ชูศิลป์ คุณาไทย หารือเรื่องการปฏิรูประบบการแจ้งเหตุฉุกเฉินหมายเลขเดียว ๑๑๒ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ที่วิกฤติ ชูศิลป์ คุณาไทย ระบุว่าประชาชนมีปัญหาการเข้าถึงการแจ้งเหตุและรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน เนื่องจากข้อบกพร่องหลายประการ ชูศิลป์ คุณาไทย เสนอการแก้ไขข้อบกพร่องของระบบการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน และจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินเบอร์ ๑๑๒ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ที่วิกฤติ
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ กระผม พลเอก ชูศิลป์ คุณาไทย รองประธานกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุข กระผมขอรายงานการศึกษา เรื่องการปฏิรูประบบการแจ้งเหตุฉุกเฉินหมายเลขเดียว ๑๑๒ ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ สิทธิพื้นฐานของมนุษย์ที่จะได้รับการช่วยเหลือ เมื่อตนเองและครอบครัวอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย หรืออยู่ในสถานการณ์ที่วิกฤติ ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินเป็นบริการที่รัฐต้องจัดให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง ทันต่อเวลา และมีประสิทธิภาพ ช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ที่วิกฤติครับ ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ เหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นได้ทุกเวลาในชีวิตประจำวัน ได้นำความสูญเสียต่อทรัพย์สิน บาดเจ็บ พิการหรือเสียชีวิตมีมูลค่าของความเสียหายจำนวนมาก จากการรายงานขององค์การอนามัยโลกบอกว่าประเทศไทยเราเป็นประเทศที่มีความเสี่ยง ต่อการเกิดเหตุฉุกเฉินมากที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศ ข้อมูลของกระทรวงคมนาคม ได้รายงานถึงความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุทางจราจรมีมูลค่าในมิติทางเศรษฐกิจ โดยเฉลี่ยแต่ละปีมีมูลค่าถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี เหตุการณ์ไฟไหม้ในแต่ละปี ประเมินความสูญเสียเฉลี่ยประมาณปีละ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เหตุฉุกเฉินทางอาชญากรรม และความปลอดภัยมีสถิติการรับแจ้งและจับกุมในกลุ่มคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ ทั่วประเทศ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ มีจำนวนถึง ๔,๑๔๘ ราย สำหรับเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์นั้น สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินได้รายงานว่ามีผู้ที่ควรได้รับการช่วยฉุกเฉินมีจำนวนประมาณ ปีละ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครั้ง ปัจจุบันการแพทย์ฉุกเฉินช่วยได้เพียง ๑,๓๐๐,๐๐๐ ครั้งเท่านั้น ถ้าระบบการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินทำได้ดีกว่านี้จะช่วยได้มากกว่านี้ รายงานของสถาบัน การแพทย์ฉุกเฉินอีกเช่นกันครับ ปัจจุบันมีผู้ป่วยฉุกเฉินที่ต้องเสียชีวิตนอกโรงพยาบาล มีจำนวนประมาณ ๖๐,๐๐๐ คนต่อปี ถ้าระบบการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินของกู้ชีพ กู้ภัย และของ การแพทย์ฉุกเฉินมีประสิทธิภาพทันต่อเวลาจะช่วยชีวิตได้ถึงร้อยละ ๕๐ เช่นเดียวกับ ในประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่มีการช่วยฉุกเฉินที่ดีที่สุดได้ช่วยชีวิตได้ร้อยละ ๕๐ ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ชีวิตของประชาชนคนไทยจำนวนประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน ที่เสียชีวิตอยู่ภายนอกโรงพยาบาลมาเป็นการช่วยชีวิตได้ถึงประมาณ ๓๐,๐๐๐ คนต่อปี เป็นค่ามหาศาลที่ไม่สามารถจะนำไปเปรียบเทียบกับสิ่งใด ๆ ได้ครับ การลดการสูญเสีย จากเหตุฉุกเฉินนั้นจะต้องเริ่มจากการแจ้งเหตุและรับแจ้งเหตุฉุกเฉินที่รวดเร็วนำไปสู่ การช่วยเหลือในที่เกิดเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อเวลา ตามมาด้วยการส่ง โรงพยาบาลที่เหมาะสมและได้รับการช่วยเหลือต่อในโรงพยาบาลจนพ้นภาวะวิกฤติ อย่างไรก็ตามก็ต้องถือว่าการแจ้งเหตุและรับแจ้งเหตุฉุกเฉินเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญที่สุด เพราะเป็นจุดเริ่มแรกให้มีการปฏิบัติการช่วยเหลือในขั้นต่อไปที่มีประสิทธิภาพและทันต่อ เวลา เพราะทุกนาทีที่ล่าช้านำไปสู่การสูญเสียของชีวิตและทรัพย์สิน ข้อเท็จจริงสำหรับ ประเทศไทยในปัจจุบันระบบการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินจากสาเหตุต่าง ๆ มาจากทางโทรศัพท์ที่มี หมายเลขของหน่วยงานที่ออกปฏิบัติการช่วยฉุกเฉินมีจำนวนมากกว่า ๓๐ หมายเลข เช่น เหตุฉุกเฉินทางด้านอาชญากรรมและความปลอดภัยใช้หมายเลข ๑๙๑ ขึ้นอยู่กับสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ เหตุฉุกเฉินทางการแพทย์จากการเจ็บป่วยฉุกเฉินและการบาดเจ็บ ใช้หมายเลข ๑๖๖๙ ขึ้นอยู่กับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน เหตุเพลิงไหม้ใช้หมายเลข ๑๙๙ ขึ้นอยู่กับหน่วยดับเพลิง กู้ภัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เหตุฉุกเฉินสาธารณภัยและภัยพิบัติ ใช้หมายเลขนิรภัย ๑๗๘๔ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปัญหาของหลายเบอร์ หลายหน่วยงานเมื่ออยู่ในภาวะฉุกเฉินทำให้เกิดการสับสน จำเบอร์ไม่ได้ หรือกดเบอร์ผิด ติดต่อไม่ได้ เสียเวลาหรือล่าช้า ตัวอย่างของเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ เหล่านี้ครับ เราจะขอความช่วยเหลือได้จากใคร ใครบ้าง มีหน้าที่ให้การช่วยเหลือ ติดต่อขอความช่วยเหลือเบอร์อะไรครับ มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก มีอุบัติเหตุจราจร เกิดไฟไหม้ ทะเลาะวิวาท ต้นไม้ล้มพาดสายไฟ งูเลื้อยเข้าบ้าน ท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติครับ งูเลื้อยเข้าบ้านท่านจะขอความช่วยเหลือจากใครครับ เบอร์อะไรครับ ถ้าท่านจำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับ รอให้งูกัดท่านเสียก่อนแล้วก็ขอความช่วยเหลือจากแพทย์ฉุกเฉิน สรุปแล้วระบบการแจ้งเหตุฉุกเฉินของประเทศไทยในปัจจุบันมีข้อบกพร่องอยู่หลายประการ ด้วยกันครับ
ประการแรกก็คือขาดการเข้าถึงของประชาชน มีสาเหตุหลายอย่างคือสาเหตุ จากหลายเบอร์หลายหน่วยงาน ทำให้เกิดความสับสน จำเบอร์ไม่ได้ ติดต่อไม่ได้ สาเหตุ จากประชาชนที่อยู่ในบางพื้นที่ของประเทศเช่น ในป่า บนภูเขา บนเกาะ ไม่สามารถติดต่อ แจ้งเหตุฉุกเฉินได้ สาเหตุจากการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินมีหลายหน่วยอยู่หลายพื้นที่ ทำให้มี การติดต่อเพื่อแจ้งเหตุฉุกเฉินผิดพื้นที่ ผิดหน่วยได้ สาเหตุจากปัญหาของอุปกรณ์เครื่องมือ ที่ใช้ในการสื่อสารบกพร่อง เช่น เครื่องแจ้งเหตุไม่ทันสมัย ระบบรับแจ้งเหตุบกพร่อง ระบบจ่ายงานบกพร่องเกิดขึ้นเป็นประจำ สาเหตุที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือข้อบกพร่องประการแรก ทำให้ขาดการเข้าถึงการแจ้งเหตุและรับแจ้งเหตุฉุกเฉินของประชาชน
ข้อบกพร่องประการที่ ๒ ก็คือการขาดประสิทธิภาพในการสนับสนุน หน่วยปฏิบัติการช่วยฉุกเฉิน เช่น ไม่สามารถบอกตำแหน่งหรือพิกัดของผู้แจ้งเหตุ ไม่สามารถ แจ้งข้อมูลหมายเลขของผู้โทรแจ้ง ไม่มีข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล เพื่อสนับสนุนหน่วยปฏิบัติการช่วยฉุกเฉิน นอกจากนี้การที่บอกข้อมูลหมายเลขของผู้แจ้งยัง เป็นมาตรการที่จะใช้ป้องกันไม่ให้มีการโทรแจ้งที่มีเจตนาโทรเพื่อเป็นการรบกวนได้อีกด้วย
ข้อบกพร่องประการที่ ๓ คือไม่มีระบบการประสานงานการช่วยเหลือ ของหน่วยปฏิบัติการต่าง ๆ เช่น ในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้ อาจจะมีผู้บาดเจ็บด้วยจำเป็น จะต้องได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยปฏิบัติการหลายด้าน เช่น การไฟฟ้าเข้ามาตัดไฟ ตำรวจ เข้ามาจัดการจราจรและควบคุมสถานการณ์ให้หน่วยดับเพลิงเข้ามาทำการดับเพลิง ให้หน่วยปฏิบัติ แพทย์ฉุกเฉินสามารถเข้าช่วยประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บได้
ข้อบกพร่องประการที่ ๔ คือ ระบบเดิมไม่มีมาตรฐานสากล เช่น ไม่สามารถ มีระบบที่เชื่อมโยงกับระบบรับแจ้งเหตุฉุกเฉินระหว่างประเทศ ทำให้คนไทยไปต่างประเทศ แจ้งเหตุฉุกเฉินทำได้ยาก นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต่างภาษา ไม่สามารถแจ้งเหตุฉุกเฉิน ในประเทศไทยได้ หรือทำได้ยากเช่นกัน ภาพนี้ก็เป็นตัวอย่างของการสูญเสียซึ่งนำมา ซึ่งการเสื่อมเสียชื่อเสียงของประเทศ แล้วก็มีผลกระทบต่อกิจการท่องเที่ยวของประเทศได้
ข้อบกพร่องประการที่ ๕ ก็คือไม่มีระบบติดตามการปฏิบัติงานการช่วยเหลือ ฉุกเฉิน ไม่มีการประเมินผลการปฏิบัติงาน ไม่มีระบบการบันทึกข้อมูลเพื่อพัฒนางาน และการประชาสัมพันธ์ ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ถึงเวลาแล้วครับที่จะต้อง ปฏิรูประบบการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินโดยการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินเบอร์เดียว ๑๑๒ ให้เป็นหน่วยงานกลางในการบริหารจัดการระบบรับแจ้งเหตุฉุกเฉินและประสานงาน การช่วยเหลือฉุกเฉินของหน่วยปฏิบัติการทุกด้านให้สามารถแก้ปัญหาข้อบกพร่องของระบบ การรับแจ้งเหตุฉุกเฉินที่มีอยู่เดิมได้ทุกอย่าง ดังต่อไปนี้ครับ เพิ่มการเข้าถึงของประชาชนได้ ทุกกลุ่มทุกวัย ทุกประเภทความพิการ บริการทั่วถึง ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือโดยการระบุตำแหน่งและข้อมูลของผู้แจ้งเหตุฉุกเฉิน ประสานงานการช่วยฉุกเฉินจากหน่วยปฏิบัติการได้ครบทุกด้าน มีความเป็นมาตรฐานสากล รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติต่างภาษาให้แจ้งเหตุฉุกเฉินได้สะดวกและรวดเร็ว มีระบบ การติดตามการปฏิบัติงานการช่วยเหลือและการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อหาเหตุผล มาสนับสนุนในการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินเบอร์เดียว ๑๑๒ จึงได้ศึกษาตามประเด็น การศึกษาดังต่อไปนี้ครับ
ข้อที่๑ ศึกษาความเป็นไปได้ในการตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินเบอร์เดียว ๑๑๒ ขึ้นโดยเร็ว
ข้อที่ ๒ ศึกษาการยอมรับให้มีหมายเลข ๑๑๒ สำหรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน เบอร์เดียวจากหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินทุกด้าน
และข้อที่ ๓ ศึกษาว่าหน่วยงานใดที่มีความเหมาะสมที่สุด พร้อมที่สุดที่จะ เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานในระยะแรกเริ่ม
ข้อที่ ๔ ศึกษาแผนงานการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินในระยะเริ่มแรก โดยเร็ว
ข้อที่ ๕ ศึกษาผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับหลังจากการมีศูนย์รับแจ้ง เหตุฉุกเฉินเบอร์เดียว
ในประเด็นการศึกษาข้อ ๑ ความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศูนย์ขึ้นโดยเร็ว ก็เพื่อให้มีการเริ่มต้นเพื่อนำไปสู่การพัฒนาการช่วยเหลือฉุกเฉินในขั้นต่อไปที่จะตามมาครับ
สำหรับวิธีการศึกษานั้นมีวิธีการศึกษา ๓ วิธี วิธีแรกได้ศึกษาจากเอกสาร ทางวิชาการ ศึกษาเอกสารของหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งศึกษาโดยการเชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งเครือข่ายประชาชนมาร่วมแสดงความคิดเห็น แล้วก็ศึกษาจากการไปดูงาน การปฏิบัติงานของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินและหน่วยงานอื่น ๆ ครับ ท่านประธานสภาครับ ในช่วงเวลาต่อไปนี้ผมจะขออนุญาตให้ผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง ๓ ท่าน คือ ดอกเตอร์ นายแพทย์ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ดอกเตอร์สืบศักดิ์ สืบภักดี ผู้เชี่ยวชาญ ด้านโทรคมนาคมของ กสทช. และนายแพทย์อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบัน การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ได้ชี้แจงตามลำดับและผมจะขอสรุปผลการพิจารณาตามประเด็น การศึกษาที่ได้ตั้งไว้ต่อภายหลัง