สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๘ · ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘

จิรวัฒน์ เวียงด้าน พูดถึงการกระจายอำนาจในการส่งเสริมสวัสดิการสังคมให้กับชุมชนชนบท โดยเน้นย้ำว่าควรให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการกองทุนของตนเอง และให้รัฐมีส่วนสนับสนุน โดยไม่จำกัดอยู่แค่การให้เงินทุน แต่ยังรวมถึงการสนับสนุนและส่งเสริมความสามารถของชุมชนในการจัดการกองทุนของตนเอง

นายจิรวัฒน์ เวียงด้าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรวัฒน์ เวียงด้าน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดนครพนม ลำดับที่ ๔๒ ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการชุดนี้ ที่ได้เสนอเรื่องสวัสดิการสังคมทั้งระบบเข้ามา ที่จริงแล้วสวัสดิการสังคมในชนบทแถว ต่างจังหวัด ผมเองไม่ได้เรียกว่าเป็นสวัสดิการชุมชน แต่เราเป็นว่าเป็นความเอื้ออาทร ซึ่งชุมชนเขาอยู่ด้วยกันมา เขามีการช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันมาแล้วในชุมชนชนบทมา แต่ยุคสมัยโบราณมาแล้ว แต่มันขาดการบูรณาการในการเข้าไปช่วยเหลือจากภาครัฐในการ ที่จะทำให้สิ่งที่เขาทำเป็นกิจวัตรประจำวันอยู่แล้วเข้มแข็งมากขึ้น เราก็จะได้เห็นว่าชุมชน บางครั้งเราก็บอกว่าเป็นชุมชนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร แต่เราถ้าดูว่าชุมชนเขามีต้นทุน เขามีทุน ทางวัฒนธรรม ทางเศรษฐกิจเขา เขาอยู่กันได้โดยที่บางครั้งบางหมู่บ้านที่อยู่ในชนบทไกล ๆ แทบไม่ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐเลยก็มี เพราะฉะนั้นพอเราพูดถึงสวัสดิการสังคมนี้ ทุกครั้งที่รัฐเองพยายามที่จะจัดสวัสดิการเรื่องอะไรขึ้นมานี้ โดยเฉพาะพี่น้องที่อยู่ในชุมชน ไกล ๆ นี้ เขาแทบจะไม่ได้มีความหวังในการที่จะได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐเลย เนื่องจากว่าระบบในการส่งต่อสวัสดิการที่จะไปอยู่ถึงชุมชนนั้นมันค่อนข้างจะมีปัญหาแล้วก็ ลำบากมาก ถ้ามาตรการต่าง ๆ ที่เราจะออกมานี้ผมเองผมอยากจะให้มองว่าโดยเฉพาะ เรามองว่าที่หลายท่านก็พูดถึงว่าปัจจัยก็คือตัวทุนกับปริมาณของคนที่เรามี มันไม่แมทช์ (Match) กันเนื่องจากว่าผู้ที่จะรอรับสวัสดิการก็มีค่อนข้างมาก แต่รัฐเองก็ไม่สามารถที่จะ จัดสรรให้เท่าเทียมกันได้ได้อย่างทั่วถึง เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้มองถึงสิทธิแล้วก็ทุน ในสังคมที่เขามีอยู่แล้วในชุมชนนี้ เขาสามารถที่จะจัดสรรแล้วก็แบ่งปันกันโดยภาครัฐเอง ก็เป็นกลไกในการที่เข้าไปสนับสนุนแล้วก็ส่งเสริมเขาให้เป็นรูปแบบมากขึ้นแล้วก็เพิ่มความมี จิตอาสาของพี่น้องที่อยู่ในชนบทเขาให้เขามีความรู้สึกว่ารัฐเข้าไปเป็นพี่เลี้ยงแล้วก็ไปดูแล แล้วก็ไปส่งเสริมเขาโดยไม่อยากจะให้มองในเรื่องของว่าต้องมีเงินเท่านั้นถึงจะต้องเข้าไป ช่วยเหลือเขา เพราะฉะนั้นองค์กรต่าง ๆ ที่รัฐมี ที่เราจะมองเห็น อย่างสมมุติผมมองในเรื่อง เรามี อสม. อสม. ก็อาจจะต้องทำงานเพิ่มหน้าที่ให้มากขึ้นโดยรัฐเองก็อาจจะไม่ได้ไปมองว่า ต้องให้สวัสดิการในส่วนของสมาชิกที่เขาทำเป็นจิตอาสาอยู่แล้วนี้ แต่ว่าให้เขามีสวัสดิการ ที่เขาคิดว่าจะตั้งได้ เรามีกองทุน ผมว่ามีกองทุนออมในส่วนของชาวบ้านเขาก็มีของเขาอยู่แล้ว แม้แต่กองทุนหมู่บ้านถ้าเราปรับได้เป็นทุนชุมชนจริง ๆ เพิ่มผลผลิตจากการที่เขาจะบริหาร จัดการกองทุนตรงนี้ให้มันมีปัจจัยแล้วรัฐเองก็เติมเงินเข้าไป อาจจะไปอีกสักครั้งหนึ่งหรือ ๒ ครั้ง ไม่ได้เติมลงไปตลอด ถ้าเขาสามารถบริหารจัดการกองทุนเขาให้มันโตขึ้นนี้ ถ้าอย่างนั้น ผลประโยชน์ที่ได้เขาก็สามารถเข้าไปจัดสวัสดิการของเขาเองอยู่แล้ว แล้วก็ในส่วนของที่เป็นทุน ทางวัฒนธรรมที่เขามี ถ้ารัฐเข้าไปส่งเสริมให้เกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือการท่องเที่ยว อันนี้มันจะเป็นการลงทุนที่ทำให้เกิดระยะยาวแล้วรัฐเองก็ไม่ต้องเหนื่อยในการที่จะต้องหา เงินที่จะส่งเสริมเข้าไปอยู่ตลอดเวลา ถ้าอย่างนั้นประชาชนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารเขาเองเขาก็มี ความรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของมากขึ้น รัฐเองก็เป็นแค่ผู้ที่กำกับดูแลในส่วนของนโยบาย โดยเฉพาะท้องถิ่นก็คงจะเป็นกลไกสำคัญมากในการที่จะขับเคลื่อนตรงนี้ ดังนั้นการที่เราจะปฏิรูป เพื่อกระจายอำนาจจริง ๆ นี้ ผมคิดว่าจะเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดที่อยากจะทำให้เห็นว่า การกระจายอำนาจมันเกิดขึ้นจริง ๆ ถ้าเป็นไปได้ ถ้ากระบวนการที่เราเลือกสวัสดิการสังคมนี้ ถ้าท่านจะทำโมเดล (Model) สัก ๔ ภาคนี้ผมอยากจะให้ท่านไปตัดริบบิ้นที่จังหวัดหรือว่า หมู่บ้านที่เป็นชายขอบ ท่านอย่าตัดริบบิ้นที่กรมหรือกระทรวง ถ้าท่านโมเดลจำลองมาว่า ถ้าท่านจะทำสัก ๑๐-๒๐ หมู่บ้านที่เป็นหมู่บ้านที่พบด้วยสวัสดิการชุมชนเขาจริง ๆ โดยที่รัฐเอง ไม่ได้ต้องใส่งบประมาณลงไปมาก ๆ นี้ ท่านไปทำโมเดลสัก ๔ ภาค แล้วท่านไปเริ่มสั่นกระดิ่ง หรือตัดริบบิ้นที่ในหมู่บ้านนั้นจริง ๆ อย่าตัดที่กระทรวง ทบวง กรม หรือตัดริบบิ้นที่ศาลากลาง จะทำให้เราได้เห็นว่านี่คือการขับเคลื่อนการกระจายสวัสดิการ การกระจายอำนาจให้กับ พี่น้องประชาชนจริง ๆ เพราะไม่อย่างนั้นถ้าเรายังทำตัดริบบิ้นกันที่กระทรวง ทบวง กรม ก็จะเหมือนกับนโยบายของรัฐที่ผ่านมาทั้งหมด ประชาชนเองเขาก็อยู่เฉย ๆ ว่าถ้าทำอย่างนี้ แล้วเขาคงไม่ได้มีโอกาสที่จะได้รับสวัสดิการอย่างทั่วถึงแน่นอน อันนี้ก็อยากฝากไว้ด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ