อรพินท์ สพโชคชัย หารือเรื่องการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพของมารดาและทารก การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมมารดา การพัฒนาสำหรับเด็กปฐมวัย และการศึกษาวิจัยเพื่อสร้างความรู้เกี่ยวกับการดูแลเด็กปฐมวัย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการสนับสนุนผู้พิการ โดยมีจุดเน้นสำคัญคือการสร้างสังคมที่เอื้ออำนวยต่อผู้พิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการในการใช้ชีวิตอย่างปกติสุข
กราบเรียนท่านประธานและท่านกรรมาธิการ ดิฉันมีเรื่องที่จะขออนุญาตเสริม เห็นด้วยกับรายงานโดยรวมที่ทางกรรมาธิการได้นำเสนอ ประเด็นที่ครอบคลุมในหลายด้าน ดิฉันขออนุญาตเสริมเพื่อที่จะทำให้ข้อเสนอแนะนั้น มีความสมบูรณ์ แล้วก็อาจจะมีความชัดเจนมากขึ้น
ประเด็นแรก ดิฉันอยากจะขอเสนอในเรื่องของประเด็นเด็กปฐมวัย สำหรับ การพัฒนาเด็กปฐมวัยนั้นเป็นวัยที่มีความสำคัญ แล้วดิฉันก็ดีใจที่กรรมาธิการชุดนี้ได้หยิบยก ในเรื่องของการพัฒนาเด็กในวัยนี้ ในวัยนี้เป็นวัยที่มีความสำคัญสำหรับการสร้างพลเมือง ในอนาคต เด็กที่เกิดมานั้นเราเคยพูดถึงเรื่องของวัยตั้งแต่ก่อนคลอด เขาพูดถึงแม้แต่ว่าอยู่ใน ครรภ์มารดา ระยะหลัง ๆ คือประมาณ ๗ เดือนนั้นเด็กจะเริ่มมีการพัฒนาการหลายด้าน ในหลายประเทศที่เขามีความเจริญก้าวหน้าแล้ว เขาให้ความสำคัญในการพัฒนาเด็กตั้งแต่ ก่อนที่จะคลอดออกมาเสียด้วยซ้ำ เมื่อคลอดมาแล้วเด็กของวัยนี้ในวัยที่อายุ ๐-๑๘ เดือนนั้น ถือว่าเป็นช่วงที่มีความสำคัญมากในการพัฒนา เราเรียกว่าเป็นช่วงพัฒนาที่เป็นทองคำขาว มันมีพัฒนาที่เป็นทองคำกับทองคำขาว ในช่วงพัฒนาที่เรียกว่าเป็นช่วงทองคำขาว หรือที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า แพลททินัม พีเรียด (Platinum period) ดิฉันขออนุญาตใช้ คำภาษาอังกฤษ เป็นช่วงที่มีความสำคัญมากในการที่พัฒนาทั้งด้านร่างกาย แล้วก็ด้านสมอง เพราะฉะนั้นถ้าในวัยนี้ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง มีการพัฒนาเราจะได้เด็กที่มีความชาญฉลาด มีไอคิวที่สูงขึ้น แล้วต่อมาช่วงที่เรียกว่าเป็นช่วงทองนั้นก็จะเป็นช่วงที่ต่อจากวัยนี้ถึงวัย ๑๐ ขวบ ซึ่งจะเป็นวัยที่มีความสำคัญในการที่จะพัฒนาทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เราจะสามารถที่จะ ลดปัญหาในเรื่องของอาชญากรรมต่าง ๆ ได้ในอนาคต สำหรับในประเด็นนี้ดิฉันคิดว่า ความสำคัญของการพัฒนาหรือปฏิรูปในเรื่องนี้มีอยู่ ๓ ส่วน
ในส่วนที่ ๑ นั้นดิฉันขออนุญาตว่าควรจะต้องดูแลในเรื่องของเตรียมความพร้อม ของผู้ที่จะเป็นบิดามารดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมารดานั้นในช่วงที่ตั้งครรภ์ หรือก่อนตั้งครรภ์ จะต้องมีการดูแลสุขภาพ แล้วหลังจากคลอดบุตรแล้วก็คงจะต้องดูแลในเรื่องของทารก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมให้มีการเลี้ยงลูกด้วยนมมารดา
ในส่วนที่ ๒ นั้นคือระบบการดูแล ซึ่งดิฉันคิดว่าระบบการดูแลนั้นจะต้องมี การพัฒนาสำหรับเด็กปฐมวัย ในส่วนนั้นดิฉันคิดว่ามีความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาให้ ความรู้ ความเข้าใจกับผู้ดูแลเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในศูนย์ที่เลี้ยงรับดูแลเด็กในระดับ ปฐมวัยนั้นว่าควรจะดูแลในเรื่องของการพัฒนาทั้งด้านร่างกายและด้านสมองและด้านจิตใจ อย่างไร ความสำคัญควรจะให้ในเรื่องของการดูแลเด็กในวัยหลังออกจากศูนย์ดูแลเด็ก อย่างเช่น โรงเรียนอนุบาลเป็นต้น
ในส่วนที่ ๓ นั้นดิฉันคิดว่าในกลไกของภาครัฐมีความสำคัญ จะต้องมี การศึกษาวิจัยแล้วก็มีในเรื่องของการสร้างความรู้ต่าง ๆ ในเรื่องของการดูแลเด็กปฐมวัย ในส่วนการปฏิบัตินั้นดิฉันคิดว่าน่าจะส่งเสริมให้ท้องถิ่นมีความเข้าใจในเรื่องของการดูแล เด็กปฐมวัย เพราะตอนนี้ศูนย์ดูแลเด็กเล็กได้โอนไปอยู่ที่ท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก
ในประเด็นต่อมาดิฉันขออนุญาตเพิ่มเติมเรื่องของเกี่ยวกับผู้พิการ ในเรื่องผู้พิการนั้นดิฉันคิดว่ามีความสำคัญมาก ดิฉันฝันอยากจะเห็นสังคมไทยในอนาคตนั้น เป็นสังคมที่ไม่มีผู้พิการอยู่ในสังคม สังคมที่ไม่มีผู้พิการคือสังคมที่คนพิการสามารถใช้ชีวิต อย่างปกติได้ ดิฉันเคยมีประสบการณ์อยู่กับเพื่อนที่เป็นคนพิการหลายแบบ คนพิการที่ไม่มีขาเลย คือเขามีขาแต่เขาใช้ไม่ได้เนื่องจากอุบัติเหตุ แต่ว่าเป็นคนที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข สามารถขับรถไปไหนมาไหนได้ เนื่องจากว่าเขาโชคดีที่เกิดมาในประเทศที่มีระบบที่สามารถ จะเอื้อได้ ในประเทศไทยดิฉันลองสำรวจดูแล้วแม้แต่สุนัขที่เรียกว่าเซอร์วิส ด็อก (Service dog) หรือสุนัขเพื่อที่จะให้บริการกับผู้พิการดิฉันเข้าใจว่าหลายท่านก็คงจะต้องบินไปต่างประเทศ เพื่อที่จะไปแสวงหาเซอร์วิส (Service) แบบนี้ ดิฉันคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลควรทำก็คือว่า ควรจะต้องมีการลงทุนในเรื่องของการที่จะสร้างกลไกหรือว่าในการที่จะทำระบบ ที่เอื้ออำนวย รวมถึงการที่จะปรับโครงสร้างพื้นฐาน ตอนนี้ผู้พิการถึงมีรถเข็นดิฉันก็ไม่แน่ใจ ว่าจะสามารถเดินไปตามถนนได้ ดิฉันเห็นผู้พิการหลายท่านที่ออกมาตามท้องถนน จำเป็นต้องไปเข็นรถในผิวการจราจรซึ่งดิฉันคิดว่าผิดหลักมาก เราไม่มีกฎหมายที่มีความชัดเจน หรือมีความ ขออนุญาตอีก ๒-๓ วินาที เราไม่มีกฎหมายที่สามารถที่จะทำให้ภาคเอกชน หรือร้านค้าต่าง ๆ นั้นต้องทำสิ่งอำนวยความสะดวกให้สำหรับผู้พิการ และในเรื่องของ การอำนวยความสะดวกในร้านค้าต่าง ๆ หรือว่า ดิฉันเคยอยู่ในประเทศเกาหลี ในประเทศเกาหลีนั้น ร้านค้าทุกร้านจำเป็นจะต้องทำทางลาดสำหรับผู้ที่สูงอายุหรือผู้พิการที่สามารถจะเข้าไป ใช้บริการในร้านได้ ผู้พิการที่มีสุนัขสามารถจะนำสุนัขเข้าไปในร้านอาหารได้ ถ้าร้านอาหาร ไม่ยอมให้เข้านั้นจะมีบทลงโทษที่ค่อนข้างรุนแรง ดิฉันก็อยากฝากไว้ว่าช่วยคิดถึง เรื่องการที่ทำให้ผู้พิการและผู้สูงอายุ ซึ่งถ้าผู้สูงอายุมาก ๆ ส่วนหนึ่งก็คือว่าศักยภาพของ ร่างกายก็จะอ่อนด้อยไปเกือบจะเท่ากับผู้พิการ ดิฉันคิดว่าน่าจะมีระบบที่เอื้อที่สำหรับบุคคล กลุ่มนี้ในสังคมไทยให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ขอบพระคุณค่ะ