเราจะต้องมีการกําหนดพื้นที่สงวนก่อน ห้ามใช้เป็นที่อยู่อาศัยและทํากิน แล้วก็ห้ามแผ้วถาง เผาป่า ขุดแร่ ล่าสัตว์สงวนหรือสิ่งใด ๆ ซึ่งเป็นการเสื่อมสภาพป่า
อีกเรื่องที่สําคัญก็ได้กําหนดไว้นะครับ ก็คือเรื่องบทกําหนดโทษ และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จะได้มีการกําหนดจําคุกและโทษปรับตามความหนักเบา ของการกระทําผิด แล้วก็ให้คณะกรรมการป่าชุมชนประจําจังหวัด คณะกรรมการป่าชุมชน เจ้าหน้าที่ป่าชุมชนเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา แล้วก็ได้กําหนดให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่มีป่าชุมชนอยู่ในเขตรับผิดชอบและคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนเป็นพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายป่าชุมชน สําหรับการจัดตั้งนั้นในกฎหมายฉบับนี้ก็เห็นควรดําเนินการ นอกพื้นที่เขตอนุรักษ์ โดยไม่ดําเนินการในพื้นที่อุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่า เขตต้นน้ําลําธารหรือพื้นที่อนุรักษ์ตามมติคณะรัฐมนตรีครับ