สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๔ · ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘

พิสิฐ ลี้อาธรรม หารือเรื่องการปฏิรูประบบพลังงาน โดยเน้นย้ำถึงปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ และเสนอแนวทางแก้ไขด้วยการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็กหรือการใช้ซังข้าวโพดและต้นข้าวโพดเป็นเชื้อเพลิง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้าจากขยะและเรียกร้องการชดเชยการลงทุน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของระบบดีมานด์ เรสพอนซ์ และความเสี่ยงของประเทศไทยหากไม่มีการพัฒนาโรงไฟฟ้าและอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม

ขอบคุณท่านประธานครับ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกหมายเลข ๑๕๗ ก็ขอขอบคุณท่านกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานที่ได้นำเสนอ กรอบและหลักการปฏิรูประบบพลังงานที่ค่อนข้างที่จะสมบูรณ์ ครบถ้วน ที่กระผม จะขออนุญาตใช้เวลาของท่านสมาชิกในการอภิปรายจะมี ๒ ประเด็นด้วยกัน

ประเด็นแรก ก็จะเป็นเรื่องที่ท่านกิติพงศ์ก็ได้พูดไว้แล้ว ขออภัยที่เอ่ยนาม ก็คือเรื่องของพืชเกษตรที่ในภาคเหนือ ขณะนี้มีปัญหาอย่างมากในเรื่องของปัญหาหมอกควัน ที่กระผมได้เคยพูดในที่ประชุมแห่งนี้แล้วเมื่อเดือนที่แล้ว ก็ได้เห็นช่องทางว่าจริง ๆ เรื่องนี้ เรื่องของการปฏิรูประบบพลังงานน่าจะมีบทบาทได้ในการที่จะให้เกษตรกรที่มีการเพาะปลูก ข้าวโพด ซึ่งขณะนี้มีประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ด้วยกัน แล้วก็มีซังข้าวโพด มีต้นข้าวโพด ที่ต้องเผาเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดปัญหามลพิษหมอกควันในจังหวัดภาคเหนือต่าง ๆ ตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมา รวมทั้งเดือนมีนาคมด้วย ซึ่งถ้าเรื่องนี้ทางพลังงานมีวิธีการนำเสนอ แทนที่จะเป็นแค่การส่งเสริมพัฒนาอย่างเดียว แต่ให้มีการจัดให้มีการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก แล้วก็นำสิ่งเหล่านี้เป็นเชื้อเพลิงก็จะเป็น อานิสงส์อันใหญ่หลวงแก่ชาวจังหวัดในภาคเหนือ ซึ่งขณะนี้มีความทุกข์มากในเรื่องนี้ แล้วก็ เป็นมาทุกปี แล้วก็เชื่อว่าในเดือนมีนาคมปี ๒๕๕๙ จะต้องเกิดอีก จึงขอเรียนในที่แห่งนี้ว่า ถ้าเรื่องนี้ได้มีการนำเสนอเป็นการเฉพาะเจาะจงให้ชัดเจนว่าจะจัดให้มีการสร้างโรงไฟฟ้า ขนาดเล็ก หรือเพื่อที่จะซื้อซังข้าวโพดต้นข้าวโพดมาใช้เป็นพลังงานเชื้อเพลิงก็จะเป็นการช่วย เป็นอย่างมากเพราะความเสียหายนี้คิดเป็นตัวเงินที่คำนวณคร่าว ๆ ก็ประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าหากรัฐจะต้องซับซิไดซ์ (Subsidize) บ้างบางส่วนก็น่าจะคุ้ม อันนี้ไม่รวมไปถึง ความเสียหายอันเนื่องมาจากเรื่องของสุขภาพและอนามัยของผู้คนจำนวนเป็นล้าน ๆ คน ในจังหวัดภาคเหนือ นั่นประการหนึ่งที่ขออนุญาตจะพูดในเรื่องนี้

ขณะเดียวกันอีกเรื่องหนึ่งที่น่าคิดก็คือเรื่องของการสร้างโรงไฟฟ้าจากขยะ ซึ่งขณะนี้ก็เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้าเกิดทางฝั่งพลังงานจะได้ นำเสนอด้วย แล้วก็ลองคิดคำนวณดูว่าจะต้องมีการชดเชยแค่ไหน เพราะถ้าเอาแค่กลไก ตลาดคงจะไม่คุ้มไม่มีใครยอมสร้าง แต่ถ้าจะต้องมีครอส ซับซิดี (Cross subsidy) กันก็น่าจะ เกิดได้ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่หนึ่งที่กระผมขออนุญาตเรียน

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่จริง ๆ แล้วผมอ่านดูในรายงานท่านมีปรากฏอยู่ใน เอกสาร แต่น่าเสียดายตอนที่ท่านนำเสนอโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่นำเสนอเรื่องของหมวดที่ ๓ ว่าด้วยไฟฟ้า ไม่ได้มีการพูดถึงในเรื่องนี้ในเอกสาร แต่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญมากก็คือ เรื่องของดีมานด์ เรสพอนซ์ โปรแกรม เพราะขณะนี้ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องไฟฟ้าสูงมาก มีการใช้อย่างเดือนที่ผ่านมา สัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีตัวเลขว่าประเทศไทยมีการใช้เป็นสถิติสูง เป็นประวัติการณ์ และที่ผ่านมาหลายปีนี้เราไม่ได้มีการสร้างโรงไฟฟ้าอีกเลย ประเด็นนี้ก็คือ เราอาจจะเกิดปัญหาแบบฟิลิปปินส์ที่จะต้องมีการผลัดเปลี่ยนกันปิดไฟฟ้าในบางพื้นที่ ถ้าหากเหตุการณ์นั้นมาถึงก็จะเป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง แต่ระบบ ดีมาน เรสพอนซ์ (Demand response) เป็นระบบที่เขาใช้ในการบริหารจัดการ ไม่ใช่ระบบบังคับ เป็นระบบโวลันทารี (Voluntary) เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ถึงแม้ว่าจะมีปรากฏอยู่ในหมวดที่ ๔ ของท่านอลงกรณ์ แต่ผมเสียดายที่ในหมวดที่ว่าด้วยกิจการไฟฟ้ากลับไม่ได้พูดถึง ก็อยากจะ ขออนุญาตให้ท่านได้ดูแลเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องใหญ่มาก แล้วก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญครับ เวลาที่เหลือผมขออนุญาตยกอีกประเด็นหนึ่งเป็นเรื่องสุดท้าย ก็คือเรื่องของกิจการน้ำมัน และปิโตรเคมีมีความเกี่ยวเนื่องกัน และประเทศไทยของเราก็มีการพัฒนาในเรื่อง อุตสาหกรรมนี้มาเป็นอย่างมาก แต่ขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียก็มีการสร้างพื้นที่ ทางใต้สุดให้เป็นแหล่งที่จะผลิตแหล่งที่จะเป็นศูนย์พลังงานและปิโตรเคมี เพราะฉะนั้น ก็อยากจะฝากเป็นประเด็นหนึ่งว่าความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ในอุตสาหกรรมเหล่านี้จะต้องถูกกระทบอย่างไรถ้าเกิดมีการพัฒนาในประเทศเพื่อนบ้าน เหล่านี้เกิดขึ้น ก็คงต้องเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องมาช่วยกันคิด เพราะว่าเท่าที่อ่านจากเอกสาร ที่ท่านนำเสนอ ยังดูประหนึ่งเหมือนกับว่าเราจะนำพลังงานส่งออกนอกประเทศ ขออนุญาต เรียนแต่เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณมากครับ