สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๔ · ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘

อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล หารือเรื่องราคาพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น และเรียกร้องการปรับปรุงสูตรราคาที่อุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันใช้ ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง โดยเน้นย้ำว่าราคาน้ำมันในไทยแพงกว่าประเทศมาเลเซีย และเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาปรับราคาน้ำมันให้สมเหตุสมผล โดยไม่กระทบต่อโรงกลั่นและผู้ลงทุน

นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพ แล้วก็เพื่อน ๆ สมาชิก สปช. ผม อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล ก็ต้องเรียนว่าอดีตก็อยู่ในวงการ พลังงานมา ๓๐ กว่าปี แล้วก็ในเรื่องของราคาพลังงานโดยเฉพาะราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น ก็เป็นบุคคลหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการทำเรื่องสูตรราคาขึ้นมา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถ้าพูดจริง ๆ แล้ว ก็ยืดยาว แต่ผมอยากจะขอสั้น ๆ แค่นี้เอง สั้น ๆ ว่าสูตรราคาที่อุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันใช้ ในปัจจุบันเป็นราคาที่อ้างอิงกับการนำเข้าที่เราเรียกว่า อิมพอร์ต แพริตี แล้วก็ใช้มาผมคิดว่า สัก ๒๐ กว่าปีแล้ว แล้วสูตรนี้เป็นสูตรที่ทำให้โรงกลั่นน้ำมันทั้งประเทศไทยและในภูมิภาค ขาดทุนระเนระนาดในสมัยที่เกิดต้มยำกุ้งในปี ๒๕๔๐ ก็สูตรนี้ ปัจจุบันนี้สูตรนี้ยังใช้อยู่ก็มี การปรับปรุงเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง โดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพ น้ำมัน ที่ประเทศไทยเรามีการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันอยู่ในระดับที่ดี ผมอยากให้ข้อมูล ท่านสมาชิกนิดหนึ่งว่า ปัจจุบันนี้ ๓ ปีย้อนหลัง ค่าการกลั่นที่เราเรียกว่า กรอส รีไฟเนอรี มาร์จิน (Gross refinery margin) ก็คือกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของโรงกลั่นอยู่ ประมาณ ๕-๖ เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่ง ๕-๖ เหรียญ ก็คือประมาณสัก ๑ บาท ถึง ๑.๒๐ บาท ต่อลิตร เรามีค่าใช้จ่ายตกประมาณสัก ๓ เหรียญ ถึง ๔ เหรียญต่อบาร์เรลขึ้นกับโรงกลั่น ก็ประมาณ ๖๐-๘๐ สตางค์ต่อลิตร เมื่อหักค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายคงที่ และค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าใช้จ่ายแวริเอเบิล (Variable) ก็ทำให้กำไรสุทธิของโรงกลั่นก่อนหักภาษี ก็จะเหลือประมาณเหรียญ ๒ เหรียญต่อบาร์เรลเท่านั้นเอง ก็ไม่ได้เยอะอะไร แต่ถ้าเกิดว่าโรง กลั่นมีการปรับสูตรราคาไปเป็นเหมือนกับราคาส่งออก ซึ่งการส่งออกของโรงกลั่นเกิดจาก ๒-๓ สาเหตุด้วยกัน

สาเหตุที่ ๑ เลยก็เกิดจากเรื่องพลังงานทดแทน เพราะเรามีการใช้เอทานอล (Ethanol) ไบโอดีเซล (Biodiesel) มาก โรงกลั่นผลิตน้ำมันมาแล้วไม่รู้จะเอาไปขายที่ไหน ก็ต้องส่งออกไป การส่งออกไปราคาก็ต้องแข่งขันกับภูมิภาค ผู้นำเข้าก็จะต้องมีค่าขนส่งมีค่า อะไรต่าง ๆ บวกเข้ามาอีกเมื่อกลับไปใช้ในประเทศของเขา ซึ่งส่วนนี้อยู่ประมาณเกือบ ๔ เหรียญต่อบาร์เรล ถ้าเราหักเอาเรื่องของการส่งออกเข้ามาโรงกลั่นจะมีค่าการกลั่นเหลือแค่ ประมาณ ๒-๓ เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งค่าใช้จ่ายจาก ๔ เหรียญต่อบาร์เรลโรงกลั่นก็จะอยู่ไม่ ค่อยได้ อย่างที่คุณรสนา ขอเอ่ยนามนิดหนึ่ง ได้พูดถึงไปว่า จริง ๆ แล้วถ้าพูดถึงจะไปเทียบ กับเรื่องของการว่าจะส่งออก โรงกลั่นในประเทศต้องปิดตัวหมด แล้วถ้าต้องปิดตัวหมด จะเกิดอะไรขึ้น เราก็ต้องไปนำเข้าน้ำมันมา แล้วก็ต้องเรียนว่าโรงกลั่นที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จุดประสงค์หนึ่งก็คือในการผลิตน้ำมันเพื่อทดแทนน้ำมันที่นำเข้า ฉะนั้นเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ เราก็ได้นำมาพิจารณาในอนุกรรมาธิการว่าประชาชนมีความข้องใจว่าราคาน้ำมัน ของประเทศไทยทำไมมันแพงกว่าประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะมีการพูดถึงเบนซิน ๙๕ มีการ ชอบพูดมากเรื่องตัวนี้เบนซิน ๙๕ ผมเองเรียนให้ทราบเลยว่า ตอนผมเป็นกรรมการผู้จัดการ ใหญ่บริษัทบางจาก ผมยกเลิกการขายเบนซิน ๙๕ เพราะต้องการมาสนับสนุนเรื่องของ แก๊สโซฮอล์ อี ๑๐ (E 10) อี ๒๐ (E 20) อี ๘๕ (E 85) ทำไมเราต้องการสร้างให้ราคาเบนซิน ๙๕ สูงกว่าค่อนข้างมาก เพราะว่าถ้าเราไม่ทำให้ราคาสูงประชาชนก็จะไม่หันมาใช้แก๊สโซฮอล์ เพราะฉะนั้นก็ต้องขอให้รัฐไปเก็บภาษีมากขึ้น เก็บกองทุนมากขึ้น วันนี้ภาษีก็ได้มีการปรับ ลดลงมาใกล้เคียงกัน แต่กองทุนของเบนซิน ๙๕ ยังสูงอยู่ เพราะถ้าเราไม่สูงอยู่ประชาชน หันไปใช้เบนซิน ๙๕ โรงกลั่นชอบนะครับ โรงกลั่นไม่ใช่ไม่ชอบ เพราะว่าเราจะลดการใช้ เอทานอล แต่ว่าพี่น้องเกษตรกรปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง ที่ผลิตแก๊สโซฮอล์ เอทานอล ก็จะมีปัญหาในเรื่องไม่สามารถที่จะสนับสนุนให้การใช้เอทานอลได้มากขึ้น เพราะฉะนั้น นั่นก็คือเป็นสาเหตุที่ทำไมเบนซิน ๙๕ ของเราต้องมีราคาสูงมาก ความจริงแล้วราคาน้ำมัน เบนซิน ๙๕ หน้าโรงกลั่นถ้าเทียบกับแก๊สโซฮอล์ ๙๕ ถูกกว่า ถูกกว่าแก๊สโซฮอล์ ๙๕ อยู่แล้ว

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะชี้แจงให้ทราบว่าราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นหลังจากที่ กรรมาธิการมีการคุยในเรื่องของการยกเลิกอิมพอร์ต แพริตี ไป เพราะเราต้องการให้เกิด การแข่งขัน แล้วก็การที่ ปตท. ขายหุ้นโรงกลั่นน้ำมันออกไป ปัจจุบันนี้ก็บางจากแล้ว ก็จะมี อีกโรงที่จะขายออกไป ก็น่าจะทำให้มีการแข่งขันมากขึ้น แต่ผมเรียนว่าจากที่ผมอยู่กับ ปตท. มา ปตท. ไม่เคยเข้ามามีอิทธิพลในการตั้งราคาเลย มาขอให้ปรับราคาขึ้นไปเยอะ ๆ ไม่เคยมี เรื่องนี้ผมชี้แจงด้วยความเป็นจริง

อีกอันหนึ่งก็คือว่าเมื่อเรายกเลิกอิมพอร์ต แพริตี ออกไป เราก็มองว่าโรงกลั่น ต้องปรับตัวสูตรราคาหน้าโรงกลั่นขึ้นมาเอง แล้วเราคิดว่าราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นน่าจะลดลง จาก ๒ สาเหตุด้วยกัน

สาเหตุหนึ่งก็คือเรื่องของการที่เรามีการขอให้มีการลดสำรองการเก็บน้ำมัน ของผู้นำเข้า จากวันนี้ผู้สำรองที่เก็บน้ำมันในการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปมา เก็บอยู่ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ จะลดเหลือแค่ ๖ เปอร์เซ็นต์ เมื่อลดเหลือ ๖ เปอร์เซ็นต์จะทำให้การแข่งขัน กับโรงกลั่นน้ำมันภายประเทศมากยิ่งขึ้น ฉะนั้นโรงกลั่นภายในประเทศต้องปรับตัวลงมา ในการที่อาจจะต้องลดราคาหน้าโรงกลั่นลงมา ซึ่งเราคิดว่าโรงกลั่นจะต้องลดราคาลงมา ซึ่งอาจจะกระทบกับโรงกลั่น ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีในส่วนนี้ นอกเหนือจากนั้น ในเรื่องของค่าขนส่งในสูตรราคาเดิม เนื่องจากว่าปัจจุบันมีการใช้เรือขนาดใหญ่มากยิ่งขึ้น รวมทั้งค่าปรับคุณภาพต่าง ๆ ก็จะมีการปรับตัวลงไป ก็เชื่อว่าโดยรวมแล้วราคาน้ำมัน หน้าโรงกลั่นน่าจะมีการปรับตัวลดลงมาได้ แต่ต้องเรียนว่าเราพูดเป็นสตางค์มันดูไม่เยอะ ๑๐ สตางค์ ๑๕ สตางค์ต่อลิตร แต่โรงกลั่น ๑๐-๑๕ สตางค์ พูดถึงเป็นวงเงินก็หลายพันล้านบาท ต่อปี ก็เชื่อว่าจากที่ทางอนุกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วก็เชื่อว่า จะทำให้ส่งผลให้ราคาน้ำมัน หน้าโรงกลั่นมีการปรับตัวลดลงมา แต่อย่างไรก็ตามผมอยากเรียนว่าในธุรกิจโรงกลั่นทั้งหมด ในประเทศไม่ใช่เป็นของรัฐทั้งหมด เป็นบริษัทมหาชนเสียส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องให้ ความเป็นธรรมกับผู้ลงทุนด้วยเช่นเดียวกัน ไม่ใช่ว่าเราจะไปบีบคั้นให้ราคาถูกลงไปจนเขา ขาดทุนหมด ปิดโรงกลั่น อันนั้นก็อยู่ไม่ได้ ฉะนั้นความเป็นธรรมก็คือว่าจะทำอย่างไร ให้ผู้บริโภคได้ใช้ราคาน้ำมันที่ราคาสมเหตุสมผล

อันที่ ๒ ก็คงทำให้ผู้ที่ไปลงทุนสามารถอยู่ได้ด้วย วันนี้ถ้าเราควรจะ ไปสร้างโรงกลั่นน้ำมัน ที่มีการพูดถึงราคาเอ็กซ์พอร์ต รีไฟเนอรี (Export refinery) แล้วก็ เป็นราคาเทียบเท่ากับการส่งออก ผมบอกได้เลยครับ ไม่ต้องคิดแล้วครับ ปิดโรงกลั่นตั้งแต่ วันแรกเลย เพราะมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ผมก็คิดว่าโรงกลั่นก็พยายามที่จะ ปรับตัวเองเพื่อจะดูแลประชาชนให้มากยิ่ง ๆ ขึ้น แล้วผมเชื่อว่าเราก็ต้องให้ความเป็นธรรม กับผู้ลงทุนด้วย คือเจ้าของกิจการด้วย เพราะว่าถ้าเกิดเราไม่ให้ความเป็นธรรมเขาอยู่ไม่ได้ เราก็ไม่สามารถจะมีการลงทุน การจ้างงาน แล้วก็ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตขึ้นมาได้ ขอบพระคุณครับ