สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๔ · ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘

อนุชา เศรษฐเสถียร หารือเรื่องสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และเสนอว่าควรเป็นหน่วยหลักในการดำเนินการฉุกเฉิน พร้อมเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับระบบการสื่อสาร ฉุกเฉินและแผนรองรับ 4 ด้าน รวมถึงการก่อตั้ง ศูนย์ ๑๑๒ และระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินเบอร์ ๑๑๒ โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ

นายอนุชา เศรษฐเสถียร ผู้ชี้แจง

เรียนท่านประธานและท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผม นายแพทย์อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ ฉุกเฉินแห่งชาติ เรียกย่อ ๆ ว่า สพฉ. จะขอเสนอประเด็นว่าทำไมต้องเป็น สพฉ.ที่จะรับมาทำ แล้วก็ทาง สพฉ. ได้เตรียมการแค่ไหน

เบื้องต้นสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติเป็นองค์กรภายใต้ พ.ร.บ. เฉพาะ หรือ พ.ร.บ. การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ อยู่ภายใต้การกำกับของกรรมการ การแพทย์ฉุกเฉิน ประเด็นว่าทำไมพิจารณาให้ สพฉ. เหมาะสมในการเป็นหน่วยหลัก ในการดำเนินการเบื้องต้น เหตุผลเพราะว่า

๑. การแพทย์ฉุกเฉินเป็น ๑ ใน ๓ ของภาวะอีเมอร์เจนซีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ดับเพลิงหรือเรื่องความปลอดภัย การแพทย์ฉุกเฉินเป็น ๑ อันใน ๓ นั้น อย่างที่อาจารย์ชูศิลป์ ได้ถามว่าถ้างูเลื้อยเข้าบ้านจะโทรเบอร์อะไรหรือรอให้กัดก่อนแล้วค่อยโทร ๑๖๖๙ บรรดากู้ชีพ ที่อยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ เขาบอกว่าทำไมไม่ให้เหลือเบอร์เดียวจะได้ไม่ต้องสับสน

๒. ทั่วโลกพบว่าเมื่อมีการใช้ซิงเกิล ฮอตไลน์ (Single hotline) นี่ หลาย ๆ ประเทศ ไม่ว่าญี่ปุ่น อเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย โดยเฉพาะญี่ปุ่น เบื้องต้นเขาพยายามจะตั้ง ศูนย์ดับเพลิงขึ้น ต่อมาพบว่าในศูนย์ดับเพลิง ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ครับที่ออกเหตุทุกครั้ง กลายเป็นเรื่องของการกู้ชีพทางการแพทย์ไป

๓. เรามี พ.ร.บ. การแพทย์ฉุกเฉินที่ระบุอำนาจหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจ หน้าที่ของบอร์ดเองหรือของสถาบันเองที่จะต้องดำเนินการให้เกิดการสื่อสารที่เอื้อประโยชน์ ให้กับการแพทย์ฉุกเฉิน

๔. มีการทำแผนพัฒนา ๑๑๒ เพราะมีการศึกษาเปรียบเทียบกับทางยุโรป มา ๒ ปี

๕. ปัจจุบันระบบสื่อสารนั้นทางสถาบันได้เชื่อมโยงการสื่อสารในทาง การแพทย์ฉุกเฉินให้กับทุกจังหวัดและทุกหน่วยกู้ชีพที่มีการปฏิบัติการประมาณ ๑.๓ ล้านครั้ง ศูนย์สื่อสารของทุกจังหวัดและหน่วยกู้ชีพนั้นสามารถประสานกับเราทางอินเทอร์เน็ต ภาพที่เห็นตอนนี้คือตัวอย่างของการสื่อสาร แม้แต่อยู่บนเครื่องบินที่นำส่งผู้ป่วย จากแม่ฮ่องสอนถึงมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่โรงพยาบาลสวนดอกเอง ตลอดเส้นทาง การสื่อสารสามารถประสานทั้งหน่วยสื่อสารและหน่วยปฏิบัติงาน รวมทั้งศูนย์ปฏิบัติการได้ เหตุการณ์แม้กระทั่งตึกถล่ม เราสามารถติดตามห้วงเวลาในการทำงานด้านกู้ภัย และกู้ชีพได้โดยตลอดเพราะว่าหน่วยกู้ชีพเป็นหน่วยกู้ภัยไปในตัวเอง

ส่วนเรื่องของการเตรียมความพร้อมของตัวสถาบัน สถาบันได้มีการทำแผนรองรับ เพื่อจะเป็นผู้เริ่มต้นในการทำให้ ๑๑๒ นั้นเดินหน้าได้ใน ๔ ด้าน ด้านการจัดระบบ ด้านบุคลากร ด้านงบประมาณ แล้วก็การประเมิน

ด้านการจัดระบบ เมื่อเดือนมีนาคมทางกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ได้อนุมัติให้สถาบันดำเนินการหาทางพัฒนาหมายเลขเดียวให้เป็นเบอร์อีเมอร์เจนซีทั้งหมด นั่นแปลว่าทางสถาบันต้องเดินหน้าทำเรื่องนี้

๒. ตัวสถาบันเองได้ตั้งคณะทำงานพัฒนาระบบการแจ้งเหตุฉุกเฉิน รวมหมายเลขเดียวโดยการดึงเอาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ตำรวจ ท้องถิ่น โทรคมนาคมและภาคประชาชนเข้ามาคุยกัน ติดต่อกันตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๗ ส่งผลให้เกิดกิจกรรมต่อไปนี้ การประสานให้ กสทช. อนุมัติ ๑๑๒ เพื่อใช้กรณีฉุกเฉิน ฟรีแม้ไม่มีซิมการ์ด เตรียมระบบรับแจ้งพร้อมระบุผู้แจ้งและตำแหน่งที่สามารถส่งต่อไป สู่ศูนย์ปฏิบัติการทั้งหมด ทำให้คณะทำงานร่วมกันทำแผนทั้งเรื่องบุคลากรและงบประมาณ ไว้รองรับ และเตรียมระบบรองรับการแจ้งเหตุจากกลุ่มเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นคนพิการ ผู้สูงอายุและชาวต่างชาติ เตรียมระบบรองรับกรณีโทรเหตุไม่ด่วนด้วย

คราวนี้ลงมาดูในรายละเอียดว่าด้านบุคลากร ด้านบุคลกรคณะทำงาน ได้เตรียมออกแบบโครงสร้างของศูนย์ ๑๑๒ ถ้าเกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นด้วยหน่วยงาน หรือส่วนสนับสนุนของหน่วยงานก็ตาม จะมีลักษณะ ๓ อย่าง อย่างแรกเป็นหลักก็คือ ศูนย์พัฒนาและบริหาร ซึ่งจะมีบอร์ดกำกับดูแล ผู้อำนวยการศูนย์ และผู้อำนวยการศูนย์ ก็จะมีหน่วยที่แบ็คอัพ ข้อมูลช่วยเหลือทั้งการพัฒนาด้านคุณภาพ ด้านบุคลากรด้านข้อมูล และสารสนเทศ แล้วแบ่งงานให้กับอีก ๒ สำนักใหญ่คือสำนักปฏิบัติการกับสำนักสนับสนุน

ถัดไปก็คือสำนักประสานงานและช่วยเหลือหรือสำนักปฏิบัติการนั้นก็จะ คุมงานสำคัญคืองานด้านปฏิบัติการที่สามารถจะรับแจ้งเหตุที่ประมาณว่ามีผู้รับแจ้งพร้อม ประมาณ ๑๔๐ ที่นั่ง รวมทั้งด้านที่จะเป็นการประสานซึ่งสามารถจะช่วยประสานทั้งกรณี ฉุกเฉินและไม่ฉุกเฉินให้กับหน่วยงานด้านการสั่งการต่อไป

ส่วนที่ ๓ คือส่วนที่จะใช้สนับสนุนภายในและภายนอกในสำนักสนับสนุน ก็จะมีส่วนที่สนับสนุนทั้งดับเพลิง กู้ภัย และตำรวจ พร้อม ๆ ไปกับการสนับสนุนภายใน ซึ่งเน้นการสนับสนุนลงไปสู่ผู้ที่ต้องใช้ภาษาเฉพาะหรือกลุ่มเปราะบาง ส่วนการสนับสนุน ภายนอกจะทำให้ส่งข้อมูลให้กับศูนย์จ่ายงาน หน่วยปฏิบัติการหรือผู้ปฏิบัติการแม้แต่ อยู่บนเฮลิคอปเตอร์อย่างที่แจ้งไว้ ในด้านบุคลากรนั้นสามารถจะแบ่งการทำงานออกเป็น ๓ ระยะ

ระยะแรก คือการทำให้เบอร์ทุก ๆ เบอร์ยังคงใช้เหมือนเดิม แต่เน้นให้ศูนย์ ๑๑๒ ที่เกิดใหม่สามารถเชื่อมโยงกับทุกศูนย์ได้

อันที่ ๒ ก็คือระยะต่อมาจะพยายามชวนให้แต่ละจังหวัดรวมศูนย์จ่ายงาน ไม่ว่าดับเพลิง กู้ชีพ กู้ภัย ตำรวจมาเป็นศูนย์เดียวกัน

ระยะสุดท้ายก็จะเป็นการทำให้ ๑๑๒ เป็นเลขเดียวที่รับแจ้งแล้วส่งต่อไปให้ แต่ละจังหวัดได้จ่ายงานต่อไป

ด้านงบประมาณ ได้แบ่งงบประมาณออกเป็น ๓ ระยะ

ระยะแรกหรือปีแรกตั้งไว้ที่ ๑๗๑.๕ ล้านบาท โดยลงทุนประมาณ ๔๗.๘ ล้านบาท และดำเนินงานอีก ๘๓ ล้านบาท

ปีที่ ๒ จะคงเฉพาะงบดำเนินงาน คือ ๘๓ ล้านกว่าบาท

ปีที่ ๓ ก็จะคงเฉพาะงบดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นตามช่วงเวลา เพราะเพื่อเป็น การซ่อมบำรุงรักษาอุปกรณ์

ทั้งหมดเป็นตัวแบบที่จะใช้ไม่ว่าจะเป็นการคอนแทคท์ เอาท์ (Contact out) หรือว่าเป็นการดำเนินการโดยการผสมของหลายหน่วยงานก็ตาม

ด้านการประเมินตั้งวิสัยทัศน์ว่าประชาชนในผืนแผ่นดินไทยสามารถเข้าถึง ระบบการแจ้งเหตุฉุกเฉินเบอร์เดียว ๑๑๒ ได้ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย โดยเป้าหมาย ที่ต้องการคือความปลอดภัยของประชาชนให้ช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

ตัวชี้วัดสำคัญ ๆ ๘ ตัว ตัวหลักก็คือทำให้มีศูนย์และระบบเดียว โดยที่ สามารถใช้ได้ทั้ง ๗๗ จังหวัด สามารถทำให้การรับแจ้งภายใน ๑๐ วินาที แล้วส่งต่อไป ให้หน่วยจ่ายงานภายใน ๖๐ วินาที ประชาชนในประเทศจะสามารถได้รับการช่วยเหลือ ได้อย่างมีคุณภาพ เข้าถึง เท่าเทียมกันในทุก ๗๗ จังหวัด

สิ่งที่ต้องการสนับสนุนถ้าจะให้บรรลุตามเป้าหมายและตัวชี้วัด ได้แก่

๑. เห็นชอบอนุมัติให้สถาบันดำเนินงานในระยะแรกเพื่อให้เกิดระบบแจ้งเหตุ ๑๑๒

๒. สนับสนุนงบประมาณตามแผน

๓. ความร่วมมือร่วมใจของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมาย ให้ประชาชนทุกคนได้ประโยชน์ยามฉุกเฉินเพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรม มีวิดีโอสั้น ๆ เปรียบเทียบขอให้ท่านประธานอนุญาตให้ฉายวิดีโอ ๒ ตอน ตอน ๑ คือกรณีที่เป็นปัจจุบัน ตอน ๒ ถ้ามี ๑๑๒ ขออนุญาตครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

กดไม่ทันครับ ไม่รู้จะกดเบอร์ไหนดี

(เจ้าหน้าที่ทำการเปิดพรีเซนเทชัน)

นั่นคือการโทรเข้าได้สายเดียว ลองดู กรณีที่ ๒ เมื่อใช้ ๑๑๒ แล้วสามารถกระจายการแจ้งเหตุได้หมด อีเมอร์เจนซีครั้งเดียว ติดศูนย์ทุกศูนย์ขึ้นข้อมูลของน้องผู้หญิงนั้นด้วย กู้ชีพ ตำรวจ พร้อมทราบด้วยกันหมด ทราบพิกัดที่อยู่ด้วย มาถึงจุดเกิดเหตุพร้อมกัน สามารถกระจายงานให้กับทุกส่วนที่เกี่ยวข้องได้