สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๔ · ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘

กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ แถลงเห็นด้วยกับกรอบปฏิรูปพลังงาน โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของประชาสังคม วิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคม และเรียกร้องให้ภาครัฐจำกัดบทบาทในการบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียมหรือพลังงานให้ประชาชนและกองทุนวิสาหกิจชุมชนมีส่วนร่วมและมีความโปร่งใสในการทำงาน นอกจากนี้ กิติพงศ์ยังหารือเรื่องการให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยเสนอการปฏิรูปภาษีและใช้สมาร์ทการ์ดในการขึ้นทะเบียนผู้ได้รับความช่วยเหลือ และเห็นด้วยในการควบรวมการไฟฟ้านครหลวงกับการไฟฟ้าภูมิภาค และหารือเรื่องเกษตรพันธะสัญญาและความจำเป็นในการระมัดระวังในการดำเนินการ เพื่อไม่ให้เกิดการรุกล้ำป่าทรัพยากรธรรมชาติ

ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์

กราบเรียนท่านประธาน ท่านประธานกรรมาธิการ กระผม นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ สมาชิก สปช. หมายเลข ๑๐ ผมเห็นด้วยกับกรอบปฏิรูปพลังงานที่เสนอโดยคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่จะให้ประชาสังคม วิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคมเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจการ พลังงาน ซึ่งรวมถึงปิโตรเลียมและพลังงานอื่น ๆ ด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากและผม คิดว่าคณะกรรมาธิการจะต้องทำงานเรื่องนี้ให้บรรลุวัตถุประสงค์ให้ได้มากที่สุด เพราะว่า กลุ่มคนเหล่านี้จะเป็นกลุ่มคนที่จะสนับสนุนการปฏิรูประบบพลังงานของประเทศไทย เพราะในอดีตเรามีการต่อต้านจากคนกลุ่มนี้จำนวนมาก เพราะว่าเขาไม่มีส่วนได้เสีย ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๓ ประการหลัก ๆ ก็คือว่าบทบาทของภาครัฐในการบริหารจัดการ ทรัพยากรปิโตรเลียมก็ดี หรือพลังงานก็ดี เราได้เคยพูดกันแล้วในตอนที่จะจัดสัมปทาน ฉบับที่ ๒๑ ว่าเราควรจะให้ภาครัฐเข้าเป็นเจ้าของในการบริหารจัดการปิโตรเลียม หรือพลังงานหรือไม่ ซึ่งก็มีความเห็นที่แตกต่างกันออกไป กระผมคิดว่าการบริหารจัดการที่ให้ภาครัฐเป็นเจ้าของกิจการโดยการผูกขาดนั้นจะเป็นการ นำมาสู่ซึ่งการทุจริตอย่างรุนแรงในอนาคต การใช้นโยบายประชานิยมที่เกิดขึ้น ผมอยากจะ ให้เปรียบเทียบกับต่างประเทศอยู่ ๒-๓ ประเทศ ยกตัวอย่างประเทศซาอุดิอาระเบียซึ่งเป็น การให้สัมปทานกับเอกชนเป็นคนทำ กับประเทศที่ยึดเอาสัมปทานมาทำเอง เช่น เวเนซูเอลา บราซิล และมิพักผมขออนุญาตเอ่ยนามประเทศใกล้ของเราก็มีปัญหาเรื่องการทุจริตฉ้อฉล นำเงินไปใช้โดยรัฐบาล โดยบริษัทน้ำมันแห่งชาติของเขาโดยไม่มีการตรวจสอบจาก ประชาชน เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าถ้าหากเราจะให้เอกชนเป็นเจ้าของกิจการ เราก็อาจจะ ต้องจำกัด รัฐบาลถือหุ้นข้างมากแต่อาจจะยังไม่ถึงเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่ให้เอกชน ผมหมายถึง ว่าประชาชน กองทุนวิสาหกิจชุมชนเป็นเจ้าของพลังงานเหล่านั้น เพื่อให้เขารู้สึกจะให้มี ความโปร่งใสในการทำงาน อันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ประการที่ ๒ คือเรื่องของการให้ความช่วยเหลือกับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็น โจทย์ใหญ่ของสังคมไทย ซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐบาลหลายรัฐบาลใช้นโยบายประชานิยมเพื่อให้ ซับซิดี (Subsidy) กับกิจการพลังงาน ผมคิดว่าถ้าเรามีความจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือ กับบุคคลเหล่านั้น แต่กระบวนการที่ผมอยากจะฝากก็คือว่าที่เราเสนอเรื่องของการปฏิรูปภาษีก็ดี ในเรื่องของการใส่รัฐธรรมนูญก็ดีว่าผู้เสียภาษีหรือประชาชนต้องแสดงรายได้ ผมอยากจะ ฝากท่านกรรมาธิการว่าการช่วยเหลือประชาชนควรจะมีการขึ้นทะเบียน มีสมาร์ท การ์ด (Smart card) จะได้รู้ว่าใครที่จะได้รับความช่วยเหลืออย่างแท้จริง และหากสำหรับคนที่เสียภาษี ก็อาจจะมีมาตรการพิเศษที่จะให้ความช่วยเหลือแก่เขาได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่าเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวประชาชนมาก ถ้าจะเซ็ท (Set) ระบบเรื่องข้อมูลข่าวสารที่จะมี เรคคอร์ด (Record) ของผู้เสียภาษีหรือผู้มีรายได้ก็จะช่วยได้อย่างยิ่ง

ประการที่ ๓ ผมเห็นด้วยในการควบรวมการไฟฟ้านครหลวงกับการไฟฟ้าภูมิภาค เข้าด้วยกัน ที่จริงผมอาจจะคิดว่าทำไมไม่รวมอีแกท (EGAT) เข้าด้วยกันด้วย ทำไมไม่รวมพวกนี้ เข้ามาด้วยกัน การจัดซื้อจัดจ้างจะได้ประหยัดงบประมาณแผ่นดินเป็นจำนวนมาก

เรื่องต่อมา เรื่องนี้ผมว่าสำคัญมาก คือเรื่องเกษตรพันธะสัญญาที่เราจะให้มี เกษตรกรรมทางเลือกเพื่อมาผสมพลังงาน ผมคิดว่าเรื่องเกษตรพันธะสัญญาเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งทางกรรมาธิการเศรษฐกิจที่เคยได้ไปพบที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่จังหวัดน่าน ที่อำเภอแม่แจ่ม มีการรุกล้ำป่าเข้าไป ถ้าจะทำเกษตรพันธะสัญญา ผมจำเป็นจะต้องให้ระมัดระวังว่า จะไม่มีการรุกล้ำป่าทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดขึ้น เกษตรพันธะสัญญาอาจจะเป็นประโยชน์ กับบริษัทใหญ่ ๆ แต่ผมคิดว่าถ้าทำเกษตรพันธะสัญญาในเรื่องเชิงพลังงานแล้วน่าจะให้ วิสาหกิจชุมชนก็ดี หรือวิสาหกิจเพื่อสังคมเป็นผู้ทำ ไม่ใช่ให้บริษัทใหญ่ ๆ เป็นคนทำ เพราะถ้าให้บริษัทใหญ่ ๆ เป็นคนทำก็จะเกิดการรุกล้ำบุกป่าเข้าไป ซึ่งถ้าท่านรอฟังรายงาน จะเห็นว่าประเทศไทยสูญเสียป่าเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่จังหวัดน่าน โดยเฉพาะ เรื่องข้าวโพดที่จังหวัดน่านและที่อำเภอแม่แจ่มซึ่งทางกรรมาธิการได้ไปดูมา เพราะฉะนั้น ๔ ข้อหลัก ๆ นี้ผมอยากจะฝากให้ท่านกรรมาธิการได้โปรดนำไปพิจารณาเพื่อปรับปรุงแผน จะได้ชัดเจนต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ