ไพโรจน์ พรหมสาส์น พูดถึงการแก้ไขปัญหาสังคม โดยเน้นย้ำความสำคัญของครอบครัว และการดูแลเด็กและผู้พิการ โดยเสนอแนวทางในการจัดสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยใช้ข้อมูลจปฐ. และขอให้ภาครัฐสนับสนุนการดำเนินการ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านครับ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนอื่นกระผม ขอชื่นชมทางคณะกรรมาธิการทั้ง ๒ คณะ ที่ได้ร่วมกันกับคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ร่วมกับคณะกรรมาธิการปฏิรูป ระบบสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับประเทศไทย ได้จัดทำวาระนี้ตามที่สภาของเรา ได้มอบหมายไป ทั้งได้ทำความกระจ่างในประเด็นปัญหา ในการนำเสนอ ในการให้ข้อคิดเห็น ต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์อย่างมาก ซึ่งจะนำไปสู่แนวทางปฏิบัติต่อไป ผมออกจะเห็นด้วยกับที่ ท่านสมเกียรติพูดเมื่อสักครู่ว่าประเทศเราคงจะไม่ใช่ลักษณะสวัสดิการสังคมอย่างแถว สแกนดิเนเวีย ซึ่งเขาก็มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีแล้วเขาให้สวัสดิการได้อย่างเต็มที่ ในทุกรูปแบบ สิ่งที่กระผมจะนำเรียนต่อไปนี้กระผมคิดว่าไปสะท้อนจากประสบการณ์ในชีวิต ของกระผมเอง ในฐานะที่เป็นเด็กต่างจังหวัด เรียนหนังสือเบื้องต้นที่ต่างจังหวัดเข้ามาเรียน กรุงเทพฯ เมื่อรับราชการก็ได้ทำงานทั้งในส่วนที่อยู่ในต่างจังหวัดและในส่วนกลาง เพราะฉะนั้นประสบการณ์ชีวิตที่ทำมา ๓๐ กว่าปีในราชการแล้วก็เกือบ ๑๐ ปีที่เกษียณอายุ ราชการ กระผมก็มีมุมมองว่าสิ่งที่เราจะแก้ปัญหาชาติบ้านเมืองของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของสวัสดิการสังคมหรือช่วยเหลือผู้คนชุมชนต่าง ๆ นั้น มันคงจะ หนีไม่พ้นจากการที่เราจะมองในแง่ที่ว่า ปัญหาทั้งหลายนี้มันก็อยู่ในสังคมแบบไทย ๆ เรา คงจะต่างไปจากหลายประเทศหรือในต่างประเทศ สังคมไทยเราเป็นสังคมที่เป็นสังคม ในชนบทเป็นส่วนใหญ่ตามหลักสังคมวิทยา แล้วก็สังคมในเมืองก็เป็นส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้น รูปแบบแนวทางวิธีการแก้ปัญหาในทั้ง ๒ สังคมนี้ อาจจะมีรูปแบบแนวทางที่แตกต่างกันไปบ้าง คงจะไม่เหมือนกันเป็นหลักเดียวกันทั้งประเทศ หรือเป็นลักษณะประชานิยมหรืออะไร อย่างที่เป็น ๆ กันอยู่ นั่นเป็นประการแรก โดยเราคำนึงถึงบริบทของสังคมไทย แล้วการ แก้ปัญหาเหล่านี้ก็คงจะต้องเน้นหนักไปที่ตัวบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรปกครองท้องถิ่น และแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ สวัสดิการหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่จะต้องร่วมมือ ร่วมใจกันมองปัญหาที่ถูกต้อง ที่เหมาะสม แล้วหาแนวทางช่วยกันแก้ไข
ในข้อสังเกตอีกประการหนึ่งก็คือเห็นด้วยกับในสิ่งที่ท่านได้หยิบยกรวบรวม ขึ้นมาเป็นประเด็นที่ว่า วางเสาหลักไว้ ๔ ต้น แต่ว่าเสาหลักที่ท่านวางไว้ก็ดี ประเด็น ๑๖ ประเด็นที่ท่านนำเสนอนั้น ผมอยากจะขอความกรุณาท่านถ้าเป็นไปได้มีข้อสังเกตว่า มนุษย์เราเกิด เจ็บ แก่ แล้วก็ตาย เพราะฉะนั้นถ้าหากท่านสามารถเรียงลำดับของเสาจะเรียง เป็นแนวยาวหรือวงกลมอะไรก็แล้วแต่ มันเรียงจากตรงนั้นมามันจะทำให้การดู หรือการมองปัญหามันชัดขึ้น ประเด็นต่าง ๆ ไม่อย่างนั้นมันโยกไปโยกมาเดี๋ยวเด็ก เดี๋ยวคนแก่ เดี๋ยวคนพิการอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่าตรงนั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องมองตั้งแต่เริ่มแรก ที่ท่านกรรมาธิการได้พูดถึงก็คือ ตั้งแต่ครอบครัว เรามีครอบครัว เวลาเราไปงานแต่งงาน พอเราเป็นผู้หลักผู้ใหญ่อวยชัยให้พรให้มีครอบครัวที่อบอุ่น มีลูกมีเต้าที่ดี อะไรต่าง ๆ ฉะนั้น มันตั้งแต่แต่งงานมีครอบครัว มันดีไหม พอภรรยามีท้องอยู่ในท้องจะดูแลกันอย่างไร เกิดมาแล้วจะไปคลอดที่ไหน สมัยก่อนเราก็หมอตำแย สมัยนี้ก็ต้องไปโรงพยาบาลต่าง ๆ ตามชนบทมันอาจจะไม่มีพร้อมอะไรอย่างที่ว่านี้ เราจะดูแลเขาตรงนี้อย่างไร พอเกิดมาแล้ว ๓ ปีแรกก่อนที่เขาจะโตไปนั่นล่ะเป็นลักษณะในวัยที่สมองเติบโตมากที่สุด เราจะช่วยเขา ตั้งแต่เด็กก่อนวัยเรียน ศูนย์เด็กเล็ก อนุบาล ประถม มัธยม การศึกษาอะไรอย่างไร เรียนต่อไปอย่างไร เมื่อจบแล้วมีอาชีพการงานทำอย่างไร แล้วก็นอกเหนือจากนั้นในสังคม ก็คงมีหลายประเภท ทั้งเด็ก สตรี คนแก่ เยาวชน คนพิการ สารพัดเรื่องเลย เพราะฉะนั้น มาตรการแนวทางที่ว่านี้ที่ผมกราบเรียนแล้ว ถ้าหากว่าเรามีความชัดเจนในเรื่องข้อมูลต่าง ๆ ระบบข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจนในแต่ละหมู่บ้าน ตำบล สังคม อำเภอ จังหวัดก็สุดแล้วแต่ แล้วมันก็จะทำให้รู้ว่ามีบุคคลกลุ่มเป้าหมายที่เรามุ่งที่จะแก้ไขหรือจัดสวัสดิการต่าง ๆ เหล่านั้นมันมีมากน้อยแค่ไหนเพียงใด แล้วเราจะจัดรูปแบบแนวทางประเภทไหน อย่างไร ถึงจะเหมาะสมกับเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้น รวมไปถึงแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐด้วย ซึ่งอันนั้น กระผมคิดว่าก็คงจะเป็นเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากท่านลองอาจจะแยกแยะลองดู เพื่ออาจจะ ทำให้เราได้ข้อมูลที่มีความชัดเจนมากขึ้น ข้อมูลอย่างหนึ่งที่ผมคิดว่าพอจะยังใช้กัน แนวทาง พื้นฐานได้ คือข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน จปฐ. เรามีการสำรวจทุกปี ๆ มีข้อมูลที่นำไปใช้ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผมเองเคยอยู่กรมการพัฒนาชุมชนก็ทำเรื่องนี้มาตลอด ก็คิดว่า ถ้าเอาตัวนั้นมาประกอบก็จะช่วยได้อย่างมาก การจัดสวัสดิการต่าง ๆ ถ้าว่าผู้ใดที่มีอยู่ ในเกณฑ์ต่ำว่าเกณฑ์ จปฐ. แล้ว นั่นคือบุคคลอันดับแรกที่น่าจะได้รับการดูแลช่วยเหลือ ไม่ใช่ ให้เสมอภาคเท่าเทียมกันหมด ในเรื่องต่าง ๆ จัดสวัสดิการบางเรื่องบางอย่างที่เราทำกันอยู่ ทุกวันนี้ ก็เป็นข้อสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ขอฝากเรียนท่านกรรมาธิการไปประกอบการ พิจารณา เพื่อทำให้การรายงานของเรามีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น แล้วเน้นตรงที่ว่าขอให้ คำนึงถึงในทางปฏิบัติให้มากที่สุดที่จะมากได้ ขอบพระคุณครับ