สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๖ · ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ศุภกร บูรณดิลก หารือเรื่องการปฏิรูปสื่อมวลชน โดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาการนำเสนอข้อมูลที่ไม่เป็นกลาง และการกระตุ้นให้เกิดความเกลียดชังหรือการแบ่งแยกในสังคม และเสนอแนะให้มีการปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชน โดยมี 3 ประการ คือ ปฏิรูปกิจการและการประกอบการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทุกรูปแบบ เสรีภาพในการแสดงออกของสื่อ และคุณธรรม จริยธรรมของสื่อ และยังเสนอแนะให้มีการออกแบบระบบและกลไกในการกำกับดูแลสื่อที่มี 4 ระบบกลไกด้านกฎหมายและวิชาการ ระบบกลไกด้านการกำกับกันเองโดยวิชาชีพที่จะมีสภาวิชาชีพแห่งชาติ ระบบกลไกด้านการกำกับโดยภาครัฐและองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระ และระบบกลไกด้านการกำกับโดยประชาชน และเสนอ

พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก

เรียนท่านประธาน คณะกรรมาธิการ และเพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผม พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก จะขออภิปราย รายงานข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกครับ ต่อไปนี้เป็นส่วน หนึ่งของเอกสาร กรอบความเห็นร่วมปฏิรูปประเทศไทยด้านสื่อมวลชนของสำนักงาน ปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งบางตอนผมขออนุญาตอ่านด้วย ในห้วงวิกฤติความขัดแย้งที่ผ่าน มาเริ่มจากสื่อสารมวลชนกระแสหลักที่ไม่ทำหน้าที่เพื่อสาธารณะ เนื่องจากไม่พยายาม แสวงหาความจริงหรือตรวจสอบผู้มีอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นสถานีโทรทัศน์ระดับชาติ ก็ถูกครอบงำทางโครงสร้างจากความเป็นเจ้าของหรือการควบคุมโดยรัฐ นายทุนและ นักการเมือง ขณะที่หนังสือพิมพ์ระดับชาติก็ถูกมองว่าเลือกข้างด้วยอคติ ด้วยผลประโยชน์ แอบแฝง ตามด้วยสื่อกระแสรองอย่างโทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิลทีวี วิทยุชุมชนและวิทยุธุรกิจ ท้องถิ่น ซึ่งมีจำนวนอยู่ไม่น้อยที่ไม่เป็นกลางให้ข้อมูลข่าวสารด้านเดียว แถมยังเผยแพร่ความ เกลียดชังให้สังคมแบ่งแยกกันมากขึ้น ความคาดหวังจากประชาชนต่อการปฏิรูปสื่อมวลชน อยากให้สื่อสารมวลชนรักษาจรรยาบรรณ มีความเป็นกลาง มีหน่วยงานเฝ้าระวังการ นำเสนอข่าวของสื่อสารมวลชน ไม่สร้างความขัดแย้งแตกแยก ควรมีบทลงโทษ หากมีการ นำเสนอข้อมูลเท็จ บิดเบือนหรือสร้างกระแสปลุกปั่นเพื่อให้ทำหน้าที่ในกรอบตามมาตรฐาน วิชาชีพ กรอบความเห็นร่วมเพื่อการปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชนคือ ปัจจัยสำคัญอย่าให้มีการ นำเสนอข้อมูลและการใช้ภาษาที่ปลุกเร้า กระตุ้นให้เกิดความเกลียดชัง หรือที่เรียกว่า เฮท สปีช (Hate speech) หรือการโฆษณาชวนเชื่อปลุกระดมให้มวลชนเกิดความแตกแยก ทำให้คู่ขัดแย้งใช้ความรุนแรงต่อกัน การเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนหรือไม่รอบด้านก่อให้เกิด ความเข้าใจผิด ในการนี้คณะเตรียมการปฏิรูปของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้สรุป ประเด็นหลักในการปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชนไว้ ๓ ประการ คือ ปฏิรูปกิจการและการ ประกอบการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทุกรูปแบบ เสรีภาพในการแสดงออกของสื่อและ คุณธรรม จริยธรรมของสื่อ ที่กล่าวมาตั้งแต่เริ่มต้นก็เพื่อที่จะเสนอแนะหรือตั้งข้อสังเกตว่า นอกจากในเรื่องสิทธิเสรีภาพของสื่อ การป้องกันการแทรกแซงสื่อแล้ว ในเรื่องการกำกับดูแล สื่อ ประชาชนมีความคาดหวังว่าสื่อจะต้องเป็นกลาง ไม่อยากให้มีการกระทำในลักษณะ เฮท สปีช หรือปลุกระดมให้เกิดความเกลียดชัง และการแบ่งแยกกันของทางสังคม และที่สำคัญคือความมีคุณธรรมและจริยธรรมของสื่อ รวมทั้งควรมีบทบาทในการลงโทษด้วย ในการนี้ขอเรียนว่าจากการศึกษารายงานข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการแล้ว ในภาพรวม ผมเห็นด้วยทุกประการ แต่ควรให้เพิ่มเติมประเด็นต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวไว้แล้วด้วย และนอกจากนี้อยากจะขอเสนอแนะเพิ่มเติมคือในกรอบความคิดรวบยอดในการกำกับดูแล สื่อที่มีการออกแบบระบบและกลไกไว้ ๔ ประการคือ ระบบกลไกด้านกฎหมายและวิชาการ ระบบกลไกด้านการกำกับกันเองโดยวิชาชีพที่จะมีสภาวิชาชีพแห่งชาติ ระบบกลไกด้านการ กำกับโดยภาครัฐและองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระ และระบบกลไกด้านการกำกับโดยประชาชน ทั้ง ๔ ระบบกลไกนี้ผมพิจารณาแล้วเห็นว่าน่าจะครอบคลุมทุกประเด็น แต่อย่าลืมเมื่อมีสภา วิชาชีพแห่งชาติแล้ว อาจมีการออกใบอนุญาตวิชาชีพ มีจรรยาบรรณ มีมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรมแล้วก็น่าจะมีบทลงโทษไว้ด้วย และในการนี้ผมใคร่ขอเสนอแนะเพิ่มเติมอีกคือ องค์กรที่จะมีในอนาคต เป็นภาคประชาชนที่ควรให้ทำหน้าที่ตรวจสอบดูแลสื่อด้านคุณธรรม จริยธรรมคือสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ทั้งนี้แม้ว่าองค์กรใหม่ที่ถูกตั้งขึ้นตามร่างรัฐธรรมนูญ ดังกล่าวนี้ จะมีหน้าที่ที่ระบุไว้คือการกำหนดและตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรฐาน คุณธรรมจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้บริหารระดับสูงของทุกองค์กรที่ใช้ อำนาจรัฐ ตลอดจนเอกชนที่เกี่ยวข้องนั้น สื่อสารมวลชนในฐานะผู้เชื่อมโยงในสังคม การทำ หน้าที่ของสื่อสารมวลชนจะมีผลกระทบต่อทั้งนักการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชน ดังนั้นจะต้องมีคุณธรรมและจริยธรรมในระดับสูงด้วย เมื่อทำอะไรไม่ดี ผิดกฎหมายหรือ ระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ก็น่าจะต้องพิจารณาตัวเองไปประกอบอาชีพอื่น และที่สำคัญเพื่อ เป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวังไว้ ดังนั้นจึงน่าจะเข้าข่ายการถูกตรวจสอบในระดับเดียวกัน สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ในเมื่อตรวจสอบกำกับดูแลด้านคุณธรรม จริยธรรมของฐานันดรที่ ๓ และบางส่วนในฐานันดรที่ ๑ แล้ว ก็น่าจะให้ตรวจสอบดูแลฐานันดรที่ ๔ ด้วย ซึ่งก็สามารถจะกระทำได้ เพราะทุกอย่างขณะนี้อยู่ในขั้นการร่าง และอาจกลับไปเพิ่มบทบาท หน้าที่ที่เกี่ยวกับสื่อมวลชนให้สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติได้ อันนี้ก็อยากจะฝากให้ผู้เกี่ยวข้อง และคณะกรรมาธิการได้พิจารณาด้วย กระผมขอจบการอภิปรายแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ