สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๘ · ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘

อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องการปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับประเทศไทย โดยอ้างอิงจาก "บลูพรินต์ ฟอร์ เชนจ์" ของประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น และเรียกร้องการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในระบบสังคม ระบบเศรษฐกิจ และระบบการเมืองในอนาคต นอกจากนี้ยังหารือสถานะความเป็นสมาชิกของอาเซียน และเรียกร้องการเตรียมพร้อมการสร้างพลเมืองอาเซียน

นายอลงกรณ์ พลบุตร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิก สปช. ความจริงเป็นเหตุบังเอิญที่ต่อเนื่องจากท่านอาจารย์วินัยนะครับ ความจริงก็เคยทำงานด้วยกันในนโยบายลิมอ ดาซาร์ สร้างระเบียงเศรษฐกิจใหม่ ๕ จังหวัดภาคใต้ แล้วก็ ๕ รัฐภาคเหนือของมาเลเซีย เป็นความต่อเนื่องโดยบังเอิญครับ

ประเด็นที่ผมใคร่ขออนุญาตท่านประธานเสนอความเห็นข้อเสนอแนะไปยัง คณะกรรมาธิการที่นำวาระปฏิรูปที่ ๒๙ ว่าด้วยการปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมที่เหมาะสม กับประเทศไทย ซึ่งถือเป็นรายงานที่สมบูรณ์ มีคุณค่าอย่างยิ่ง มีบางประการที่สะท้อนเพื่อให้ เติมเต็มให้เกิดความสมบูรณ์ ท่านประธานคงทราบนะครับว่าบลูพรินต์ ฟอร์ เชนจ์ (Blueprint for change) ของเราใน ๓๖ วาระปฏิรูป ๗ วาระพัฒนานั้นเดินมาไกลมากแล้ว และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่ออนาคต เพราะฉะนั้นมันมีตัวอย่างเช่นประเทศญี่ปุ่นขณะนี้ เขาก็มีบลูพรินต์ ฟอร์ เชนจ์ เป็นนโยบายและโครงการ ตัวอย่างเช่นโครงการเมืองแห่งอนาคต หรือที่เขาเรียกว่าฟิวเจอร์ ซิตี โปรแกรม (Future city program) มีการออกแบบผังเมือง มีการออกแบบทั้งกายภาพและไม่กายภาพสำหรับสังคมสู่อนาคต โดยเฉพาะเรื่องของสังคมสูงวัย ก็เป็นระบบสวัสดิการอย่างหนึ่งที่วางแผนเพื่ออนาคต แล้วประเทศไทยล่ะ มีอนาคตอะไร ที่ต้องวางแผนสำหรับเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงในระบบสังคม ระบบเศรษฐกิจ ระบบการเมืองที่จะเปลี่ยนแปลงไป แน่นอนระบบสวัสดิการสังคมต้องสอดคล้องกับบริบท การเปลี่ยนแปลง

เรากำลังก้าวสู่ประชาคมอาเซียน (ASEAN) ครับ หลังวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ ผมมีประสบการณ์เกือบ ๓ ปีที่เป็นรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน มีประสบการณ์ต่อการเคลื่อนไหว ในเชิงกฎบัตรอาเซียนและเห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง เราจะไม่ใช่เป็นแค่พลเมืองไทย เราจะต้องเป็นพลเมืองอาเซียน เราจะไม่ใช่แค่สังคมไทย แต่จะต้องเป็นสังคมอาเซียน ประชากรที่จะมีการเพิ่มของเรานั้นคงไม่ใช่เพิ่มเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์หรือไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ จาก ๖๐ กว่าล้านคน แต่เราจะเพิ่มเป็น ๖๐๐ ล้านคน

สถานะความเป็นอาเซียนนั้นใน ๓ เสาหลัก ไม่ว่าบริบททางด้านของ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ประชาคมการเมือง และความมั่นคงอาเซียน ๓ เสาหลักนี้ คือหัวใจหลักของการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะก้าวมาถึงเรา ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จากนั้นประเด็นสำคัญก็คือว่า และความเป็นพลเมืองอาเซียนสำหรับ การสร้างพลเมืองของเราตั้งแต่ครรภ์มารดาไปสู่เชิงตะกอนนั้นเราจะเตรียมพร้อมอย่างไร

๑. ก็คือเรื่องของการศึกษา เรื่องของภาษาที่ ๒ ภาษาอังกฤษ หรือภาษาอาเซียน จำเป็นอย่างยิ่ง หรือว่าเรื่องของการจ้างงาน เรื่องของแรงงาน เรื่องของธุรกิจการเคลื่อนย้าย มันเกิดขึ้นแน่นอน แม้แต่ปัญหาอย่างเช่น โรฮิงญา ก็มาจากประเทศในกลุ่มอาเซียน ไม่ว่าโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ จะต้องการหรือไม่ต้องการ แม้แต่เรื่องของแรงงานต่างด้าว ที่เข้ามาอยู่ในระบบของเรา หรือต่อไปการจัดตั้งธุรกิจสถานประกอบการต่าง ๆ การลงทุน เรื่องของการค้า การค้าข้ามแดน ชายแดน หรือผ่านแดน ล้วนแล้วแต่มีบริบทต่อสิ่งที่จะ นำเข้ามาและส่งออกจากเรา ไม่ว่าในเรื่องของคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บและในเรื่องของวัฒนธรรมความหลากหลายที่แตกต่างจะเข้ามา ตรงนี้เองครับเป็นประเด็นที่ผมคิดว่ามันมีความสำคัญที่รายงานฉบับนี้อยากจะให้เพิ่มเติม บริบทของการเปลี่ยนแปลงที่เราเรียกว่า การเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ ภูมิภาค หรือว่า รีจันนอล แลนด์สเคพ (Regional landscape) ที่จะต้องเปลี่ยนแปลง นอกจากนั้นก็คือ ความเชื่อมโยงในสิ่งที่เราเรียกว่าเป็นระบบสวัสดิการสังคมอาเซียน อาเซียน โซเชียล เวลแฟร์ (ASEAN Social welfare) แน่นอนใน ๔ เสาหลักที่ว่ามา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ สวัสดิการสังคม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของบริการสังคม การประกันสังคม การช่วยเหลือสังคม หรือการสร้างหุ้นส่วนทางสังคม ๔ เสาหลักของระบบสวัสดิการสังคม อยากให้ขยายบริบทนี้ เชื่อมโยงให้ได้กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพราะเราคือผู้นำการเปลี่ยนแปลงในฐานะ สภาปฏิรูปแห่งชาติ เราเป็นผู้เชี่ยวชาญ เราเป็นผู้สนับสนุน และเราเป็นผู้กระตุ้นการปฏิรูปให้ เกิดการเปลี่ยนแปลง บริบทที่จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยจะต้องถูกนำมาจัดไว้ใน ระบบสวัสดิการสังคมในบลูพรินต์ ฟอร์ เชนจ์ ฉบับนี้ครับ ขอบคุณท่านประธาน