สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๔ · ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘

สืบศักดิ์ สืบภักดี พูดถึงการแจ้งเหตุฉุกเฉิน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้บริการประชาชนในกรณีฉุกเฉิน และเรียกร้องให้มีการบูรณาการและประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐเพื่อให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปฏิรูปศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน โดยแนะนำว่าสามารถใช้กฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และเสนอแนะเลขหมายฉุกเฉิน 112 ที่ได้รับการพูดคุยและกำหนดโดยสหพันธ์โทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) มานานกว่า 40 ปี และได้ออกประกาศในปี 2008 โดยแนะนำให้ประเทศสมาชิกนำไปปฏิบัติ

นายสืบศักดิ์ สืบภักดี ผู้ชี้แจง

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายสืบศักดิ์ สืบภักดี อาจารย์นักวิชาการด้านกิจการโทรคมนาคม อนุกรรมการพัฒนากิจการวิทยุสมัครเล่น และความถี่ภาคประชาชน สำนักงาน กสทช. ผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ประจำ คณะกรรมการตรวจสอบประเมินผลคณะกรรมการ กสทช. ในฐานะคณะทำงาน และคณะทำงานด้านเทคนิคเรื่องการศึกษา ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินเลขหมายเดียว ในที่นี้ เรากำลังพูดกันถึงเลขหมาย ๑๑๒ จากที่ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติได้รับฟังท่านผู้ชี้แจง ก่อนหน้านี้คงจะเริ่มเห็นภาพ และคงจะเริ่มเห็นความสำคัญของสิ่งที่คณะกรรมาธิการ และคณะทำงานกำลังพยายามจะนำเสนอ จริง ๆ แล้วหลายท่านคงจะรู้จักเรื่องของการแจ้ง เหตุฉุกเฉินโดยใช้เลขหมายเดียวของต่างประเทศเป็นอย่างดีแล้ว เพราะว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ เรื่องใหม่ ในต่างประเทศนั้นมีระบบแจ้งเหตุในลักษณะที่เรากล่าวถึงมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒๐ หรือ ๓๐ ปี แต่ว่าสำหรับประเทศเรานั้นยังไม่มีระบบนี้เกิดขึ้น จริงอยู่ว่าในปัจจุบันนี้ เราอาจจะมีศูนย์รับแจ้งเหตุของหลายหน่วยงาน หลายเลขหมาย หลายศูนย์ที่ให้บริการ กับประชาชนแต่จริง ๆ แล้วเราจะเห็นว่าไม่มีการบูรณาการหรือการนำข้อมูลภาครัฐ ข้อมูล ประชาชน ข้อมูลผู้ป่วยหรือมีการประสานงานกัน ให้เกิดการช่วยเหลือประชาชนโดยรวดเร็ว อย่างแท้จริงโดยอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่ง ณ ปัจจุบันก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีนั้น มีส่วนสำคัญ ดังที่ท่านประธานกรรมาธิการ และท่านรองประธานกรรมาธิการได้เกริ่นนำไป สักครู่จะเห็นว่าพันธกิจพื้นฐานของกฎหมายทุกฉบับของทุกประเทศ รวมถึงแม้แต่ รัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทย ถึงแม้ว่าฉบับที่เท่าไรก็แล้วแต่ มาตราแรก ๆ พวกเรา จะเห็นว่าจริง ๆ แล้วก็จะเป็นเรื่องของการที่จะต้องให้บริการ แล้วก็สิทธิของประชาชน ในเรื่องของการจะต้องได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน เหตุต้องการการช่วยชีวิตโดยไม่มีสิ่งปิดกั้น ไม่มีความล่าช้าและไม่ต้องเลือกปัจจัยอื่น ๆ ใด ๆ ทุกอย่าง ซึ่งในกรณีนี้ เลขหมายฉุกเฉิน ๑๑๒ หรือการรวบเลขหมายให้บริการเอาไว้ เลขหมายเดียวนั้นเป็นแนวทางที่ต่างประเทศ แล้วก็สากลดำเนินการอยู่ ผมจะขอนำเรียน ในประเด็นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย

ประเด็นแรก จะเป็นเรื่องประเด็นของกฎหมาย จะเห็นว่า ณ จนถึงปัจจุบันนี้ ถ้าฟังการชี้แจงจากท่านผู้ชี้แจงก่อนหน้าท่านศาสตราจารย์ นายแพทย์ดอกเตอร์ไพโรจน์ ก็คงจะรับทราบว่าหลายท่านอาจจะคิดว่าจะทำให้เกิดขึ้นได้นั้นในแง่ของเทคโนโลยี หรือในแง่ของการปฏิบัติ เนื่องจากว่า สพฉ. นั้นเป็นหน่วยงานที่ปฏิบัติอยู่แล้ว อาจจะมี การปรับเปลี่ยนไม่มาก แต่ในเรื่องข้อกฎหมายจะต้องมีการปรับเปลี่ยนมากน้อยเพียงใด ผมขอนำเรียนว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องเราสามารถใช้พระราชบัญญัติหรือกฎหมาย หรือระเบียบหรือประกาศของหลายหน่วยงานที่ดำเนินการอยู่แล้วในปัจจุบันนั้น ในการที่ดำเนินงานให้เกิดศูนย์รับแจ้งเหตุนี้ได้โดยทันที อาทิเช่น ปัจจุบันมีพระราชบัญญัติ การแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่ง สพฉ. โดยกระทรวงสาธารณสุขนั้นได้ดำเนินการอยู่แล้ว แล้วก็ ออกปฏิบัติตลอดจนมีผลงานที่สามารถพิสูจน์ได้และเป็นข้อประจักษ์ว่าได้ช่วยเหลือ ประชาชนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือบนท้องถนนมากน้อยแค่ไหน พระราชบัญญัติ ในเรื่องของการประกอบกิจการโทรคมนาคมซึ่งปัจจุบันนั้นก็มีการประกาศใช้อยู่แล้ว แล้วก็ กำกับดูแลโดย กสทช. ซึ่งจะดูแลแล้วก็กำกับผู้ให้บริการกิจการโทรคมนาคมทุกชนิด ทุกประเภทที่เราก็ทราบกันดีอยู่ ส่วนนี้สามารถที่จะบังคับใช้หรือว่าสามารถออกระเบียบ ออกประกาศเพิ่มเติมให้เอกชนทุกรายหรือแม้แต่ผู้ให้บริการด้านกิจการโทรคมนาคมนั้น สามารถให้ความช่วยเหลือแล้วก็ให้ความร่วมมือในการตั้งศูนย์ปฏิบัติการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน เลขหมายเดียวได้ นอกจากนี้ยังมีพระราชบัญญัติหรือกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งผมจะขอกล่าวถึง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลสิทธิส่วนบุคคล พระราชบัญญัติ การกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์หรือพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ซึ่งทั้งหมด จะเกี่ยวพันทั้งหมดดังที่ท่านผู้ชี้แจงก่อนหน้าได้บอกว่าโดยความเป็นจริงศูนย์ปัจจุบันนี้ มีการปฏิบัติงานอยู่หลายส่วนด้วยกัน แต่ก็ติดข้อจำกัดหลายอย่าง ยกตัวอย่างอาทิเช่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการโทรมาก่อกวนหรือว่าการแจ้งเท็จหรือการขัดขวางการทำงาน เป็นต้น สิ่งหนึ่งที่จะสามารถป้องปรามหรือสามารถใช้เทคโนโลยีในการที่จะแทรค (Track) กลับไปยังผู้ที่แจ้งเหตุเหล่านั้นเพื่อทำให้เกิดการกำราบหรือการจับกุมนั้นก็สามารถใช้ พระราชบัญญัติตัวอื่น ๆ ได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ในส่วนของหลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็น สปสช. หรือว่าสำนักงานกลางทะเบียนราษฎร์หรือแม้แต่ กสทช. และเอกชนผู้ให้บริการเอง โดยความเป็นจริง ณ ปัจจุบันแต่ละหน่วยงานมีการบูรณาการหรือการเก็บข้อมูลไม่ว่า จะเป็นข้อมูลของการเคยออกให้บริการรักษาพยาบาลข้อมูลเรื่องการให้บริการอื่น ๆ หรือข้อมูลพื้นฐานในเรื่องของการจดทะเบียนอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าศูนย์รับแจ้งเหตุ หลาย ๆ ศูนย์ยังไม่สามารถที่จะดำเนินการหรือว่านำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ให้เกิด การบริการประชาชนได้อย่างแท้จริง อันนี้คือวัตถุประสงค์ที่เราจะต้องปฏิรูป

ส่วนต่อมาในเรื่องเลขหมาย วันนี้หลาย ๆ ท่านอาจจะทราบดีอยู่แล้วว่าทำไม จึงต้องเป็น ๑๑๒ หรือว่าหลายท่านอาจจะตั้งข้อสงสัยว่าทำไมจึงต้องเป็น ๑๑๒ เป็นเลขหมายอื่นไม่ได้หรือ หรือเลขหมายนี้ใครคิด ผมจะขอนำเรียนว่าจริง ๆ เลขหมาย ๑๑๒ ไม่ได้เกิดจากการคิดของคณะทำงาน ไม่ได้เกิดจากการคิดของใครคนใดคนหนึ่งหรือว่า ของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่จริง ๆ เลขหมาย ๑๑๒ นี้ มีการพูดคุยกันแล้วก็มีการกำหนดกัน โดยสมาชิกของสหพันธ์โทรคมนาคมระหว่างประเทศหรือต่อไปนี้ผมจะขอเรียกว่าไอทียู (ITU) แล้วไม่ใช่เพิ่งคุยในรอบ ๕ ปี ๑๐ ปีที่ผ่านมา โดยความเป็นจริงไอทียูและประเทศ สมาชิกนั้นได้มีการพูดคุยและเริ่มมองเห็นปัญหาของการกำหนดเลขหมายฉุกเฉินสำหรับ การแจ้งเหตุในกรณีที่กิจการโทรคมนาคมเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้เกิดความสะดวกในการแจ้งเหตุ หลายประเทศได้เริ่มมีการคุยกันตั้งแต่ปี ๑๙๗๒ กว่า ๔๐ ปี หลังจากนั้นก็มีการประชุมเพื่อที่จะกำหนดมากขึ้นเรื่อย ๆ และสุดท้าย ในปี ๒๐๐๘ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศนั้นได้ออกประกาศหรือในลักษณะที่เป็น เรคคอมเมนเดชัน (Recommendation) หรือว่าเป็นข้อแนะนำสำหรับประเทศสมาชิก พึงจะนำไปปฏิบัติว่าถ้าจะมีการกำหนดเลขหมายฉุกเฉินใด ๆ เพื่อรับแจ้งเหตุฉุกเฉินไอทียู ได้แนะนำหรือว่าเรคคอมเมนเดชันอยู่ ๒ เลขหมาย ให้เป็นสากลเพื่อให้ทุกประเทศได้นำไป ปฏิบัติ เนื่องจากว่าโลกในปัจจุบันนี้นักท่องเที่ยวเองก็เดินทางไปเรื่อย กิจการโทรคมนาคม ก็เติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่ละประเทศคงจะไม่สามารถที่จะกำหนดเลขหมายเฉพาะของตัวเอง และต้องเปลี่ยนทุกครั้งเวลาเราเดินทางทุกประเทศได้

สาระสำคัญในข้อที่ ๕ นั้นที่ผมวงไว้ ไอทียูได้เรคคอมเมนเดชันเป็นประการแรกว่า ถ้าประเทศใดยังไม่ได้มีการกำหนดเลขหมายฉุกเฉิน ไอทียูเสนอแนะเลขหมายอยู่ ๒ เลขหมาย สำหรับเลขหมายฉุกเฉิน คือ ๑๑๒ และ ๙๑๑ เหตุผลที่ต้องเสนอ ๒ หมายเลข เนื่องจากว่า โดยความเป็นจริงแล้วในการจัดระบบเลขหมายโทรคมนาคมนั้นหรือที่เราเรียกกันว่าการทำ นัมเบอริง แพลนนิง (Numbering planning) จะขึ้นอยู่กับปัจจัยและข้อจำกัดของ บางประเทศด้วย บางประเทศสามารถกำหนดเลขหมาย ๙๑๑ ได้ แต่บางประเทศอาจจะ ไม่สามารถกำหนดเลขหมาย ๙๑๑ ได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านเทคนิคที่ได้มีการออกเลขหมาย ให้บริการพื้นฐานไปแล้ว ถ้าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนก็จะต้องกระทบกับประชาชนมากมาย ที่สำคัญในส่วนของโลกใบนี้ก็มี ๒ ค่ายหรือว่า ๒ ขั้วใหญ่ ๆ ก็คืออย่างที่เราทราบว่า ทางอเมริกาเหนือจะใช้ ๙๑๑ และทางยุโรปจะใช้ ๑๑๒ เพราะฉะนั้นเพื่อให้เกิดความสมดุล แล้วก็เพื่อให้เกิดการง่ายต่อการปรับเปลี่ยนจึงกำหนดเลขหมายไว้ทั้ง ๒ เลขหมาย แล้วแต่ ประเทศใดจะสามารถนำไปใช้ได้ อันนี้เป็นประการแรก

ประการต่อมาในข้อที่ ๖ ไอทียู แนะนำว่าประเทศอื่นหรือประเทศใด ๆ ก็แล้วแต่ที่ได้มีการประกาศเลขหมายฉุกเฉินไปก่อนหน้านี้แล้วที่แตกต่างจากไนน์วันวัน หรือ ๙๑๑ หรือว่า ๑๑๒ ขอให้กำหนดเลขหมายฉุกเฉินสากลตามที่ไอทียูแนะนำ เพื่อให้เป็น มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก และให้ประชาชนบนโลกนี้ทุกคนได้ประโยชน์จากการเดินทางไป เดินทางมา แล้วต้องการแจ้งเหตุฉุกเฉิน ให้เป็นอัลเทอร์เนทีฟ (Alternative) หรือว่า เป็นทางเลือกที่ ๒ แล้วต้องปฏิบัติงานได้ใน ๒ เลขหมายเหมือนเดิมครับ คือ ๑๑๒ และ ๙๑๑ ใช้คำว่า ออล (All) เราสามารถเลือกเลขหมายใดเลขหมายหนึ่งได้ ผมขอนำเรียน ตรงนี้ว่าสำหรับประเทศไทยนั้นคงต้องตัดเลขหมาย ๙๑๑ ออกไป เนื่องจากว่าเราเป็น ประเทศกลุ่มหนึ่งซึ่งมีการจัดสรรเลขหมาย หรือว่าทำนัมเบอริง (Numbering) ในส่วนที่มี เลขหมายนำ ๙๑๑ ออกไปแล้ว สำหรับแลนด์ไลน์ (Landline) หรือว่าโทรศัพท์บ้าน ค่อนข้างเยอะ เพราะฉะนั้นการจะปรับเปลี่ยนเพื่อให้ใช้ ๙๑๑ จะกระทบกับประชาชน เป็นวงกว้าง เพราะฉะนั้นเลขหมายที่เหมาะสมที่สุดจึงเป็น ๑๑๒

อันดับต่อมาไอทียูไม่ได้ทำงานแค่ประเทศเดียว แล้วก็ไม่ได้ทำงานแค่กลุ่มเดียว จริง ๆ ไอทียูเป็นองค์กรระดับโลก ในระหว่างที่เรายังไม่ได้ทำอะไรไอทียูได้คุยถึงระดับผู้ผลิตแล้ว จึงเป็นที่มาของอย่างที่ท่านผู้นำเสนอก่อนหน้านี้ได้บอกว่า โทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์ โทรคมนาคมในปัจจุบันจริง ๆ รองรับเลขหมาย ๑๑๒ มานานมากแล้ว ท่านไม่ต้องมีซิมการ์ด ท่านไม่ต้องจับสัญญาณโอเปอเรเตอร์ที่ให้บริการของค่ายท่านได้ ท่านไปต่างประเทศ ท่านไม่ต้องเปิดโรมมิง (Roaming) ในทางกลับกันชาวต่างประเทศที่มาบ้านเราเขาไม่ต้อง เปิดโรมมิงก็ได้ครับ เพราะเขาอาจจะไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่าย แต่ขอแค่มีโทรศัพท์ที่พร้อม จะแจ้งเหตุได้ เลขหมายที่กดได้นั้นไม่ใช่ ๑๙๑ ไม่ใช่ ๑๙๙ ไม่ใช่ ๑๙๒ ไม่ใช่ ๑๙๓ หรือแม้แต่ไม่ใช่ ๑๖๖๙ ครับท่านสมาชิก เลขหมายที่กดได้คือเลขหมาย ๑๑๒ ถ้าท่านไม่เชื่อ วันนี้ท่านกลับบ้านไปท่านถอดแบตเตอรี่ (Battery) ออก เอาซิมการ์ดออก แล้วก็ใส่แบตเตอรี่ กลับเข้าไปเปิดเข้ามาในสภาพที่ไม่มีซิมการ์ด ท่านกด ๑๑๒ ได้ จริงอยู่ปัจจุบันนี้อาจจะบอก ว่ากด ๑๒๒ แล้วก็มีการโอนไปที่หน่วยงานบางหน่วยงานในประเทศไทยเพื่อให้การช่วยเหลือ แต่นั่นจะเป็นอีกประเด็นหนึ่งซึ่งผมจะยังไม่พูด เนื่องจากว่าจริง ๆ แล้วการให้บริการต้อง สามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย นั่นคือประเด็นที่เรากำลังนำเสนอกัน จากข้อมูลดังกล่าว ถามว่าทั่วโลกมีการนำเลขหมายฉุกเฉินตามข้อแนะนำของไอทียู ไปใช้มากน้อยเพียงใด ชาร์ทต่อมาแสดงให้เห็นว่า ณ ปัจจุบันนั้นมีประเทศทั่วโลก ไม่น้อยกว่า ๓๐๐ ประเทศที่ได้นำเลขหมาย ๑๑๒ ไปกำหนดให้ใช้เป็นเลขหมายฉุกเฉิน หมายเลขเดียว หรือในลักษณะของการตั้งศูนย์ประสานงาน หรือว่าศูนย์รับแจ้งเหตุ รวบรวม ข่าวสารให้ความช่วยเหลือกับประชาชน ก่อนจะส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ข้อมูลทางด้านเทคโนโลยีในการช่วยเหลือชีวิตของประชาชนของประเทศนั้น ๆ มากที่สุดถึง ๖๗ เปอร์เซ็นต์ รองลงมาเป็นเลขหมาย ๙๑๑ อยู่ที่ประมาณ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ และนอกจากนั้นก็เป็นเลขหมายอื่น ๆ ซึ่งอย่างที่เราทราบกันอยู่ว่ามีอยู่ทั่วไปหลายเลขหมาย ๑๑๗ ๙๙๙ ๘๘๘ ๑๙๑ ๙๙๙ สุดแท้แต่ แต่ทุกประเทศไม่ได้ต้องคิดหรือว่าต้องติดปัญหา เหมือนประเทศเรา

โดยความเป็นจริงในตารางต่อไปซึ่งเป็นข้อมูลจากไอทียูอีกเช่นเดียวกัน ปัจจุบันมีอยู่ ๙๐๐ กว่าเรคคอร์ด (Record) ๙๐๐ กว่าเรคคอร์ดนี้แสดงถึงจำนวนประเทศ ที่เป็นสมาชิกในลักษณะที่เป็นสเตท เมมเบอร์ (State member) ประเทศไทยก็เป็นสเตท เมมเบอร์ จริง ๆ การเป็นสเตท เมมเบอร์ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งเป็นคนถือสิทธิในการเป็น สมาชิกแต่ประเทศไทยเป็นสมาชิก และประเทศไทยพึงควรจะต้องปฏิบัติตาม เราก็พบว่า ณ ปัจจุบันในส่วนของฐานข้อมูลเลขหมายฉุกเฉินมีหลายประเทศด้วยกันที่ได้อิมพลีเมนท์ (Implement) หรือว่านำเลขหมาย ๑๑๒ ไปใช้แล้ว การนำไปใช้นั้นมีหลักการง่าย ๆ ครับ เรานำไปใช้ใน ๓ กิจการหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้วก็กระทบกับชีวิตของคนในวงกว้าง

อันดับแรกก็คือเมดิคอล (Medical) ก็คือการแพทย์ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ถ้าเราต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินใด ๆ สักอย่างหนึ่งคงไม่พ้นเรื่องการแพทย์ ต่างประเทศ หรือว่าสากลก็เช่นเดียวกัน

อันที่ ๒ ที่มีการนำไปใช้ก็คือเรื่องของโพลิส (Police) ก็คือตำรวจ อาชญากรรม เหตุด่วน เหตุร้ายอย่างที่เราทราบกันดีอยู่ ถ้ามีคนพกปืนมาเข้ามาในห้องนี้ ถ้ามีคนพกมีดเข้ามาแน่นอนครับคงไม่ใช่หน้าที่ของแพทย์ คงต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจ นี่ก็คือประเด็นที่ ๒ ที่ทุกประเทศมองเห็นตรงกัน

อันที่ ๓ ที่ต้องให้การช่วยเหลือประชาชนแบบเร่งด่วนก็คือเรื่องไฟร์ (Fire) หรือว่าเรื่องของไฟไหม้ อัคคีภัย ซึ่งด้วยความเป็นจริงแล้วถ้าเราฟอลโลว์ (Follow) หลักการ แบบเดียวกันกับที่ต่างประเทศได้ดำเนินการในหลาย ๆ ประเทศดังเอกสารที่แนบไปหรือว่า ที่นำเสนออยู่ เราจะเห็นว่าหลายประเทศทั่วโลกเกินครึ่งของสมาชิกไอทียู ซึ่งจริง ๆ ก็เกินครึ่งของทั้งโลกนี้แล้ว มีการนำเลขหมาย ๑๑๒ ไปจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุให้บริการ กับประชาชนเรียบร้อยแล้ว บางประเทศที่มีความพร้อมก็ทำตามข้อ ๕ ที่ผมได้นำเสนอไป ก็คือกำหนดเป็นเลขหมายเดียว ๑๑๒ ไปเลย บางประเทศที่ไม่มีความพร้อมหรือว่ามีเลขหมายอื่นที่ให้บริการอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ว่า จะเป็น ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๘๘ ๙๙๙ ๘๘๘ หรืออีกมากมายตามตารางที่นำเสนอ ก็จะต้องมี การประกาศเพื่อให้เลขหมาย ๑๑๒ เป็นเลขหมายฉุกเฉินสากล แบบที่ชาวต่างประเทศ หรือว่าแม้แต่เราเดินทางไปต่างประเทศสามารถกดได้โดยที่ไม่ต้องไปจำว่าแต่ละประเทศนั้น มีความแตกต่างของหมายเลขกันมากน้อยเพียงใด การกด ๑๑๒ ต้องสามารถทำได้ทุกพื้นที่ บนโลกนี้ บนอุปกรณ์ใด ๆ ก็ได้ บนเครือข่ายโทรศัพท์มือถือใดก็ได้ แม้จะเสียสตางค์ หรือไม่ต้องเสียสตางค์ อันนี้เป็นสิทธิพื้นฐานที่ไอทียูพยายามจะสร้าง ย้อนกลับมาดู ในส่วนของประเทศไทยครับ ตารางที่กำลังนำเสนออยู่นี้เป็นข้อมูลจากไอทียู ดึงมาจาก ฐานข้อมูลของไอทียูซึ่งพับลิก (Public) หรือว่าออนไลน์ (Online) หรือให้สมาชิกไอทียู ทั้งโลกนี้ได้เห็นตรงกัน ผมคาดสีเหลืองไว้ตรงที่เป็นข้อมูลของประเทศไทย เราจะพบว่า ในส่วนของประเทศไทยละมีการนำเสนอหรือว่ามีการประกาศใช้เลขหมายนี้หรือยัง ตามที่ ไอทียู เรคคอมเมนเดชันตั้งแต่ปี ๒๐๐๘ ปัจจุบันปี ๒๐๑๕ ทั้ง ๆ ที่หลายประเทศได้มี การประกาศไปแล้วไม่ต้องพูดถึงว่าประเทศนั้น ๆ เจริญกว่าเราหรือไม่เจริญกว่าเรา รวยกว่าเรา หรือไม่รวยกว่าเราแต่ทุกประเทศตระหนักหรือไม่ต่างหากโดยมีการประกาศไปแล้ว แต่ประเทศไทยนั้นในตารางนี้ซึ่งเป็นฐานข้อมูลระบุไว้ว่าเราแจ้งเลขหมายฉุกเฉินให้กับไอทียู ทราบว่าประเทศไทยมีเลขหมายฉุกเฉินดังต่อไปนี้ เลขหมาย ๑๑๙๗ เลขหมาย ๑๓๐๐ เลขหมาย ๑๑๓๔ เลขหมาย ๑๖๖๙ เลขหมาย ๑๙๑ เลขหมาย ๑๙๒ และเลขหมาย ๑๙๙ ถ้าท่านใดได้มีเวลาในการพิจารณาเอกสารหรือเข้าฐานข้อมูลของไอทียูเอง ท่านจะพบเลยครับว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประกาศเลขหมายฉุกเฉินบนฐานข้อมูลไอทียูเยอะที่สุดในตาราง ของไอทียู ๙๔๐ กว่าเรคคอร์ด แต่ในจำนวนเลขหมายที่ประกาศนั้นเราไม่ได้ทำตาม เรคคอมเมนเดชันของไอทียูที่กำหนดว่าให้เลือกอยู่ ๒ เลขหมาย ๑๑๒ และ ๙๑๑ อันนี้ ผมฝากท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในที่นี่ ถ้าท่าน มีวัตถุประสงค์เรื่องการปฏิรูประบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน ผมฝากพิจารณาประเด็นนี้เป็นประเด็น ที่หนักแน่นที่เราควรจะต้องทำให้ถูกต้อง หรือว่าทำให้ตรงตามกติกาสากล หรือสิ่งที่ประเทศ เพื่อนบ้านในโลกนี้กำลังดำเนินการอยู่ ถ้าเราไม่ทำวันนี้เราจะทำในวันข้างหน้าลำบาก อันนี้เป็นประเด็นหนึ่ง

เพิ่มเติมในส่วนของประเทศไทยละ จริง ๆ แล้วประเทศไทยก็ไม่ถึงกับว่า ไม่ได้สนใจเลขหมายนี้เลย แต่เนื่องจากว่าเราอาจจะติดข้อบังคับหรือข้อกำหนดหลายอย่าง แล้วก็ผ่านมาหลายยุคหลายสมัย แต่อย่างไรก็ดีสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งจริง ๆ ก็ได้ศึกษาเรื่องนี้มาตั้งแต่ ยุคของกรมไปรษณีย์ แล้วก็ กทช. จนมาถึงยุคของ กสทช. ก็ได้ตกผลึกแล้วก็ออกประกาศ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ในแผนจัดการเลขหมายโทรคมนาคมแห่งชาติ โดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ซึ่งมีใจความโดยความเป็นจริงเป็นเรื่อง ของการจัดสรรเลขหมายของทั้งประเทศ ทั้งเลขหมาย ๗ ตัว ๙ ตัว ๑๐ ตัว มือถือ ซึ่งรวมถึง เลขหมายสั้นด้วย เพราะฉะนั้นในส่วนอื่น ๆ ผมจะไม่พูดถึง ความน่ายินดีก็คือในประกาศตัวนี้ เมื่อ ๑ ปีที่แล้ว ครบ ๑ ปีไปหมาด ๆ มีการได้กำหนดเลขหมายฉุกเฉินที่เป็นเลขหมายสั้น พิเศษอยู่ ๓ หลัก โดยกำหนดว่าต้องเป็นเลขหมายสำหรับการช่วยเหลือประชาชน และในจำนวนนั้นก็มีการกำหนดเรื่องของเลขหมาย ๑๑๒ ไว้แล้ว ในส่วนของเลขหมายอื่น ๆ ผมจะไม่พูดถึงแต่ในส่วนของเลขหมายสั้นประกาศของสำนักงาน กสทช. อันนี้ได้มี การกำหนดไว้แล้วว่าเลขหมาย ๓ หลักเป็นเลขหมายหรือว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ที่มีความสำคัญมากใช้แล้วหมดไป เพราะฉะนั้นจะไม่แอสไซน์ (Assign) ให้กับหน่วยงาน ที่ไม่เกี่ยวข้องหรือว่าเรื่องที่ไม่จำเป็น เพราะฉะนั้นเลขหมาย ๓ ตัวนี้ปัจจุบันโดนแอสไซน์อยู่ที่ เลขหมาย ๑๙ เอ็กซ์ (X) คำว่า เอ็กซ์ เป็นได้ตั้งแต่ ๑ ถึงเลขหมาย ๙ แล้วก็แอสไซน์ให้กับ หน่วยงานที่ให้บริการประชาชนในลักษณะที่เป็นเหตุด่วน เหตุร้าย หรือเหตุจำเป็นเร่งด่วน ดังต่อไปนี้ เลขหมาย ๑๙๑ ได้แอสไซน์ให้กับการแจ้งเหตุด่วน เหตุร้าย ผมใช้คำว่า การแจ้ง เหตุด่วนและเหตุร้าย เลขหมาย ๑๙๒ เป็นเรื่องของภัยพิบัติธรรมชาติ เลขหมาย ๑๙๓ ยังไม่ได้กำหนด เลขหมาย ๑๙๔ เป็นเหตุฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัย เลขหมาย ๑๙๕ ยังไม่ได้ กำหนดเลขหมาย ๑๙๖ ยังไม่ได้กำหนด เลขหมาย ๑๙๗ ยังไม่ได้กำหนด เลขหมาย ๑๙๘ เป็นเหตุฉุกเฉินภัยพิบัติ และเลขหมาย ๑๙๙ อย่างที่เราทราบกันดีเป็นเรื่องของการแจ้งเหตุ เพลิงไหม้ และได้มีการกำหนดเลขหมาย ๑๑๒ โดยกำหนดไว้ลอย ๆ ว่าเป็นบริการโทรศัพท์ ฉุกเฉินตามข้อแนะนำของไอทียู อันนี้ออกเมื่อปีที่แล้ว ปี ๒๕๕๗ หลังจากที่ไอทียูแนะนำมา ตั้งแต่ปี ๒๐๐๘ หลักการต่อมาก็คือเมื่อมีการประกาศใช้แล้วต้องทำให้เกิดผล ณ ปัจจุบันเรา อยู่ในขั้นตอนนั้น ปัจจุบันเลขหมาย๑๑๒ จริงอยู่สามารถกดได้จากโทรศัพท์มือถือ แต่ไม่ใช่ด้วยอำนาจของข้อกฎหมายในประเทศเรา เนื่องจากว่าผู้ผลิตซึ่งเป็นผู้ผลิตระดับโลก เขาผลิตรองรับมาตามข้อแนะนำของไอทียูก่อนหน้านี้แล้ว เพราะฉะนั้นท่านจึงกด ๑๑๒ ได้ โดยอัตโนมัติ แต่วันนี้ถ้าท่านกลับไปที่บ้านท่านไปกด ๑๑๒ ด้วยโทรศัพท์บ้านหรือว่าแลนด์ไลน์ ท่านยังกดไม่ได้ เนื่องจากว่าจริง ๆ มีการกำหนดเลขหมาย ๑๑๒เอ็กซ์ ก็คือโดยความเป็นจริง เราเอาหมวด ๑๑๒ ไปใช้กับเลขหมาย ๔ หลักไปก่อนหน้านี้ ซึ่งปัจจุบันสำนักงานก็กำลัง ดำเนินการรีฟอร์มมิง (Reforming) เอาเลขหมายกลับมาเพื่อให้ ๑๑๒ สามารถใช้งานได้ด้วย แต่นั่นเป็นในเรื่องของการจัดการของผู้กำกับดูแลก็คือ กสทช. แต่สิ่งที่คณะกรรมาธิการ แล้วก็พวกผมได้มานำเสนอในที่นี้ต่อท่านประธานและท่านสมาชิกจะเป็นเรื่องของการปฏิบัติ ครับ ว่าเมื่อมีการเตรียมการในเรื่องข้อกฎหมายแล้ว ข้อกฎหมายของ พ.ร.บ. แพทย์ฉุกเฉิน ก็พร้อม ข้อกำหนดกฎหมายอื่น ๆ ระเบียบอื่น ๆ ก็พอที่จะปฏิบัติการได้ แล้วความจำเป็น ดังที่ท่านผู้ชี้แจงก่อนหน้าผมได้ชี้แจงแล้วว่ามีเหตุจำเป็นใด ๆ มากมายที่เราควรจะต้อง พัฒนาระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินโดยนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาให้ต่อการช่วยเหลือประชาชน ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยผ่านเลขหมาย ๑๑๒ เสียที

ผมมีข้อมูลต่อไปอีกนิดหนึ่งครับ ข้อมูลต่อไปจะเป็นข้อมูลของผู้ใช้บริการ ในส่วนของเลขหมายโทรศัพท์มือถือ ณ ปัจจุบัน ลองดูคร่าว ๆ เป็นข้อมูลจะพบว่า ณ ปัจจุบันนี้เรามีประชากรทั้งประเทศจริง ๆ อาจจะอยู่ประมาณ ๗๐ ล้านคน แต่เลขหมาย มือถือปัจจุบันที่ออกไปแล้ว ข้อมูลจาก กสทช. ปัจจุบันเรามีเลขหมายกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ เลขหมาย เพราะฉะนั้นจริง ๆ มากกว่าจำนวนประชากรของประเทศไปแล้ว

สไลด์ต่อไปจะแสดงในส่วนของเลขหมายที่เป็นฟิกซ์ ไลน์ (Fix line) หรือว่า โทรศัพท์มีสายหรือว่าโทรศัพท์ตามบ้านซึ่งครั้งหนึ่งโทรศัพท์ฟิกซ์ ไลน์มากกว่าโทรศัพท์มือถือ แต่ปัจจุบันตามไม่ทันแล้วครับ เลขหมายโทรศัพท์ตามบ้านปัจจุบันมีอยู่ประมาณ ๕,๘๐๐,๐๐๐ เลขหมาย โดยแบ่งเป็นเลขหมายในส่วนของภูมิภาค ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าเลขหมาย แล้วก็ในส่วนของกรุงเทพฯ ปริมณฑลอีกประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าเลขหมาย ถ้ารวมกัน ทั้งหมดก็ ๑๐๐ กว่าล้าน ชาร์ทด้านขวามันเป็นทฤษฎีเรื่องของกิจการโทรคมนาคม ซึ่งเมื่อก่อนเคยมีการวัดในเรื่องของความเจริญของประเทศว่าจะต้องมีเลขหมายโทรคม ไม่น้อยกว่า ๑๐ หมายเลข ต่อประชากร ๑๐๐ คน ปัจจุบันถ้ารวมจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สัญญาณมือถือ แล้วก็เลขหมายพื้นที่ที่เป็นแลนด์ไลน์ จริง ๆ เราเกินแล้วครับ เราเกินไปแล้ว แต่ถามบอกว่าการที่เราจะวัดความเจริญก้าวหน้าทางด้านโทรคมนาคมอาจจะไม่ได้วัด ในเรื่องของจำนวนเสมอไป ผมกำลังจะชี้ประเด็นให้เห็นว่า จริงอยู่ปัจจุบันเราอาจจะมี เลขหมายที่เราคุ้นเคยกันดี คนไทยคุ้นเคยกันดีว่าจะต้องแจ้งเลขหมายใด เลขหมายเหล่านั้น อาจจะคิด หรือว่าหน่วยงานเหล่านั้น หรือว่าระบบเหล่านั้นอาจจะคิดมาตั้งแต่ยุคของการมี เลขหมายโทรคมไม่กี่ล้านเลขหมาย รองรับกับคนที่โทรเข้าไปไม่กี่หมื่นคอลล์ (Call) หรือว่า ไม่กี่แสนคอลล์ต่อวัน แต่ปัจจุบันเมื่อเรามีเลขหมายโทรคมเพิ่มขึ้นมีการเคลื่อนไหว ของนักท่องเที่ยว แล้วก็มีการใช้บริการมากขึ้นในระดับ ๑๐๐ ล้านเลขหมาย แล้วจะเติบโต ขึ้นเรื่อย ๆ เราต้องย้อนถามเหมือนกันว่า แล้วในเรื่องของการแจ้งเหตุฉุกเฉินล่ะ มีใครมองเห็นหรือเปล่าว่าได้มีการพัฒนาเพื่อการรองรับตัวนี้หรือไม่ สิ่งที่ผมกำลังจะพูดมา รวมถึงท่านที่นำเสนอไปก่อนหน้าจะเห็นว่า เราไม่ได้นำเสนอให้ยุบหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แล้วมาใช้บริการ ๑๑๒ อย่างเดียว เราอาจจะโชคดีที่เราเป็นประเทศที่เริ่มท้าย ๆ ก็ได้ครับ ที่เราไม่ได้ทำเลขหมาย ๑๑๒ ตามที่ไอทียู แนะนำมากกว่า ๔๐ ปี แต่ข้อดีของเราในวันนี้ ก็มีตรงที่เราไม่ต้องคิดระบบใหม่ก็ได้ เราสามารถดูจากประเทศมากมายในโลกนี้ที่เขามีการใช้ ระบบ ๑๑๒ อยู่แล้ว หลายประเทศเหมือนเราครับ คือก่อนที่จะมีการประกาศใช้ เลขหมาย ๑๑๒ นั้น เขามีศูนย์ของหลายหน่วยงานอาจจะคล้าย ๆ กับเรา ตำรวจ แพทย์ ดับเพลิงหรืออาจจะมากมายกว่านี้ก็แล้วแต่ แต่ทำไมเขาจึงสามารถกำหนดเลขหมาย ๑๑๒ ให้กับประชาชน แล้วก็ให้บริการกับประชาชนได้ด้วย ศูนย์รับแจ้งเหตุหลาย ๆ อันนั้นอาจจะ ใช้เทคโนโลยีสักเมื่อ ๑๐ ปีก่อน หรือ ๑๕ ปีก่อน ก็รองรับได้ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีของโลก ก้าวไกลไปกว่านั้น หลาย ๆ ศูนย์ที่ใช้แล้วในสากลหรือว่าดำเนินการอยู่ในต่างประเทศ สามารถนำเอาข้อมูลภาครัฐ ข้อมูลการช่วยเหลือประชาชนหรือว่าข้อมูลอย่างเทคโนโลยี ที่เราเห็นกันอยู่ จริง ๆ ไม่ต้องไปมองถึงภาพยนตร์ครับ ไม่ใช่เรื่องในภาพยนตร์ ของจริงเขาก็ ทำได้แบบนั้น แต่ทำไมในประเทศเราจึงยังทำไม่ได้ถ้าท่านต้องการปฏิรูป ผมอยากจะฝาก เรื่องนี้ ก่อนจะถึงเทศกาลสงกรานต์เราอาจจะคุ้นเคยกับการที่จะต้องจดจำเลขหมายฉุกเฉิน หรือว่าเลขหมายสั้นในประเทศเราเยอะเหลือเกิน เมื่อก่อนอาจจะไม่กี่เลขหมาย ปัจจุบัน เวลาพรินต์ (Print) ออกมาก่อนจะถึงสงกรานต์คงจำได้อาจจะมีมากกว่า ๑๐ เลขหมาย คนไทยอาจจะคุ้นเคยกับการที่จะต้องจดจำก็ได้แต่โดยความเป็นจริงเราต้องย้อนถาม เหมือนกันว่า แล้วจริง ๆ เราจะต้องจดจำเลขหมายเหล่านั้นถึง ๑๐ เลขหมายหรือไม่ หรือเรา ควรจะจำแค่เลขหมายเดียวแล้วให้บริการเราได้ ช่วยเหลือประชาชนได้ในเหตุฉุกเฉินทุกอย่าง เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้ก็เป็นประเด็นที่ผมนำเสนอตามที่ได้รับมอบหมายว่าทำไมจึงต้อง เป็นเลขหมาย ๑๑๒ ทั่วโลกมีการใช้เลขหมาย ๑๑๒ มากน้อยเพียงใด ใครเป็นคนกำหนด เรื่องเลขหมาย ๑๑๒ แล้วกฎหมายในประเทศไทยถ้าจะดำเนินการเลขหมาย ๑๑๒ นั้น หน่วยงานต่าง ๆ กสทช. หรือว่าหน่วยงานอื่น ๆ มีการพร้อมที่จะรองรับมากน้อยแค่ไหน หรือยัง จริง ๆ ประเด็นอื่น ๆ ในส่วนที่ผมรับผิดชอบดูแลจะมีถึงเรื่องเทคนิคด้วย แต่คิดว่า ในวันนี้คงยังไม่ใช่เวลาของการที่จะนำมาเสนอให้กับท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติในที่นี้ประเด็นของผมก็คงจะหมดแต่เพียงเท่านี้ในเรื่องของการนำเสนอประเด็น ว่าทำไมถึงจะต้องเป็นเลขหมาย ๑๑๒ ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ