สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๔ · ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ประเสริฐ ชิตพงศ์ พูดถึงการปฏิรูปพลังงานของไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของพลังงานชีวภาพ และเรียกร้องให้มีการกำหนดแผนและวิธีการที่ชัดเจนในการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพภายใน 20 ปี เพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นใจและสามารถกำหนดแผนการผลิตพืชเกษตรได้

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดสงขลา ขออนุญาตที่จะร่วมมีความเห็นกับรายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานในวันนี้ ต้องขออนุญาตว่าอันดับแรกต้องขอชมเชยขอชื่นชมต่อคณะกรรมาธิการที่ได้จัดทำรายงาน แล้วก็แบ่งภาคส่วนต่าง ๆ ออกมาได้เป็นอย่างดีมาก แล้วก็ได้ให้ข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์มาก ต่อการที่จะมองเห็นภาพของการพัฒนาพลังงานแล้วก็การปฏิรูปพลังงานในอนาคต ผมขออนุญาตจะไปที่กรอบหลักและผลผลิตของการปฏิรูปพลังงานของไทย ซึ่งอยู่ในหน้า ๗ ของแผ่นชาร์ท (Chart) ก็จะเห็นว่ามันมีส่วนสำคัญอยู่ส่วนหนึ่ง ก็คือได้แสดงให้เห็นว่า เราสามารถจะผลิตพลังงานจากแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียนชีวภาพได้ เต็มศักยภาพ ซึ่งในส่วนนี้ผมเรียนว่าเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง จริงอยู่เรื่องพลังงานนั้น มันมีเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย เรื่องปิโตร เรื่องอื่น ๆ เรื่องพลังงานจากฟอสซิล แต่ว่าเรื่องที่ สำคัญก็คือถ้าหากว่าเราจะใช้ประโยชน์จากการที่เราอยู่ในพื้นที่ในภูมิศาสตร์ในสภาพที่เรามี ความพร้อมด้านของแหล่งพลังงานที่มาจากชีวภาพนี่ ผมคิดว่าเราควรจะต้องให้ความสำคัญ กับเรื่องนี้และการปฏิรูปก็น่าจะเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งในกรอบที่ ๔ ที่ได้เขียนไว้ก็ถือว่าที่ได้ ให้ความสำคัญกับเรื่องการปฏิรูปพลังงานเอาไว้นั้น ผมขออนุญาตที่จะไปในกรอบย่อยที่ ๒ ซึ่งผมคิดว่าก็เป็นประเด็นที่สำคัญที่อยากจะขอมีความเห็นแล้วก็พูดถึงสักเล็กน้อย โดยเฉพาะ ในข้อ ๒.๖ ข้อ ๒.๗ และข้อ ๒.๘ อยู่ในหน้า ๔ ซึ่งบังเอิญว่าผมได้มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่กับ เรื่องของการดำเนินการด้านพลังงานที่เกี่ยวกับไบโอเบสด์ (Bio-based) เพราะว่าในทางด้าน การศึกษาและในทางด้านการปฏิบัติงานก็จะมีส่วนเกี่ยวข้องที่เกี่ยวกับการผลิตทางเกษตร แล้วก็การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรไปสู่การเป็นไบโอเบสด์ เอ็นเนอร์จี (Bio-based energy) ก็เลยอยากจะมีความเห็นเพิ่มเติมในส่วนนี้ว่า ในส่วนของพลังงานที่เกี่ยวข้องกับ พลังงานชีวภาพนั้นทำอย่างไรเราจะให้มีการพัฒนาศักยภาพของพลังงานจากไบโอเบสด์นี้ ได้เต็มศักยภาพจริง ๆ การที่พลังงานด้านไบโอเบสด์มันมีส่วนสำคัญอยู่กับวิถีชีวิตของผู้คนด้วย ของเกษตรกร ของพี่น้องเกษตรกรเป็นจำนวนมาก อย่างน้อยที่สุดพืชหลัก ๓ พืชที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องของพลังงาน ก็คือปาล์มน้ำมัน ซึ่งโดยเฉพาะผมมาจากทางใต้ ปาล์มน้ำมันถือว่า เป็นพืชหลักและพืชสำคัญตอนนี้ แล้วรัฐบาลเองก็ต้องการจะให้ปาล์มน้ำมันมาทดแทน ยางพาราด้วย พืชที่ ๒ ก็คืออ้อย ก็เป็นพืชสำคัญทางด้านการเกษตรและพืชที่ ๓ ก็คือ มันสำปะหลัง อาจจะมีพืชอื่นอยู่ด้วยที่เกี่ยวข้องกับไบโอเบส เอ็นเนอร์จี หรือพลังงานชีวภาพ แต่อย่างน้อยที่สุด ๓ พืชนี้เป็นพืชหลักที่มีการปฏิบัติอยู่แล้ว แล้วก็คงจะปฏิบัติต่อไป แต่ปัญหาสำคัญก็คือว่าเราไม่ได้มีการกำหนดแผนและกำหนดวิธีการ กำหนดการดำเนินงาน ที่จะทำให้เกษตรกรสามารถจะมีความมั่นใจได้ว่า เรื่องของการผลิตพืชที่เกี่ยวข้องกับ พืชพลังงานสามารถที่จะทำให้เขาอยู่ได้ในฐานะทางเศรษฐกิจและอยู่ได้ในฐานะที่เขาจะต้อง ดำรงชีวิตอยู่ด้วย อยู่กับการที่เขาจะต้องมีคุณภาพของชีวิตที่ดีด้วย เกษตรกรที่เกี่ยวข้อง กับปาล์มน้ำมันนั้นอาจจะอยู่ในฐานะที่ค่อนข้างดีกว่าเกษตรกรอื่น ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ราคาของปาล์มน้ำมันก็จะตกต่ำอยู่เรื่อย ๆ หากว่ามีข้อยืนยันได้ในการที่จะต้องกำหนดว่า มีปริมาณการใช้ปาล์มน้ำมันมากน้อยแค่ไหนในการที่จะมาผลิตเป็นพลังงาน ก็จะทำให้ การผลิตพืชไม่ว่ามันสำปะหลังหรืออ้อยก็เช่นเดียวกัน จะทำให้คาดการณ์ได้และเกษตรกรเอง ก็จะมีความเชื่อมั่นขึ้น แต่ปัจจุบันนี้ไม่ได้มีการกำหนดที่ชัดเจน ราคาพืชเกษตรเหล่านี้ จึงผันผวนและถ้าหากว่าเอาเรื่องของพลังงานมาเป็นตัวหลักสำคัญก็จะทำให้การผลิตพืชเกษตร ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรมีชีวิตที่ดำรงอยู่อย่างมีคุณภาพด้วย มีความมั่นคงในเศรษฐกิจ ก็เลยอยากจะขอให้มีการจัดทำแผนพลังงานพัฒนาเชื้อเพลิงที่ได้กำหนดไว้ในข้อ ๒.๖ ว่า มีการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพใน ๒๐ ปี อยากให้เป็นเรื่องที่จริงจัง แล้วก็มีความชัดเจน มาทำให้เกษตรกรหรือพี่น้องประชาชนคนไทยที่อยู่ในภาคเกษตร และมีส่วนสำคัญ ในการผลิตพืชเกษตร ๓ พืชนี้ซึ่งเป็นพืชที่เกี่ยวข้องกับพลังงานได้มีความมั่นใจ แล้วก็สามารถ ที่จะกำหนดแผนการต่าง ๆ ในการผลิตพืชของเขาได้ อาจจะเป็นทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว คือ ๒๐ ปีที่ได้กำหนดไว้ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วพี่น้องเกษตรกรซึ่งขณะนี้ก็มีอยู่ ประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ แล้วก็เชื่อมั่นได้ว่า ครึ่งหนึ่งของเกษตรกรในบ้านเรา ตอนนี้ของ ๔๐ เปอร์เซ็นต์จะอยู่กับพืชหลัก ๓ พืชนี้ ในภาคใต้ก็จะเพิ่มมากขึ้นในเรื่องปาล์มน้ำมัน ในภาคเหนือ ภาคอีสาน ไม่ต้องพูดถึง เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากให้มีความชัดเจนในเรื่องของ การกำหนดแผนการผลิตและการใช้ประโยชน์จากพลังงานทางชีวภาพนี้