สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๔ · ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘

อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องการปฏิรูปพลังงาน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างสมดุลระหว่างพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์พลังงาน และเสนอแนวทางปฏิรูปพลังงาน โดยเน้นการสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณชายแดน เพื่อผลิตพลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียน และการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยเพื่อไปลงทุนในกิจการพลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียนในอาเซียนและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางสร้างกลไกการอนุรักษ์พลังงานภาคบังคับ โดยลดการใช้พลังงาน 20% ภายใน 10 ปี และเสนอแนวทาง 10 วิธีการในการอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งการเปิดหลักสูตรและทุนการศึกษา และการจดสิทธิบัตรด้านพลังงานเหล่านี้

นายอลงกรณ์ พลบุตร กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะ คณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน เอกสารที่ท่านสมาชิกได้รับนั้นจะมี ๒ ฉบับ ฉบับแรกนั้น เป็นฉบับที่เป็นกรอบแนวคิดปฏิรูปพลังงาน ซึ่งระบุว่าได้ส่งให้กับทาง สปช. วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ความหมายก็คือว่าเรามีภารกิจอยู่ ๓ ขั้นตอนในการเสนอพิมพ์เขียวเพื่อการ เปลี่ยนแปลงประเทศ หรือว่าบลูพรินต์ ฟอร์ เชนจ์ (Blueprint for change) ๑. ก็คือการนำ กรอบความคิดการปฏิรูปแต่ละด้านใน ๑๘ ด้าน ครอบคลุม ๑๑ สาขา กำหนดส่ง ๒๗ กุมภาพันธ์ ก็คือเอกสารที่ท่านได้รับอยู่ในมือ เอกสารฉบับที่ ๒ ก็คือกรอบหลักการ ปฏิรูประบบพลังงาน ซึ่งในส่วนนี้นั้นจะเป็นความคืบหน้าในส่วนที่เป็นการออกแบบเรื่อง กระบวนการและองค์กรในการปฏิรูปหรือว่า เฮาทู (How-to) วิธีการและกระบวนการ ในการปฏิรูป ซึ่งก็ต้องแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ จากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนที่ ๓ ก็คือ การออกแบบกฎหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและระบบในการปฏิรูปพลังงาน ที่ต้อง ทำความเข้าใจตรงนี้ เพราะว่าจะได้เข้าใจถึงความคืบหน้าในเอกสารของกรรมาธิการ ปฏิรูปพลังงานที่ได้ส่งให้กับสมาชิกทุกท่าน สำหรับกระผมเองนั้นก็เป็นประธานคณะอนุ กรรมาธิการปฏิรูปพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งความ จริงแล้วในแต่ละประเทศจะมี ๓ เสาหลักที่สำคัญสำหรับเรื่องของพลังงาน ๑. ก็คือความ มั่นคงด้านพลังงาน ๒. พลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน และ ๓. การอนุรักษ์พลังงาน และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ๓ เสาหลักนั้นถือว่ามีหัวใจสำคัญ ข้อวิเคราะห์ บทเรียนบริบทของไทยก็คือว่า เราปฏิรูปพลังงานมาหลายยุคหลายสมัย แต่ว่าขาด ความสมดุล เราเน้นไปในเรื่องของความมั่นคงด้านพลังงาน ขณะที่ด้านของพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงานนั้นเป็นเพียงตัวสำรอง ถึงวันนี้จึงเป็นยุคของการต้องเปลี่ยนแปลง เป็น ยุคที่ ๒ ด้านของเหรียญนั้นจะต้องสร้างสมดุล ด้านที่ ๑ ก็คือในเรื่องของความมั่นคงด้าน พลังงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะวางบนพื้นฐานของฟอสซิล เบส (Fossil base) คือพลังงานที่ใช้แล้ว หมดไป ขณะเดียวกันอีกด้านของเหรียญก็คือในด้านของพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน และรวมถึงเรื่องของการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่นเดียวกัน ๒ ด้านของเหรียญของเรานั้นที่ผ่านมายังเน้นในเรื่องของการบริหารด้าน ปริมาณ ก็คือด้านซัพพลาย ไซด์ เมเนจเมนท์ (Supply side management) ด้านของ อุปทาน พยายามค้นหา พยายามนำเข้าในเรื่องของ หรือแม้แต่การผลิตพลังงานของเรา แต่ว่าอีกด้านหนึ่งของเหรียญก็คือ ทางด้านของดีมานด์ ไซด์ เมเนจเมนท์ (Demand side management) หรือด้านของอุปทานนั้นเราก็มีการดำเนินการในลักษณะที่ค่อนข้างจะไม่ให้ น้ำหนักเสมอเหมือนเท่ากับเรื่องของการใช้ ตรงนี้เองก็ทำให้จำเป็นจะต้องปฏิรูป เพราะใน ข้อเสนอของกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานนั้นในส่วนที่ผมรับผิดชอบก็อยากจะเรียนว่ามายึดโยง กับ ๔ วาระปฏิรูปพลังงาน กรอบที่ ๑ ที่เสนอไปแล้ว คือทรัพยากรปิโตรเลียมและโครงสร้าง ราคาเชื้อเพลิง กรอบที่ ๒ คือโครงสร้างระบบบริหารจัดการและกำกับกิจการพลังงานของ ชาติ กรอบที่ ๓ คือกิจการไฟฟ้า และกรอบที่ ๔ คือพลังงานทดแทนและประสิทธิภาพการใช้ พลังงาน ซึ่งก็ต้องเรียนว่าพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศเพื่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นั้นมี ๔ วาระปฏิรูปในกรอบของปฏิรูปพลังงาน ในส่วนของกรอบที่ ๔ ที่ว่าด้วยพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์และการใช้พลังงานนั้นมีอยู่ด้วยกัน ๖ แนวทาง และ ๕๐ วิธีการและกระบวนการในปฏิรูป ผมจะขอถือโอกาสนี้เริ่มในส่วนของแนวทางที่ ๑ ()

แนวทางที่ ๑ ก็คือส่งเสริมให้ประชาชนเป็นทั้งผู้ใช้ ผู้ผลิต จำหน่ายพลังงาน ด้วยมาตรการที่เหมาะสม เป็นธรรม จนสามารถพึ่งพาตนเองด้านพลังงานได้อย่างยั่งยืน และพึ่งพาเป็นพลังงานสำรองของประเทศ โดยยึดหลักคิดว่าประชาชนเป็นผู้ใช้ ผู้ผลิต และจำหน่ายพลังงาน นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงพาราไดม์ (Paradigm) ของประเทศในรอบ กว่าศตวรรษ จากเดิมรัฐเป็นผู้ผลิต เป็นผู้จัดหา รัฐผูกขาด มาสู่การปลดปล่อยพลังงาน ที่แท้จริง ก็คือมาสู่ประชาชน ชุมชน เอกชน มาเป็นพาราไดม์ใหม่ของประเทศ วิธีการที่มีการ เสนอซึ่งเป็นร่างแรกเหมือนวาระที่ ๑ รอความเห็นของท่านสมาชิก ในแนวทางที่ ๑ นั้น ประกอบไปด้วย ๘ วิธีการ

๑. ก็คือจัดตั้งสมัชชาพลังงานจังหวัด หรือสภาพลเมืองจังหวัด หรือว่าสมัชชา พลเมือง โดยมีสาขาพลังงานเป็นส่วนประกอบที่สำคัญและมีเวทีพลังงานในระดับท้องถิ่น ชุมชน ระดับชาติ เพื่อเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน

๒. ก็คือสนับสนุนให้เกิดวิสาหกิจเพื่อสังคมโซเชียล เอ็นเตอร์ไพรส์ (Social Enterprise) ด้านพลังงาน วิสาหกิจชุมชนด้านพลังงานและสหกรณ์ผู้ผลิตพลังงาน

๓. สนับสนุนให้เกิดศูนย์บริการเบ็ดเสร็จครบวงจรด้านพลังงาน

๔. กำหนดมาตรการส่งเสริมการลงทุนภาคประชาชนและมาตรการจูงใจ ทางภาษี การให้สินเชื่อเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อสนับสนุนการผลิตพลังงานแบบกระจาย ตามแหล่งการใช้และวัตถุดิบที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่าระบบ ดิสทริบิวเทด เจเนอเรชัน (Distributed Generation) หรือดีจี (DG) รวมทั้งรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และทัศนคติให้กับประชาชนเกิดความร่วมในการผลิตพลังงาน

๕. พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือสมาร์ท กริด ซึ่งอาจพัฒนาไปสู่ ไมโคร กริด (Micro grid) และจัดให้มีระบบเธิร์ด ปาร์ตี แอคเซส ที่ท่านวิบูลย์ได้นำเสนอ เมื่อสักครู่

๖. กำหนดพื้นที่ระบบการซื้อขายไฟฟ้าและเตรียมความพร้อมของโหลด และสายส่งพลังงานอย่างเหมาะสมเพียงพอ และมีโหลด แมพปิง (Load mapping) ที่เปิดเผยและโปร่งใส

๗. จัดทำโครงการโซลาร์ รูฟอย่างเสรีในระบบเน็ต มิเทอริง (Net Metering) และระบบทีโอยู มิเตอร์ และกำหนดมาตรฐานการออกแบบติดตั้ง

๘. จัดให้มีการส่งเสริมความรู้ให้ประชาชนและชุมชน และพัฒนาฝึกอบรม ความรู้ให้กับบุคลากรผู้ติดตั้งระบบต่าง ๆ ตามเกณฑ์ของการไฟฟ้า

แนวทางที่ ๒ ของการปฏิรูปพลังงานทดแทนและประสิทธิภาพการใช้ พลังงาน คือจัดให้มีนโยบายส่งเสริมพลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง จริงจัง ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ และมีกลไกและมาตรการในการผลักดันให้ประเทศ ไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานสีเขียวของอาเซียน หรืออาเซียน เอ็นเนอร์จี ฮับ (ASEAN Energy Hub) ภายใน ๑๐ ปี ในแนวทางที่ ๒ นั้น มีด้วยกันอยู่ ๑๔ วิธีการและกระบวนการ

๑. ก็คือการจัดตั้งคณะกรรมการพลังงานทดแทนแห่งชาติและสำนักงาน คณะกรรมการพลังงานทดแทนแห่งชาติ

๒. จัดตั้งกองทุนพลังงานทดแทน

๓. ผลักดันให้เกิดคณะกรรมการพลังงานทดแทนอาเซียน

๔. ผลักดันให้เกิดเครือข่ายพลังงานสีเขียวอาเซียน หรือว่ากรีน อาเซียน เน็ตเวิร์ค (Green ASEAN Network) จีเอเอ็น (GAN)

๕. จัดทำร่างพระราชบัญญัติพลังงานทดแทน พ.ศ. ....//

๖. กำหนดให้มีแผนพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพ ๒๐ ปี

๗. กำหนดสัดส่วนการผสมเชื้อเพลิงชีวภาพที่ชัดเจนและเหมาะสมกับ ศักยภาพอุปทานของเชื้อเพลิงชีวภาพ

ประเด็นนี้ขยายความเล็กน้อยครับ ว่าประเทศไทยนั้นขณะนี้เราเป็นผู้นำ ของด้านเชื้อเพลิงชีวภาพหรือไบโอฟูเอล (Biofuel) ในอาเซียนเป็นผู้นำอันดับหนึ่งจากการ ส่งเสริมให้มีการผลิตเอทานอลและไบโอดีเซลจนมีการจำหน่ายขายปลีกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ที่ใช้เอทานอลเป็นส่วนผสมตั้งแต่ร้อยละ ๑๐ ถึงร้อยละ ๘๕ และมีการส่งเสริมอุตสาหกรรม ยานยนต์ รถยนต์ เพื่อตอบสนองต่อการผลิตเชื้อเพลิงดังกล่าว เช่นเดียวกับการมีไบโอดีเซล ซึ่งก็มีการผสมในน้ำมันทุกลิตรของน้ำมันดีเซลในประเทศไทยนั้นในสัดส่วนตั้งแต่ ๓-๗ เปอร์เซ็นต์เป็นต้น เพราะฉะนั้นนี่คือประเทศชั้นนำทางด้านไบโอฟูเอลในระดับอาเซียน และระดับโลกครับ ดังนั้นเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจำเป็นที่จะต้องมีแผนเพื่อให้ การผลิตในด้านของเอทานอลและไบโอดีเซลสอดคล้องไปถึงเรื่องจะเป็นการนำเข้าน้ำมันดิบ การมีจำนวนโรงกลั่น การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปหรือกระบวนการการทำโลจิสติกส์เพื่อเป็น โครงสร้างพื้นฐานของด้านพลังงานชีวภาพอย่างในรัฐเซาเปาโล มีการใช้ระบบท่อในการ ขนส่งน้ำมันเอทานอลจากโรงอ้อย โรงเอทานอลมาสู่เทอร์มินอล (Terminal) ของศูนย์ รวบรวม แล้วส่งเป็นท่อไปยังศูนย์จำหน่ายและการขนส่งไปสู่การค้าปลีกเป็นต้น เพราะฉะนั้นการกำหนดสัดส่วนผสมเชื้อเพลิงชีวภาพที่ชัดเจนและเหมาะสมนั้น มันจะ เกี่ยวข้องโดยตรงกับต้นน้ำคือการผลิต เรื่องของฟูด ซีเคียวริตี (Food security) กับเอ็นเนอร์จี ซีเคียวริตี (Energy security) จะเป็นอนาคตของโลกที่เป็นปัญหาใหญ่ ประเทศไทยจะเป็นผู้นำในการจัดการปัญหานี้และเป็นตัวอย่างโมเดล (Model) ต้นแบบ เรามีฐานที่จะพัฒนาไปสู่จุดนั้นได้อย่างเข้มแข็งและมีศักยภาพ

ข้อ ๘ ก็คือกำหนดพื้นที่โซนนิง (Zoning) ปลูกพืชพลังงานและพืชอาหาร ที่ในยุโรปใช้นโยบายที่เรียกว่าเซต อะไซด์ แลนด์ โพลิซี (Set aside land policy) คือแยก พื้นที่โซนนิงระหว่างพืชที่จะใช้ในการปลูกอาหาร พืชที่จะใช้ในการผลิตพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น เอทานอลหรือว่าไบโอดีเซลก็ตาม และการใช้ประโยชน์ที่ดินแลนด์ ยูส (Land use) อย่างคุ้มค่า

วิธีการที่ ๙ ก็คือจัดทำระบบเกษตรแบบพันธะสัญญาหรือคอนแทรคท์ ฟาร์มมิง (Contract farming) โดยสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านแล้วจัดตั้งเขตเศรษฐกิจ พิเศษบริเวณชายแดนเพื่อผลิตพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน รวมทั้งให้มีการจำหน่าย พลังงานที่ผลิตได้กับประเทศเพื่อนบ้านด้วย ประเด็นนี้นั้นสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ปัจจุบันและหลายรัฐบาลในอดีต คือการสร้างนิว อีโคโนมิค คอริดอร์ (New economic corridor) บริเวณชายแดนไม่ว่าจะเป็นประตูเหนือ ประตูตะวันตก ประตู ตะวันออกเฉียงเหนือ ประตูใต้ ประตูตะวันออก เพื่อให้พื้นที่ชายแดนของเราซึ่งเราเป็น ประเทศหนึ่งเดียวในอาเซียนที่มี ๔ ประเทศ มีพื้นที่ติดทางบกและติดทางทะเลด้วยกรอบ ของแพลนท์ (Plant) เป่ยปู้ว่านในทะเลจีนใต้และอันดามัน เพราะฉะนั้นการที่มีพรมแดน ติดอย่างนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (CLMV) นั้น ซึ่งสามารถที่จะร่วมมือกัน ในการให้ประเทศไม่ว่าจะเป็นลาว กัมพูชา เมียนมาร์ แล้วก็เวียดนามนั้น หรือแม้แต่มาเลเซีย นั้น เป็นฐานในความร่วมมือในการผลิตพืชพลังงานแล้วใช้เขตเศรษฐกิจพิเศษหรือเขต เศรษฐกิจพลังงานสีเขียวที่เรามีเทคโนโลยี มีทุน มีตลาดนั้น ในการเป็นฐานการผลิต ระบบนี้ จะเป็นการที่โตด้วยกันแล้วก็พัฒนาไปด้วยกัน เกษตรพันธะสัญญาจะแก้ปัญหาในเรื่องของ การที่จะเข้ามาสวมตอ สวมสิทธิในพืชบางชนิดที่เรามีปัญหาในเรื่องของการเข้าไปอุดหนุน ราคาในระบบการจำนำหรือการประกันก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ถือว่าเป็นทรี อิน วัน (Three in One) ยิงนัดเดียวได้นกหลายตัว

วิธีที่ ๑๐ ก็คือสร้างเครือข่ายในการพัฒนาพลังงานทดแทน พลังงาน หมุนเวียนร่วมกันในอาเซียนจะก้าวสู่ประชาคมอาเซียนหลังวันที่ ๓๑ ธันวาคมนี้แล้ว เป็นประชาคมอาเซียนซึ่งมี ๓ เสาหลัก ดังนั้นเรื่องของพลังงานเป็นหนึ่งที่ทั้งเรื่องของไฟฟ้า พลังงานไฟฟ้า และพลังงานเชื้อเพลิงจะเป็นก้าวใหม่ของอนาคตของประเทศไทย แล้วก็ ของอาเซียน

วิธีที่ ๑๑ กำหนดมาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยเพื่อไปลงทุนกิจการ พลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียนในอาเซียนและต่างประเทศ

วิธีที่ ๑๒ ส่งเสริมให้มีการผลิตพืชเกษตรที่สามารถนำมาผลิตพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียนและส่งเสริมการใช้วัตถุดิบทางการเกษตรที่ผลิตในประเทศเพื่อการผลิต เชื้อเพลิงชีวภาพ

วิธีที่ ๑๓ เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับพลังงานทดแทน พลังงาน หมุนเวียน เช่น ระบบท่อและสายส่งพลังงาน รวมทั้งระบบเก็บสำรองพลังงาน

วิธีที่ ๑๔ จัดทำมาตรการกำหนดการใช้และการผลิตพลังงานด้วยพลังงาน ทดแทน พลังงานหมุนเวียน ตามสัดส่วนที่กำหนดที่เรียกว่าเป็นระบบอาร์พีเอส (RPS) หรือรีนิวอะเบิล พอร์ทโฟลิโอ สแตนดาร์ด (Renewable Portfolio Standard)

ในแนวทางที่ ๓ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียนและการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งมีอยู่ ๗ วิธีการและกระบวนการ เรื่องนี้เรียน ว่าเป็นเรื่องที่จะต้องติดตามความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและการที่เราควรจะต้องมีการทำ อาร์แอนด์ดี (R&D) ลงทุนและต่อยอดด้วยระบบทรัพย์สินทางปัญญา เรื่องของการจด สิทธิบัตร เรื่องของลิขสิทธิ์ เรื่องของแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และอื่น ๆ ที่เป็นระบบทรัพย์สิน ทางปัญญาหรือไอพี (IP) นั้นจะมีความสำคัญต่ออนาคตในการที่เราก้าวสู่การเป็นผู้นำ ทางด้านนี้ครับ

เพราะฉะนั้นใน ๗ วิธีการที่จะบรรลุสู่แนวทางการปฏิรูปพลังงานทดแทน ก็คือว่า

ข้อ ๑ ก็คือการจัดตั้งเวนเจอร์ แคพพิตอล (Venture capital) เพื่อต่อยอด การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์พลังงาน อย่างในประเทศญี่ปุ่นและประเทศสหรัฐอเมริกาตอนนี้เชื่อไหมครับว่า กำลังสร้าง ปรากฏการณ์ใหม่ของโลก มันเป็นการพลิกโลกเหมือนกับที่กลางวัน กลางคืนมันแบ่งเวลา ๒๔ ชั่วโมงของเราให้เป็นอย่างละครึ่ง ๆ ในยามที่โลกหันเข้าหาแสงอาทิตย์ เราได้รับพลังงาน ธรรมชาติที่เป็นอสงไขย ไม่มีวันหมด เป็นของฟรี แต่อีกด้านหนึ่งนั้นเป็นความมืด หรือกลางคืน วันนี้ด้วยการวิจัย พัฒนาและการต่อยอดด้วยสิทธิบัตรและการลงทุน เวนเจอร์ แคพพิตอล มาสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่และผลิตสินค้าออกมาแล้วครับ นั่นก็คือโฮม สตอเรจ (Home storage) นั่นก็คือการมีแบตเตอรี่ที่สามารถสำรองโซลาร์ รูฟ บนหลังคาหรือบนพื้น และเก็บพลังงานเหล่านั้นตลอดทั้งวันในรูปของโฮม สตอเรจ กลางคืนซึ่งใช้แค่ครึ่งคืนส่วนใหญ่ เพราะเราต้องนอนกัน ก็ใช้ทั้งระบบแอร์ (Air) ระบบไฟฟ้า ทีวี โฮม เอ็นเตอร์เทนเมนท์ (Home entertainment) ได้ทั้งหมด ราคาเพียงแค่เท่ากับคอมพิวเตอร์ ๑ ชุดเท่านั้นเอง คือ ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งในครัวเรือนของญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาขณะนี้ได้จำหน่าย สินค้าตัวนี้แล้ว ท่านคิดสิครับว่ามันจะเปลี่ยนโลกของการผลิตไฟฟ้า โลกของการใช้พลังงาน แล้ว ๒๓ หลังคาเรือนในประเทศไทยมันจะเป็นพาราไดม์ใหม่

นั่นก็คือเรื่องของการว่าทำไมเราจะต้องมีข้อ ๒ เสนอให้มีศูนย์วิจัย พัฒนา และศูนย์ความเป็นเลิศด้านพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียนและการอนุรักษ์พลังงาน ของภาครัฐ ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา

๓. จัดให้มีกองทุนวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์พลังงาน

๔. จัดทำแผนวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในด้านนี้

๕. พัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานชีวภาพและอุตสาหกรรมต่อเนื่องอย่างครบ วงจร

ท่านเชื่อไหมครับว่า ในใต้ความร่วมมือระหว่างคณะกรรมาธิการปฏิรูป พลังงาน ที่มีท่านทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ เป็นประธาน ได้มีการปรึกษาหารืออย่างใกล้ชิด กับคณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา ที่มีท่านดอกเตอร์ศักรินทร์เป็นประธาน แล้วก็กรรมาธิการเศรษฐกิจ ๒ หรือว่าเรียล เซ็ค เตอร์ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ เป็นต้น ที่มีท่านเกริกไกร จีระแพทย์ ซึ่งเกิดเมื่อวานนี้เป็นประธาน คณะอนุกรรมาธิการ ผมได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษา จัดทำรายงาน ซึ่งจะเข้าสู่สภาเร็ว ๆ นี้ครับ เราได้วาง แนวทางใหม่ที่เรียกว่าเป็นไบโอ อีโคโนมี (Bio economy) เศรษฐกิจชีวภาพ ไบโอ อีโคโนมี แล้วจะมีเสาหลักใหญ่ ๆ เช่น ไบโอ เอ็นเนอร์จี (Bio energy) และไบโอ อินดัสทรี (Bio Industry) ตัวอย่างง่าย ๆ ที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศชั้นนำของโลกได้ และเป็นความมั่นคงของโลกในฐานะที่จะเป็นฮับ (Hub) ในด้านนี้

๑. ก็คือว่าการที่เราส่งเสริมพัฒนา ซึ่งเรามีศักยภาพสูงสุดแต่ปัจจุบัน เราพัฒนาได้มาเพียงแค่ครึ่งทาง ยังไปไม่สุด เพราะว่ายังไม่ได้ปฏิรูป ยังไม่มีพิมพ์เขียวปฏิรูป อย่างที่ สปช. กำลังทำ เรามีไบโอ เอ็นเนอร์จี ๓ ตัว ก็คือไบโอฟูเอล ไบโอแมส (Biomass) และไบโอแก๊ส (Biogas) ก็คือพลังงานที่เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพที่เป็นชีวมวล แล้วก็เป็น แก๊สชีวภาพครับ ตรงนี้จะเป็นฐานสำคัญ เราจะต่อยอดตรงนี้ เพราะเราจบลงด้วยการเป็น น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างไรครับ พวกไบโอฟูเอลก็เป็นเอทานอล ไบโอดีเซล ลิตรหนึ่งดูเหมือนว่า ราคาจะสูงกว่าราคาของน้ำมันจากปิโตรเลียมหรือฟอสซิล เบส แต่ส่วนหนึ่งสามารถที่จะ เอาไปต่อยอดเป็นสารตั้งต้นตัวนำของอุตสาหกรรมชีวภาพ ท่านเห็น ปตท. โฆษณาไหมครับ อยู่ตามริมถนน รถคันนี้ทำด้วยพลาสติกชีวภาพ ไม่จำเป็นจะต้องมาจากโรงกลั่นหรือโรงแยกแก๊ส แต่มาจากท้องไร่ท้องนาของพี่น้องเกษตรกรในภาคอีสาน ในภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ ที่ยากจนเป็นหนี้เป็นสิน แต่เมื่อเป็นสารตัวนำ ข้าว ๑ ตันที่ขายมา ๗๐๐-๘๐๐ ปี ราคา ตอนนี้ก็แย่หน่อย ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาท อยากได้สัก ๑๐,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ บาท แต่ถ้าต่อไปสุด สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมใหม่ มูลค่าข้าวจะไม่ต่ำกว่า ตันละ ๕๐,๐๐๐ บาท แล้วทั่วโลกนั้น ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ ล้านคน ต้องกิน ต้องใช้ ประเทศไทย เรามีฐานการผลิต เกษตรกรเราเก่ง แต่ว่ามันไปครึ่งทางครับ และกลายเป็นปัญหาว่า ต้องอุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตจากชีวภาพ แต่โดยแท้ที่จริงถ้าบริหารจัดการเหมือน โรงอ้อยปัจจุบัน ท่านจะเห็นว่าทำไมโรงน้ำตาลจึงขยายมาก เพราะว่าอะไร เพราะว่าแต่ก่อนนี้ ผลิตออกมาได้น้ำตาลโมลาส (Molasses) ก็แทบไม่มีราคา กากน้ำตาลก็แทบไม่มีราคา ชานอ้อยก็ทิ้ง พัฒนาต่อมาสร้างโรงผลิตไฟฟ้าใช้ชานอ้อย เอากากน้ำตาลที่ไม่มีมูลค่ามาผลิต เป็นเอทานอล ส่วนหนึ่งไปทำเป็นสุรา ส่วนหนึ่งเอามาทำเป็นแก๊สโซฮอล์ แต่วันนี้มันจะ มากกว่านั้น ท่านจะเห็นว่าเมื่ออุตสาหกรรมเติบโตบนฐานของเกษตรแล้ว แล้วไปสู่ปลายสุด ของนวัตกรรมในการเป็นผลิตภัณฑ์ที่มันเป็นเรื่องของกรีน โซไซตี (Green society) ในอนาคตข้างหน้านั้น นี่คือสภาพที่แท้จริงของประเทศ นี่คือแนวทางที่ถูกต้องที่สุดของ ประเทศ เป็นโรด แมพ (Road map) ที่จะทำให้ประเทศของเรามั่งคั่ง มั่นคงอย่างยั่งยืนได้ เกษตรกรจะลืมตาอ้าปาก เกษตรกรจะไม่ยากจนและพ้นจากภาวะหนี้สินด้วยแนวทางที่เรา กำลังทำขณะนี้และนำเสนอสู่ท่าน

๖. ก็คือจัดให้มีมาตรการส่งเสริมให้เปิดหลักสูตรและทุนการศึกษา ด้านพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์พลังงาน

๗. จัดทำมาตรการส่งเสริมการจดสิทธิบัตรด้านพลังงานทดแทน พลังงาน หมุนเวียน และการอนุรักษ์พลังงาน

แนวทางที่ ๔ สร้างกลไกการอนุรักษ์พลังงานภาคบังคับอย่างจริงจังเพื่อให้ เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยลดการเข้มข้นการใช้พลังงาน หรือ เอ็นเนอร์จี อินเทนซิตี (Energy intensity) ร้อยละ ๒๐ ภายใน ๑๐ ปี มีด้วยกัน ๑๐ วิธีการครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเรียนแล้วว่า ในขณะที่เราควักเงินจ่ายในการใช้พลังงานแต่ละปีมีมูลค่า สูงถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ มันเท่ากับประมาณ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ แผ่นดิน ท่านคิดสิครับ งบประมาณแผ่นดินปีหนึ่งเทียบเท่าแล้วเราใช้จ่ายเป็นมูลค่าการใช้ พลังงานกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะอะไร ส่วนหนึ่งแน่นอนเพราะความฟุ่มเฟือย เพราะการที่เราใช้ไฟฟ้าอย่างฟุ่มเฟือย อาคารใหญ่ ๘๕๐ อาคารของภาครัฐ แม้แต่รัฐสภา แห่งนี้ เห็นไหมครับ อุณหภูมิ บอกมา ๖-๗ เดือนแล้วยังลดไม่ได้ ยังหนาวกันอยู่ ไฟเปิดกัน โดยไม่มีหลอดประหยัดพลังงาน เราใช้อย่างฟุ่มเฟือยไหมครับ เรามี ๘๕๐ อาคารใหญ่ ของภาครัฐทั้งหมด สรรหาอะไรกับภาคครัวเรือน ซึ่งมีอีก ๒๓ ล้านครัวเรือน แต่ถามบอกว่า การจะเปลี่ยนหลอดไฟให้มาเป็นหลอดประหยัดพลังงานอย่างแอลอีดี (LED) หรือการจะ เปลี่ยนแอร์ทั้งหมดนั้น ทั้งระบบใหญ่ ระบบเล็ก ทั้งในอาคาร ในโรงงาน ในครัวเรือน หรือสถานประกอบการต้องใช้เงินกี่ล้านล้านบาทครับ ประเทศไทยมีเงินหรือไม่ บลูพรินต์ ฟอร์ เชนจ์ อันนี้คือคำตอบของประเทศนี้ รัฐแทบไม่ต้องใช้งบประมาณเลย ในส่วนภาครัฐ และเอกชนก็ไม่ต้องควักเงินเพิ่มเลยแม้แต่บาทเดียว เช่นเดียวกับภาครัฐ เร็ว ๆ นี้จะเสนอ นี่ฉายหนังตัวอย่างก่อน จะมีรายงานวาระปฏิรูปของคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปพลังงานว่าด้วยระบบเอสโค (ESCO) และระบบบีอีซี (BEC) คือการควบคุมการใช้ พลังงานในอาคาร ที่เรียกว่าบิวดิง เอ็นเนอร์จี โคด (Building Energy Code) หรือบีอีซี กับ ๒. ก็คือระบบการจัดการพลังงานที่เรียกว่าเอสโค ตรงนี้จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับ ประเทศครับ เราจะได้เหลือเงินในครัวเรือน เหลือเงินในออฟฟิศ ในบริษัท ในโรงงาน เหลือ เงินในคลังแผ่นดินเอาไปใช้ในด้านอื่น ไม่ใช่แค่ใช้กับไฟฟ้าและพลังงานอื่น เพราะฉะนั้นตรงนี้ จะเป็นพิมพ์เขียวที่เปลี่ยนไทยและเปลี่ยนอนาคตของเราได้

ข้อแรกของการสร้างกลไกการอนุรักษ์พลังงานภาคบังคับอย่างจริงจัง มีทั้งหมด ๑๐ วิธีการ ก็คือ

๑. แยกกองทุนอนุรักษ์พลังงานออกจากกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

๒. ผลักดันให้เกิดหน่วยงานส่งเสริมเอสโคภาครัฐหรือหน่วยจัดการพลังงาน อย่างมีประสิทธิภาพ

๓. จัดตั้งกรีน มาร์ค ออฟฟิศ (Green Mark Office) ตั้งรางวัลส่งเสริมกันเลย ว่าในการว่าออฟฟิศใดทั้งภาครัฐและเอกชนที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างอนุรักษ์ พลังงานและใช้พลังงานสีเขียวจะได้รับรางวัล ได้เครื่องหมายที่บ่งบอกถึงความเป็นเลิศ ของท่าน

๔. ใช้ระบบบริษัทจัดการพลังงาน เอ็นเนอร์จี เซอร์วิส คอมพานี (Energy Service Company) หรือเอสโคกับหน่วยงานภาครัฐ

๕. บังคับใช้ข้อบัญญัติการใช้พลังงานสำหรับอาคาร หรือว่าบิวดิง เอ็นเนอร์จี โคด หรือบีอีซี ที่ผมได้กล่าวพอสังเขปเมื่อสักครู่นี้

๖. เร่งรัดให้สถานประกอบการดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านการจัด การพลังงาน ไอโซ หรือไอเอสโอ ๕๐๐๐๑

๗. สร้างเครือข่ายผู้ใช้ไฟฟ้าที่สามารถลดการใช้ไฟฟ้าเพื่อตอบสนอง ความต้องการที่ใช้ระบบดีอาร์พี (DRP) ดีมานด์ เรสพอนซ์ โปรแกรม (Demand Response Program)

๘. บังคับใช้มาตรการกำหนดค่าสิ้นเปลืองพลังงานสูงสุดของอาคาร และสถานประกอบการ ซึ่งหากใช้เกินจะต้องชำระค่าชดเชยให้แก่ผู้ที่ใช้ต่ำกว่าค่ากำหนด หรือต้องผลิตพลังงานหมุนเวียนมาชดเชย ก็คือระบบอาร์พีเอส

๙. กำหนดมาตรการทางภาษีในการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

๑๐. กำหนดมาตรการใช้พลังงานขั้นต่ำของยานยนต์และอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมทั้งอุปกรณ์อื่น ๆ นั่นก็คือแนวทางที่ ๔ ซึ่งมี ๑๐ วิธีการ

แนวทางที่ ๕ ก่อนรองสุดท้าย คือส่งเสริมและเพิ่มการใช้พลังงานไฟฟ้าใน ระบบโลจิสติกส์ของประเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยเฉพาะพลังงาน ทดแทน

แนวทางที่ ๕ ที่เป็นคอนเซ็พชวล ดีไซน์นั้น หรือเป็นประเด็นวาระปฏิรูป มี ๙ วิธีการ ความจริงก็น่าดีใจ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ได้แถลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สอดคล้องกับมติของสภาปฏิรูป แห่งชาติที่สนับสนุนรายงานเรื่องของการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ทางรัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น ได้ประกาศนโยบายสำคัญ ก็คือจะ ส่งเสริมรถยานยนต์สาธารณะทั้งหลายให้ใช้ไฟฟ้าครับ ทั้งรถไฟในเมือง รถไฟระหว่างเมือง รถไฟความเร็วสูง ความเร็วปานกลาง ๔ ราง ทางคู่ รถไฟในเมืองทั้งใต้ดิน บนดิน แล้วก็รถ ขสมก. รถขนส่งมวลชนทั้งหลาย รถราชการใช้ไฟฟ้า นี่คือการเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งใหญ่ เพราะว่าเราต้องนำเข้าน้ำมันถึง ๘๕ เปอร์เซ็นต์ของที่เราใช้ทั้งหมดคือ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าบาร์เรลต่อวัน เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องที่จะเปลี่ยนแปลง ซึ่งสอดคล้องกับบลูพรินต์ ฟอร์ เชนจ์ ๙ มาตรการดังกล่าว หรือ ๙ วิธีการดังกล่าวนั้น

๑. ก็คือจัดตั้งกองทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าในกรมการขนส่งทางบก ซึ่งตรงนี้ จะเกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนและเรื่องของภาษีที่มีมาตรการส่งเสริม

๒. การจัดตั้งคณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าในระบบโลจิสติกส์ ในคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ

๓. ใช้พลังงานไฟฟ้าในระบบโลจิสติกส์และระบบขนส่งมวลชนเพิ่มขึ้น และเพิ่มสัดส่วนยานยนต์ไฟฟ้าที่เรียกว่า อิเล็กทริก เวฮิเคิล (Electric vehicle) ในระบบ ขนส่งมวลชน

๔. จัดทำโครงการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยกำหนด เป้าหมายยานยนต์ไฟฟ้าประเภทบีอีวี (BEV) คือ แบตเตอรี อิเล็กทริก เวฮิเคิล (Battery Electric Vehicle) ที่ชัดเจน และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นอาเซียน บีอีวี ฮับ (ASEAN BEV Hub) หรือว่าเป็นฮับทางด้านของยานยนต์ไฟฟ้าในอาเซียนที่ใช้แบตเตอรี่ เพราะว่าเรา สามารถผลิตแบตเตอรี่ของเราได้

๕. กำหนดมาตรการส่งเสริมการลงทุน มาตรการทางภาษี และมาตรการอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมการใช้ การผลิต การจำหน่ายและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้า

๖. กำหนดให้มีพื้นที่ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เช่น เขตเมือง เกาะ แหล่งท่องเที่ยวและกำหนดเขตเฉพาะ หรือโซนนิงการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า

๗. กำหนดให้หน่วยงานของรัฐใช้ยานยนต์ไฟฟ้าให้มากที่สุด

๘. กำหนดมาตรการยานยนต์ไฟฟ้าคันแรก เขามีรถคันแรกจะดี จะไม่ดี อย่างไร ก็คงเป็นที่ประจักษ์แล้ว แต่ถ้ามีมาตรการโครงการเรียกว่า ยานยนต์ไฟฟ้าคันแรก จะทำให้มีการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นจักรยานไฟฟ้า จักรยานยนต์ไฟฟ้า สามล้อไฟฟ้า สำหรับผู้สูงอายุก็ดีหรือว่าใช้ในภาคของการขนส่ง ใช้กับรถตุ๊กตุ๊กของเราก็ดี หรือว่าใช้กับยานยนต์โดยทั่วไปทั้งภาครัฐ เอกชน

๙. กำหนดมาตรการผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของยานยนต์ไฟฟ้า คือต้องให้มี มาตรฐาน

สุดท้ายแนวทางที่ ๖ ซึ่งมีเพียงแค่ ๒ วิธีการเท่านั้นครับ แนวทางที่ ๖ คือ เพิ่มประสิทธิผลของนโยบายและการดำเนินงานด้านพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์พลังงาน โดยการจัดตั้งกรมอนุรักษ์พลังงานแยกจากกรมพัฒนาพลังงาน ทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน โดยมีเพียง ๒ วิธีการครับ

๑. คือตรากฎหมายเพื่อแยกกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เป็นกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและกรมอนุรักษ์พลังงาน ปัจจุบันเรามีกรมเดียวอยู่ด้วยกัน วันนี้ภารกิจใหญ่กว่านั้นเป็น ๒ ใน ๓ เสาหลักของระบบพลังงานของประเทศ ดังนั้นก็ให้แยก เป็นกรม ๒ กรมครับ

๒. ก็คือปรับปรุงพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. ๒๕๓๕

ทั้งหมดก็คือวาระปฏิรูปของคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน โดยในส่วนของ คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียนและการอนุรักษ์พลังงาน เรายินดีที่จะรับฟังข้อเสนอแนะอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในเรื่องของแนวทาง ทั้งในเรื่องของ วิธีการ กระบวนการและองค์กรที่เราได้ออกแบบมาในเบื้องต้นที่เราเรียกว่าเป็นโพรเซส แอนด์ ออร์แกไนเซชันนอล ดีไซน์ (Process and Organizational Design) และบางส่วน ก็ได้มีการแตะแล้วถึงตัวลีเกิล ดีไซน์ (Legal Design) คือกฎหมายอะไรบ้าง เพื่อที่จะให้ ครบถ้วนใน ๓ ระยะของการจัดทำบลูพรินต์ ฟอร์ เชนจ์ หรือพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ เพื่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประเทศของเราครับ ขอบคุณท่านประธาน