เตือนใจ สินธุวณิก หารือเรื่องการปฏิรูปสื่อสารมวลชน โดยเน้นย้ำเรื่องเสรีภาพของสื่อควบคู่ไปกับจรรยาบรรณและความรับผิดชอบ
กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เลขที่ ๐๘๔ ดิฉันเป็น ๑ ในคณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ อยากจะ ขอเรียนท่านประธานและคณะกรรมาธิการว่าดิฉันดีใจที่ได้มีโอกาสอภิปรายต่อจากท่าน พลเรือเอก ศุภกร ขออภัยที่ได้เอ่ยนามท่าน อยากจะขอเรียนย้ำเพิ่มเติมค่ะว่า สำหรับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศนั้นเราตระหนักดีค่ะว่า สื่อสารมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขาวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และในปัจจุบันคือ โซเชียล เน็ตเวิร์ค (Social network) ต่าง ๆ นั้นเป็นสื่อสารมวลชนที่มีอิทธิพลอย่างสูงต่อ ผู้ชมและเยาวชนโดยทั่วไปค่ะ แล้วเราก็ตระหนักดีอย่างยิ่งว่าสำหรับการดำเนินตามหน้าที่ ของสื่อมวลชนเท่าที่ผ่านมานั้นได้นำข้อคิดเห็นหรือข้อปฏิรูปที่ได้มีการแนะนำ ซึ่งท่าน พลเรือเอก ศุภกร ได้เรียนแล้วว่านำมาพิจารณาหมดเลยค่ะว่าจุดอ่อนของการดำเนินงานของ สื่อมวลชน ขอเรียนย้ำว่าเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ทำให้เกิดเป็นสาเหตุหนึ่งหรือมีส่วนในการ สนับสนุนให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองของเรา จนกระทั่งมีความคิดและมีเสียงเรียกร้อง ว่าควรจะมีการปฏิรูปสื่อในภาพรวม แล้วก็จะเห็นว่าเราจะเน้นย้ำในการปฏิรูปสื่อในครั้งนี้ จะเป็นเรื่องของการปฏิรูปในเรื่องของเสรีภาพของสื่อซึ่งยังคงอยู่นะคะ แต่ต้องควบคู่ไปด้วย จริยธรรมและความรับผิดชอบค่ะ แล้วก็คิดอย่างรอบคอบว่าสื่อเองนั้นก็ต้องมีการปรับตัว ในการที่จะนำเสนอข่าวสารทุกอย่างอย่างเป็นกลาง ถูกต้อง ครบถ้วน รอบด้าน สร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์การรับรู้ข้อมูลข่าวสารของพี่น้องประชาชนนะคะ ในขณะเดียวกันพี่น้อง สื่อมวลชนของเราทุกคนก็จะต้องยอมรับว่าในบรรดาพี่น้องสื่อมวลชนนั้นในปัจจุบันเท่าที่ ผ่านมายังมีพี่น้องบางคน บางส่วน ซึ่งอาจจะไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของสื่อโดยตรง หรือว่าเพิ่ง จะเข้ามาร่วมในวงการสื่อ และเรียกตัวเองว่าสื่อนั้น มีการประพฤติปฏิบัติที่เป็นที่ครหานินทา ทั่วไป คือเลือกข้าง หรืออาจจะมีการรับอามิสสินจ้างต่าง ๆ หรือแม้แต่การใช้วิชาชีพ สื่อสารมวลชน สร้างอิทธิพลแล้วก็สร้างรายได้ผลประโยชน์ให้กับตนเอง ดังนั้นดิฉันขอเรียน ว่าอยากจะขอเรียนพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่านให้ไม่ต้องกังวลใจเกี่ยวกับการปฏิรูปในครั้งนี้ แต่ขอให้ถือว่าในการปฏิรูปสื่อของสภาปฏิรูปแห่งชาติในครั้งนี้นั้นเป็นโอกาสอันดียิ่งที่เรา กำลังจะร่วมกันกอบกู้ศักดิ์ศรีของวิชาชีพสื่อมวลชนพี่น้องทุกคนให้มีศักดิ์ศรีในการที่จะเรียก ได้เต็มปากว่าเราเป็นสื่อสารมวลชนที่มีเสรีภาพ ในขณะเดียวกันก็มีความรับผิดชอบ มีจรรยาบรรณวิชาชีพ และมีความรับผิดชอบต่อความมั่นคงของประเทศชาติ ทั้งในด้าน เศรษฐกิจ สังคม และอื่น ๆ ด้วย ดิฉันอยากจะขอถือโอกาสนี้เรียนไปยังพี่น้องสื่อมวลชน ซึ่งอาจจะมีข้อวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องของการที่จะมีการตั้งสภาวิชาชีพสื่อนั้น หลายท่าน เข้าใจผิดว่าจะเป็นการที่เราจะมีองค์กรมาควบคุมกำกับสื่อ ขอให้เข้าใจใหม่ค่ะว่าองค์กรนั้น จะเป็นเพียงองค์กรที่จะมาดูแล แล้วก็เชื่อมโยงกับสมาคม มูลนิธิต่าง ๆ ของสื่อซึ่งมีอยู่เดิม แล้ว เริ่มแรกจะให้ท่านได้กำกับกันเองเหมือนเดิมค่ะ เพียงแต่ว่าในการกำกับดูแลของท่าน นั้นก็จะมีหลักที่จะร่างขึ้นมาว่าควรจะปฏิบัติตนอย่างไร แล้วดิฉันขอเรียนย้ำตรงนี้ว่าเราเน้น ย้ำเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรัฐธรรมนูญของไทยที่มีการกำหนดว่า พูดถึงเรื่องของ สิทธิเสรีภาพบนความรับผิดชอบ ในขณะเดียวกันมีการพูดและดำริ มีการตราไว้ในรัฐธรรมนูญถึงเรื่องสวัสดิภาพและสวัสดิการ ของสื่อผู้ปฏิบัติหน้าที่ในภาวะคับขันต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ไม่เคยมีปรากฏขึ้นมาเลย ดังนั้นอยากจะ ขอให้พี่น้องสื่อสารมวลชนทุกท่านถือโอกาสนี้นะคะในการช่วยกับสภาปฏิรูปแห่งชาติที่จะ กำจัดคนที่เป็นเหมือนกับทำให้ปลาในข้องของเรา ในข้องสื่อมวลชนเกิดการเน่าเหม็น ถือว่าเป็นโอกาสดีของเราที่จะสร้างศักดิ์ศรีและความมีเกียรติในการทำหน้าที่เป็นโรงเรียน ของสังคม ทำหน้าที่อย่างเที่ยงตรง โดยคำนึงถึงประเทศชาติ ความสุขสงบของชาติบ้านเมือง โดยพร้อมเพรียงกันและขอให้เชื่อมั่นว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยคณะกรรมาธิการปฏิรูปการ สื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศนั้นมุ่งทำงานเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและ ประเทศชาติอย่างแท้จริง และที่สำคัญที่สุดคำนึงถึงการดำเนินงานตามวิชาชีพของพี่น้อง สื่อมวลชนทุกสาขาทุกประเภทด้วยความบริสุทธิ์ใจและจริงใจ และคาดว่าเราจะก้าวไป ด้วยกันเพื่อให้สื่อมวลชนนั้นอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีค่ะ กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ