สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๘ · ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ทิวา การกระสัง พูดเรื่องการสนับสนุนด้านกีฬา โดยมีข้อกังวลว่าเงินทุนสนับสนุนนั้นจะหาจากไหน และจะบริหารอย่างไร ให้การสนับสนุนกิจกรรมด้านกีฬาใน 4 ด้านที่รัฐกำหนดไว้ โดยเสนอให้ตั้งกองทุนร่วมจ่ายระหว่างรัฐและประชาชน

นายทิวา การกระสัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านประธาน กรรมาธิการและคณะกรรมาธิการทุกท่าน ผม ทิวา การกระสัง ต้องขออภัยเมื่อสักครู่ประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอยู่ที่ห้อง ๒๒๐ ครับ ก่อนที่ผมจะอภิปรายต้องขอขอบคุณท่านกรรมาธิการทุกท่านที่เห็นความสำคัญของ สวัสดิการด้านการกีฬา ในประเด็นที่ ๔ มีปัญหาเช่นเดียวกันกับท่านผู้ที่อภิปรายไปข้างหน้านี้ละ ว่าเราจะหาเงินที่ไหนมาเพื่อเป็นกองทุนสวัสดิการสังคมที่ท่านจะทำ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ ในรายงานนั้นเป็นเรื่องที่ดีมาก สุดยอดมาก ตั้งแต่ผมเกิดมาอายุทุกวันก็ประมาณ ๕๐ ปีเศษนี้ เห็นว่าความคิดนี้ ความเห็นนี้ รายงานนี้เป็นรายงานที่ดีที่สุด ผมคิดตลอดเวลาว่าประเทศนี้ ทำไมคนไทยทุกคนจึงไม่มีสวัสดิการเหมือน ๆ กัน ความเหลื่อมล้ำ ความเป็นธรรมในสังคม ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญทุกฉบับจะเขียนว่า ทุกคนจะเลือกปฏิบัติไม่ได้เพราะเหตุอาชีพ ความรู้ สถานะทางสังคม หรือเพศ เราเขียนไว้สวยหรูมาก แต่ท่านเคยคิดไหมครับว่า ประชาชนทั่วไป ที่ไม่ได้รับราชการ หรือไม่ได้มีอาชีพบางอย่าง สมมุติชาวนาผมเคยพูดว่าเขาเป็นชาวนา เขาก็ทำงานเพื่อชาติเหมือนกัน ถ้าไม่มีเขา เกษตรกรปลูกมันสำปะหลังอะไรพวกนี้ เมื่อเขาอายุ ๖๐ ปี หรือ ๕๐ ปีแล้ว เขาทำงานไม่ได้เรามีสวัสดิการอะไรดูแลเขา ที่ผ่านมารัฐบาล ก็ให้เดือนละ ๕๐๐ บาท ๖๐๐ บาท อายุเกิน ๖๐ ปี มา ๑,๐๐๐ บาท ถามว่าพอไหม ไม่พอ ประเด็นที่ผมอยากจะพูดก็คือด้านการกีฬา ท่านมีกรอบอยู่ ๔ ข้อด้วยกัน กำหนดให้เป็น หน้าที่ของรัฐในการสนับสนุนให้ประชาชนมีโอกาสร่วมกิจกรรมออกกำลังกาย เล่นกีฬา หรือมีความเคลื่อนไหวทางร่างกาย สร้างความเข้มแข็งให้แก่ครอบครัว สังคม ประเทศชาติ ในการเข้าถึงกีฬาทุกชนิด ข้อ ๓ ดำเนินการกีฬาเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำให้กับประชาชน ในสังคมอย่างทั่วถึง เท่าเทียม เป็นธรรม โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ ใช้กีฬาเพื่อสร้างสรรค์ ให้เกิดความรักสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และใช้เป็นกลไกในการแก้ปัญหา ความมั่นคงของประเทศ ท่านกรรมาธิการท่านให้ความกรุณากำหนดไว้ในประเด็นข้อที่ ๔ ประเด็นที่เรากำลังคิดไปก็คือว่า ทำอย่างไรเราจะมีกองทุนที่จะใช้เงินหรือรัฐสามารถ สนับสนุนก่อให้เกิดกิจกรรมทั้ง ๔ ด้านนี้ให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ ในทุกเพศ ทุกวัย อย่างทั่วถึง และเป็นธรรม กองทุนเหล่านี้จะหาเงินมาจากไหนและจะทำอย่างไร การพัฒนาด้านการกีฬานี้ มีพระราชบัญญัติกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘ กำหนดให้มีกองทุนเช่นเดียวกัน ทราบว่าเราได้ เงินจากกองทุนซึ่งที่เรียกว่าเป็นภาษี เรียกภาษีเหล้า บุหรี่ หรือเรียกว่าภาษีบาปเอามาใช้ ในการพัฒนาและสนับสนุนด้านการกีฬา ประเด็นก็คือว่าเงินที่จะใช้ทำให้เกิดกิจกรรม ทั้ง ๔ ด้านนี้ กองทุนเหล่านี้ตามความเห็นของผม ท่านต้องเขียนว่าจะทำอย่างไร กระบวนการและวิธีการรัฐจะสนับสนุนอย่างไร ผมไม่อยากให้รัฐบาลตั้งงบประมาณแต่ละปี ปีละ ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไปเพื่อใช้ในกิจกรรมด้านการกีฬา อยากให้มีกองทุน ในระบบร่วมจ่าย ระบบร่วมจ่ายในที่นี้ก็คืออาจจะรัฐ ๔๐ ประชาชน ๔๐ ตั้งเป็นกองทุน แล้วเอาดอกผลหรือรายได้จากเงินนั้นมาเพื่อใช้ อย่างเช่นในปีแรกรัฐอาจจะสนับสนุนเงินไป สัก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็หาเงินอย่างอื่นเข้ามาเพิ่ม เงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จะอยู่ไปเรื่อย ๆ ถ้า ๑๐ ปี ท่านจะมีเงินอยู่ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดอกผลของเงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เราก็จะอุดหนุน เราใช้เวลาในการพัฒนาสัก ๒๐ ปี ก็แล้วกัน เริ่มจากปีแรกพัฒนาจากเด็ก หรือเยาวชน ๒๐ ปีท่านจะมีเงินอยู่ประมาณสัก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ดอกผลในแต่ละปีเอาไปใช้ ใช้ลักษณะของกองทุน กบข. ก็ได้ แต่ว่าการบริหารกองทุนนั้นต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาคนตามหลักของ การพัฒนาด้านสวัสดิการนี้ ถ้ามีกองทุนอย่างนี้ในประเทศนี้ผมคิดว่าภาระของรัฐก็จะน้อยลง ท่านจะเห็นว่าในแต่ละปีเราตั้งงบประมาณเพื่อใช้ในเรื่องเกี่ยวกับเหล่านี้ปีละหลายหมื่นล้านบาท แต่ว่าใช้แล้วสูญไปเลย เราจะใช้เงินอย่างไรเมื่อใช้ไปแล้ว ดอกผล เงินที่ใช้ไปนั้นกลับมาคืน แล้วก็เป็นประโยชน์ให้กับประชาชน ลักษณะของกองทุนอื่นก็เช่นเดียวกัน กองทุนสวัสดิการ ของประชาชนที่เราตั้งงบประมาณให้คนแก่คนเฒ่า คนละ ๘๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท เป็นใช้แล้ว สูญไปเลย แต่ถ้าเราบอกว่าเมื่อเกิดมาแล้วทุกคนมีส่วนร่วมในการตั้งกองทุนนั้นเป็นเจ้าของกองทุน ที่ในลักษณะเป็นเงินฝากออมทรัพย์แต่มีเงินรัฐสนับสนุนไปด้วย ตัวนี้ผมคิดว่า ๑. งบประมาณก็ไม่เสียไป ๒. ดอกผลของงบประมาณนั้นก็สามารถมาใช้แล้วก่อให้เกิด ความมั่นคงแก่สังคม ขอขอบพระคุณ แล้วขอบพระคุณให้กำลังใจท่านกรรมาธิการ ความเห็น หรือรายงานของท่านผมจะสนับสนุนเกินกว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ขอขอบพระคุณครับ