สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๘ · ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ทนงศักดิ์ ทวีทอง หารือเรื่องเด็กปฐมวัยที่อยู่ในศูนย์เด็ก และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการดูแลเด็กเหล่านี้ โดยเฉพาะในเรื่องของการให้ความรู้และสวัสดิการแก่ครูผู้ดูแลเด็ก

นายทนงศักดิ์ ทวีทอง

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ กระผม นายทนงศักดิ์ ทวีทอง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณ ทางคณะกรรมาธิการที่ได้สรรหาเรื่องราวต่าง ๆ ถึง ๑๖ ประเด็น ซึ่งผมคิดว่าแค่เห็น ประเด็นต่าง ๆ ทั้ง ๑๖ ประเด็นนี้ ก็ทำให้ผู้ซึ่งยากไร้ ผู้ซึ่งเป็นผู้พิการ หรือแม้กระทั่งเด็ก ๆ มีความสุข ที่ผมพูดเช่นนี้หมายความว่าคนเหล่านั้นยากที่จะได้รับโอกาสที่จะได้การดูแล ช่วยเหลือจากรัฐ เพราะว่าเขาเองนั้นก็ไม่ได้ต้องการเกิดมาเป็นคนพิการ ไม่ต้องการเกิดมา เป็นผู้ซึ่งจน แต่ปัญหาต่าง ๆ ที่ทำให้เขาได้ประสบทำให้เกิดปัญหากับตัวเขา เพราะฉะนั้น ก็คงเป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องหาทางช่วยเหลือจุนเจือที่จะทำให้เขาเหล่านั้น พ้นจากความทุกข์ ประเด็นต่าง ๆ มากมายที่พวกเราได้เห็นได้ฟังมานั้นก็เป็นเรื่องราว ที่เราหวังว่าจะมีโอกาสแก้ปัญหาให้เขาเหล่านั้นได้ ผมอยากจะยกปัญหาประเด็นหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าประเด็นนี้เป็นพื้นฐานของการที่กว่าเขาจะจน กว่าเขาจะพิการ กว่าเขาจะมีปัญหา ต่าง ๆ เรื่องที่อยู่อาศัย ผมหมายถึงเด็กซึ่งอยู่ในเสาหลักที่ ๓ ด้านการช่วยเหลือสังคม ในประเด็นที่ ๘ เรื่องระบบสวัสดิการสำหรับปฐมวัย อยากจะกราบเรียนท่านประธาน และท่านที่เคารพว่าในขณะนี้นั้นเรามีเด็กปฐมวัยซึ่งอยู่ในศูนย์เด็กประมาณ ๙๖๐,๐๐๐ คน อยู่ในศูนย์เด็ก ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เรามีศูนย์เด็กอยู่ ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ศูนย์ ที่ได้รับการถ่ายโอนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เด็กเหล่านี้เป็นเด็กซึ่งผมเชื่อว่าพ่อแม่เขาไม่สามารถที่จะส่งเข้าไปเรียนในโรงเรียนอนุบาลที่มี ชื่อเสียงของจังหวัด ของอำเภอได้ ต้องมาอยู่กับศูนย์เด็กของท้องถิ่น ซึ่งเป็นความพยายาม ของพวกเราที่พยายามที่ทำอย่างไรให้ศูนย์เหล่านี้สามารถบริการเด็ก ๆ ได้ โดยเฉพาะปัญหา เรื่องงบประมาณนั้นก็เป็นความจำกัดที่มีค่าใช้จ่ายในการบริหารศูนย์เด็กทั้งประเทศอยู่ที่ ประมาณ ๙,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ไม่รวมถึงค่าอาหารกลางวันและนม ซึ่งอาหารกลางวันนั้น ๒๐ บาท นมประมาณ ๗ บาทต่อวัน ๙,๐๐๐ ล้านบาทต่อเด็ก ๙๐๐,๐๐๐ กว่าคนก็อยู่ที่ ปีละหัวละประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท เดือนละประมาณอาจจะไม่ถึง ๑,๐๐๐ บาท สิ่งที่สำคัญ คือเด็กเหล่านี้อยากจะเรียนว่าเป็นความพยายามของคุณครูที่มีความพยายามที่จะดูแล แต่ครูเหล่านี้ประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าคน ไม่มีขวัญกำลังใจที่จะทำงาน เนื่องจากปัญหา คุณวุฒิบ้าง ปัญหาหลาย ๆ เรื่องที่เขาไม่ได้รับการบรรจุบ้าง ก็อยากจะให้คณะกรรมาธิการ ได้ช่วยดูแลสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะเด็ก ๙๐๐,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งพวกเราคิดว่าเด็กเหล่านี้ จะเป็นเด็กปกติเหมือนคนอื่น ๙๐๐,๐๐๐ กว่าคนนี้ถ้าตามสถิติในเรื่องของทางการแพทย์ เราเชื่อว่าจะมีเด็กซึ่งเป็นเด็กบกพร่องในการเรียนรู้เด็กสมาธิสั้นถึงประมาณร้อยละ ๗ เพราะฉะนั้นหมายความว่าจะมีเด็กในศูนย์เด็กทั้งประเทศจะมีเด็กเป็นเด็กบกพร่อง ในการเรียนรู้สมาธิสั้นถึงประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน ๗๐,๐๐๐ คน สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาของพวกเรา ที่ต้องดูแลเด็กปกติและเด็กที่มีปัญหา ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็นเด็กพิการชนิดหนึ่ง ซึ่งถ้าไม่มีใคร มีลูกมีหลานเป็นเด็กแอลดี (LD) เด็กบกพร่องในการเรียนรู้เด็กสมาธิสั้นก็จะไม่รู้ว่าเด็กเหล่านี้ เป็นอย่างไร เด็กเหล่านี้หน้าตาเหมือนเด็กปกติเด็กธรรมดา แต่เขามีปัญหาบางอย่าง ในเรื่องของสุขภาพ ในเรื่องของความพิการชนิดหนึ่งซึ่งเราขาดการดูแลจากแพทย์ เพราะว่า เรามีแพทย์เด็กมีจำนวนน้อย เพราะฉะนั้นเด็กเหล่านี้ก็อยู่ในความดูแลของคุณครู ซึ่งเราอาจจะไม่ทราบว่าเป็นเด็กบกพร่องในการเรียนรู้เด็กสมาธิสั้น เด็กบางคนโกง เกเร จะถูกตีถูกทำโทษบ่อย ยิ่งตียิ่งทำให้เด็กเหล่านี้โกงเด็กเหล่านี้ดื้อ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้นั้น เป็นปัญหาทางสังคมที่จะเกิดขึ้นสู่ปัญหาในอนาคต ก็อยากจะฝากท่านกรรมาธิการว่า ในประเด็นทุกประเด็นนั้นก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่ในเรื่องเด็กนั้นเป็นฐานสำคัญของประเทศ ถ้าเราไม่สามารถดูแลเด็กเหล่านี้ได้ให้เขาอยู่ในสังคมแบบคนปกติได้ จะทำให้เด็กเหล่านี้ เป็นปัญหาของสังคม เพราะฉะนั้นพื้นฐานตรงนี้ก็อยากจะเรียนท่านกรรมาธิการว่า ผู้ที่มีความสำคัญที่สุดคือครูผู้ดูแลเด็ก เพราะฉะนั้นต้องให้ความรู้เขา ต้องให้สวัสดิการเขา โดยเฉพาะในเรื่องของการที่ให้เขาได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ ขอบคุณครับ