สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๔ · ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘

คุรุจิต นาครทรรพ ระบุว่าศูนย์ข้อมูลด้านพลังงานไทยแลนด์ เอ็นเนอร์จี อินฟอร์เมชัน ฮับเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ข้อมูลด้านพลังงานมีความโปร่งใสและรอบด้าน โดยหารือเรื่องราคาพลังงานของประเทศไทย โดยเฉพาะน้ำมัน และกล่าวหาว่าประเทศมาเลเซียและบรูไนลักลอบส่งออกน้ำมัน และรัฐบาลไทยอุดหนุนราคาปลีกน้ำมันให้ประเทศเหล่านี้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องพลังงานทดแทน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการหาปาล์มน้ำมันเพื่อผลิตไบโอดีเซล และวิจารณ์เรื่องโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้ซังข้าวโพดเป็นเชื้อเพลิง และยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำจัดขยะและผลิตไฟฟ้าจากขยะ

นายคุรุจิต นาครทรรพ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติผู้ทรงเกียรติ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ รองประธานกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน คนที่หนึ่ง ก่อนอื่นผมต้องขอกราบขอบพระคุณ เพื่อนสมาชิกทุกท่านรวม ๑๗ ท่าน ที่ได้ให้ความกรุณาให้ข้อแนะนำและข้อสังเกตที่มีคุณค่า และเป็นประโยชน์อย่างสูงต่อคณะกรรมาธิการ ซึ่งเราก็ขอน้อมรับที่จะไปถกแถลงกันต่อ เพื่อให้กรอบการปฏิรูปพลังงานบลูพรินท์ ฟอร์ เชนจ์ ในเรื่องที่สำคัญได้เกิดผล ก่อนที่จะได้ ขอให้ท่านประธานอนุกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเสริมในประเด็นที่ท่านยังสงสัยอยู่ ผมก็ขอพูดในภาพรวมสัก ๒-๓ ประเด็น

ในเรื่องแรก ก็คืออยากจะเน้นเรื่องสิ่งที่คณะกรรมาธิการโดยเฉพาะ คณะอนุกรรมาธิการชุดที่ ๒ เรื่องการกำกับกิจการและโครงสร้างพลังงาน เห็นความสำคัญ เหมือนกับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ก็คือเรื่องของการทำศูนย์ข้อมูลด้านพลังงานให้มี ความโปร่งใสแล้วรอบด้าน ที่เราเรียกว่าไทยแลนด์ เอ็นเนอร์จี อินฟอร์เมชัน ฮับ เพราะข้อมูล ที่โปร่งใส รอบด้านและทุกคนเข้าถึงได้ก็จะทำให้เกิดความมั่นใจในข้อมูลและลด ความหวาดระแวง ผมอยากเรียนท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่อภิปรายเรื่องราคาน้ำมัน ต้องเรียนว่าราคาน้ำมันเปลี่ยนแปลงทุกวัน บางวันวันเดียวกันเปลี่ยนแปลงทั้งขึ้นและลง ตอนเช้าขึ้น ตอนเย็นลง ตอนเช้าลง ตอนเย็นขึ้น เพราะฉะนั้นมันเปลี่ยนตลอดเวลา แล้วเรา ก็พยายามนำเสนอในเว็บไซต์หรือในสื่อต่าง ๆ คนที่อยากจะเข้าถึงก็สามารถอ่านได้ แต่ก็ต้อง ยอมรับว่าประชาชนทั่วไปก็อาจจะยังไม่ทราบ เพราะฉะนั้นการทำศูนย์ข้อมูลก็เป็นเรื่อง สำคัญ

เรื่องราคาพลังงานของประเทศไทยโดยเฉพาะน้ำมัน ที่ท่านบอกว่าภาคใต้ ทำไมมีราคาถูก ถูกมากอะไรอย่างนี้ ก็รู้กันอยู่ว่าเป็นเรื่องของการลักลอบน้ำมัน หลักการ โดยทั่วไปน้ำมันเวลาส่งออกมันก็ต้องถอดภาษีออก แล้วประเทศที่นำเข้าเขาก็ไปบวกภาษี ของเขา น้ำมันที่ประเทศสิงคโปร์ที่เป็นราคาอ้างอิงทั้งหลายเป็นราคาฟรี ออน บอร์ด (Free on board) ฟรี ออน บอร์ดก็คือถอดภาษีออกแล้ว คนสิงคโปร์ไม่ได้ใช้น้ำมันราคาแพลท ออย แกรม (Platt Oil gram) เขาก็บวกภาษีเช่นเดียวกันสำหรับประเทศมาเลเซียตอนนี้ เป็นประเทศเกือบจะประเทศเดียวรายใหญ่ในอาเซียนที่มีการส่งออกน้ำมันออก ก็มีประเทศบรูไน อีกอันหนึ่ง เขาก็ซื้อขายราคาน้ำมันของบริษัทที่ผลิตในประเทศในราคาตลาดเช่นเดียวกัน แต่ราคาขายปลีกที่ปั๊มน้ำมันของเขารัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง เขาก็ตั้งงบประมาณ มาอุดหนุน ปีหนึ่งก็หลายแสนล้านบาทน่าจะไม่ต่ำกว่า ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เขาอุดหนุนกลายเป็นอุดหนุนเพื่อนบ้านไปด้วย อันนี้ก็ต้องเรียนให้ทราบ

เรื่องของพลังงานทดแทนที่ท่านดอกเตร์พิสิฐพูดเรื่องคอนแทรคท์ ฟาร์มมิง (Contract farming) อะไรก็ตาม แล้วก็เรื่องซังข้าวโพดทำไฟฟ้าก็ขอน้อมรับมา แต่อยากจะ เรียนว่า คอนแทรคท์ ฟาร์มมิง ในความหมายของพลังงานที่เราทำนี้ เราก็คิดว่าจะหาปาล์มน้ำมัน มาทำไบโอดีเซลให้เพียงพอโดยไม่กระทบห่วงโซ่อาหารก็จะทำคอนแทรคท์ ฟาร์มมิง แต่เรา ก็ได้รับการเตือนว่าอย่าไปทำคอนแทรค ฟาร์มมิง แล้วส่งเสริมให้เกิดการบุกรุกป่าแต่ประเด็น ที่ท่านดอกเตอร์พิสิฐอภิปรายนี้เข้าใจว่า เป็นเรื่องของว่าจะมาสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่ใช้ซังข้าวโพดเป็นเชื้อเพลิงเพื่อลดการเผาป่า ปัญหาหมอกควัน อันนี้ก็ต้องเรียน เพราะว่า โรงไฟฟ้าชีวมวลก็ต้องการเชื้อเพลิงสม่ำเสมอตลอดทั้งปี ไม่ใช่ต้องการเชื้อเพลิงเฉพาะช่วงที่ ตัดข้าวโพดแล้ว มันก็ต้องมีเชื้อเพลิงสม่ำเสมอ แล้วมันก็จะไม่ได้แก้ปัญหารุกป่าด้วย เพราะว่าการที่ข้าวโพดราคาดีก็ทำให้คนปลูกข้าวโพดแล้วก็อาจจะบุกรุกป่า เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลถ้าจะให้ดีควรจะทำที่รับเชื้อเพลิงวัตถุดิบได้หลากหลายที่เป็น มัลติฟีดสต็อก (Multi-feedstock) แล้วก็สามารถป้อนได้ทั้งปีมากกว่า แต่อันนี้ก็ขอรับไป ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูดถึงการส่งเสริมขยะเป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้า คณะกรรมาธิการของเราเห็นความสำคัญเช่นเดียวกัน แล้วผมก็คิดว่ารัฐบาลนี้ ก็ให้ความสำคัญเท่าที่เราติดตามข่าว ความจริงปัญหาขยะไม่ใช่ปัญหาของพลังงาน พลังงาน เป็นส่วนเสริมที่จะช่วยให้ขยะได้กำจัดไปได้เร็วขึ้น แล้วก็เกิดรายได้ในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่ผ่านมา ๑ ปีนี้ ผมคิดว่าเรื่องขยะเขาให้ความสำคัญมาก

๑. ก็คือมีการออกอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับโรงไฟฟ้าที่ใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิง ในอัตราที่จูงใจมากกว่าเชื้อเพลิงชีวมวลประเภทอื่น ๆ

๒. การส่งเสริมการลงทุนภายใต้บีโอไอ (BOI) ก็เข้าใจว่าให้เป็นเกรดเอ ๑ เลย ใครจะทำขยะ แต่ปัญหาขยะอย่างที่หลาย ๆ ท่านทราบมีเจ้าของขยะ เพราะฉะนั้นตอนนี้ ที่รัฐบาลเขาทำนี้ก็คือให้หน่วยทหารที่เป็นเจ้าของอยู่แล้วไปทดลองนำร่องและเทคโนโลยี กำจัดขยะที่ทำพลังงานมันก็มีแบบทั้งฝังกลบเพื่อทำแก๊สชีวภาพกับเผาไปเลย ขยะต้องเรียนว่า หลาย ๆ ที่ที่ไปทำไม่ว่าที่จังหวัดภูเก็ต หรือจังหวัดระยอง หรือประสบปัญหานี้เป็นเพราะ ไม่มีการแยกขยะ แล้ววิจัยว่าค่าความร้อนจากขยะเป็นอะไร ไม่ใช่อะไรก็เผาได้หมด เพราะจะทำให้เครื่องไม่มีประสิทธิภาพแล้วก็เสียได้ในที่สุด เพราะฉะนั้นขยะมันจำเป็น ต้องมีการคัดแยก แล้วก็ทรีท (Treat) ก่อนที่จะทำเป็นโรงไฟฟ้า ซึ่งอันนี้ผมคิดว่า คณะอนุกรรมาธิการของท่านอลงกรณ์ก็ทำอยู่แล้ว แล้วก็ข้อเสนอแนะก็จะได้รับไป

เรื่องกองทุนน้ำมันที่ท่านสมาชิกหลายท่านถามนี้ เราก็ได้มีมติไปแล้วว่า กองทุนน้ำมันยังมีความจำเป็นและควรใช้รักษาเฉพาะเสถียรภาพราคาพลังงานในช่วงสั้น ๆ แล้วก็ส่งเสริมพลังงานทดแทน แต่ไม่ใช่ไปอุดหนุนข้ามกลุ่มแล้วไปกู้เงินเขามา สมัยหนึ่ง กองทุนน้ำมันเคยขาดทุนถึง ๘๐,๐๐๐-๙๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อไม่ถึงปีที่ผ่านมากองทุนน้ำมัน ติดลบอยู่เกือบหมื่นล้านบาท ทุกวันนี้ก็นิ่งอยู่ที่ประมาณเกือบ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ได้ ใช้รักษาเสถียรภาพช่วงราคาน้ำมันขึ้นมาในช่วงอาทิตย์กว่าที่มานี้ แล้วก็ไม่มีการอุดหนุน ข้ามกลุ่มอีกแล้ว ผมคิดว่าประเด็นหลัก ๆ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณทุกท่านอีกครั้ง แล้วก็ จะได้นำไปถกแถลงกันในคณะกรรมาธิการครับ ก็อยากจะขออนุญาตให้ท่านอนุกรรมาธิการ ที่มีอะไรจะเสริม ทั้งในเรื่องของราคาพลังงาน เรื่องปรับโครงสร้าง เรื่องไฟฟ้า และเรื่อง พลังงานทดแทนและประสิทธิภาพพลังงาน ขอบพระคุณครับ