สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๖ · ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘

นิมิต สิทธิไตรย์ หารือเรื่องสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของสื่อในการช่วยเหลือชีวิตประจำวัน และเรียกร้องให้มีการสนับสนุนสื่อท้องถิ่น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการยอมรับวิชาชีพสื่อสารมวลชน โดยเรียกร้องให้รัฐสภาให้การสนับสนุนในการกำกับดูแลและยอมรับวิชาชีพสื่อสารมวลชน

นายนิมิต สิทธิไตรย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ ปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เคารพทุกท่านครับ ในโลกของสื่อนั้น ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ผมถือว่าปัจจัยเรื่องสื่อจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันนั้น ค่อนข้างที่จะละเอียดอ่อนมากขึ้น ทุกวันนี้การใช้สื่อเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตไปแล้ว หลายคน เสพเรื่องสื่อขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสื่อส่วนตัวหรือว่าการใช้สื่อสาธารณะ ผมเองตระหนัก เรื่องนี้ตั้งแต่แรกที่เข้ามาเป็น สปช. พยายามคิดว่าการที่ทำให้คนใกล้หรือไกลได้ยินเท่ากันนั้น จำเป็นจะต้องมีวิธีการ จึงได้แลเห็นว่าสื่อนี้ล่ะคือสิ่งจำเป็น ผมได้มีการชักชวนสื่อมวลชน ในพื้นที่ในฐานะที่ผมเป็น สปช. จากต่างจังหวัด สื่อก็ขานรับตอบรับจนมีทิศทางเรียกว่า รวมพลังสื่อมวลชนร่วมปฏิรูปประเทศไทย การที่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับสื่อในทางเบื้องต้นนั้น ก็คงเป็นเรื่องการประสานงานทำงานร่วมกัน แต่เมื่อได้เข้าไปใกล้ชิด ได้ไปสัมผัสแล้วจึงพบว่า การเป็นสื่อนั้นมีความแตกต่างกันพอสมควรในเรื่องของสื่อส่วนกลางและสื่อภูมิภาค สื่อทางเลือก หรือเรียกว่าสื่อท้องถิ่น ตรงนี้ทำให้ได้มีโอกาสได้พูดคุยเสวนากัน มีการแลกเปลี่ยนกันในฐานะ ที่เป็น สปช. ก็คิดว่าส่วนหนึ่งก็คงจะต้องรับรู้ความต้องการของทุก ๆ มิติ ก็พบว่าสื่อท้องถิ่นนั้น มีความลำบากอยู่หลายประการ ไม่ว่าจะเรื่องของการประกอบวิชาชีพที่จะต้องมีเรื่องของ การดำรงชีพ สวัสดิการของชีวิต คุณภาพชีวิตมาเกี่ยวข้อง รวมถึงเรื่องของความมั่นคงในชีวิต ในการประกอบวิชาชีพ จนได้กล่าวว่าแม้แต่เงินค่าสมาชิกที่จะไปสมัครเป็นสมาชิกของ สมาคมสื่อก็ยังไม่มี โดยใช้คำพูดว่าจะมีได้อย่างไรในเมื่อสิ่งที่เป็นค่าใช้จ่ายในการทำ สื่อสิ่งพิมพ์นั้นที่ตัวเองประกอบวิชาชีพอยู่ก็ยังหาได้ยาก เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็เป็นปัจจัย สำคัญที่จะต้องคิดและดูแล

อีกประการหนึ่งที่สำคัญมากที่สุดก็คือการที่สังคมสื่อจะต้องได้รับการยอมรับ เขาพูดในประเด็นที่สะท้อนความรู้สึกที่ผมคิดว่าสะท้อนแล้วเข้าใจในส่วนหัวใจลึก ๆ คือเวลาไปสมัคร เวลาไปยื่นเอกสาร เวลาที่จะไปขอเครดิตอะไร ในช่องที่กรอกว่าทำอาชีพ อะไรเขาไม่กล้าที่จะกรอกลงไปว่าเป็นอาชีพวิชาชีพสื่อสารมวลชน เพราะว่าอาชีพนี้ใช้คำว่า ไม่แน่นอน แล้วอีกอย่างหนึ่งในการประกอบวิชาชีพนี้มีความหลากหลายใครเข้ามาอยู่อาชีพนี้ ก็เป็นไปได้ง่าย การกำกับดูแลกันเองที่ทำให้คนส่วนน้อยที่ทำให้เกิดปัญหาสำหรับสื่อมวลชน ส่วนใหญ่นั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นในระดับภูมิภาค และการกำกับดูแลกันเองในเชิงของการเป็น สภาวิชาชีพนั้นเป็นความคิดเริ่มต้นจากสื่อมวลชนท้องถิ่นเอง อันนี้กรรมาธิการปฏิรูป การสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศก็ลงพื้นที่ได้รับข้อมูลนั้นมาอย่างชัดเจนว่าเขามี ความต้องการในระดับที่เป็นระดับพื้นฐาน ระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และรวมตัวกันนั้น จะเป็นรูปแบบต่างหากไม่เหมือนกับสภาทนายความ ไม่เหมือนกับสภาวิชาชีพอื่น ๆ ซึ่งมี ความจำเป็นที่จะต้องศึกษาและให้รายละเอียด แต่ที่แน่ ๆ เขาพร้อมที่จะดูแลกันเอง พร้อมที่จะ กำกับกันเองเพื่อที่จะให้คุณภาพชีวิต เครดิตของทางเป็นวิชาชีพนั้นได้ถูกการยอมรับ สามารถที่จะกรอกในช่องที่เรียกว่าประกอบวิชาชีพใดด้วยความมั่นคง ปากกาจดลงไป เขียนลงไปให้ชัดเจนว่าประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนและได้รับการยอมรับ ตรงนี้ก็คือ เป็นสิ่งที่ผมในฐานะ สปช. ได้สัมผัสในพื้นที่แล้วอยากจะสนับสนุนผ่านไปยังรัฐสภาไปถึง กรรมาธิการว่าเรื่องนี้ต้องเร่งด่วน เรื่องนี้ต้องหนักแน่น และจำเป็นจะต้องไปให้มีวิชาชีพนี้ เป็นสภาวิชาชีพที่ทำให้เขามีจุดหลัก จุดยืน และกำกับคนที่ไม่ดีให้ออกไปจากในระบบ และ คนที่เหลือก็จะสามารถพัฒนาไปได้โดยองค์กรที่เรียกว่า สภาวิชาชีพสื่อ ไม่ว่าเรื่องสวัสดิการ ไม่ว่าเรื่องการพัฒนา ซึ่งหลายเรื่องนั้นผมได้ดำเนินการภายใต้กรอบของการเป็น สปช. ไปบ้างแล้ว เช่น การชี้ให้เห็นว่าการเข้าสู่ในโลกออนไลน์ โลกมีเดียนั้น เป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้เขาก้าวหน้า ที่จะหลีกหนีในสิ่งที่เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้นทุนที่สูงจากรูปแบบเดิม ๆ เพราะฉะนั้นการที่ระบุไว้ใน ร่างรัฐธรรมนูญ ระบุไว้ในแผนปฏิรูปนั้น ผมถือว่าเป็นสิ่งที่สร้างกำลังใจให้กับสื่อมวลชน ระดับท้องถิ่น สื่อทางเลือกค่อนข้างที่มาก จึงอยากจะให้ยืนหยัดยืนยันที่จะดำเนินการเรื่องนี้ จริงจัง แล้วก็คิดว่าจะเป็นกำลังใจให้สื่อมวลชนทั้งประเทศได้มีโอกาสกรอกลงไปในช่อง วิชาชีพว่า ฉันมีวิชาชีพสื่อสารมวลชน ขอบคุณครับ