เชื้อ ฮั่นจินดา หารือเรื่องการปรับโครงสร้างอำนาจระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น โดยเน้นย้ำถึงความแตกต่างของประเทศไทยกับประเทศอังกฤษ เช่น ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร และจำนวนข้าราชการ และเรียกร้องการปรับปรุงระบบการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสมดุลในอำนาจในการบริหารราชการ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เชื้อ ฮั่นจินดา สปช. หมายเลข ๗๐ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินครับ ที่ได้นําเสนอเรื่องการปรับโครงสร้างอํานาจระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค แล้วก็ส่วนท้องถิ่น เป็นเรื่องที่ดีที่นําเสนอเข้ามา แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดครับ วันนี้ผมไปอ่านบทความอยู่ ๑ ฉบับ เจอเขาบอกว่าเอาประเทศไทยไปเปรียบเทียบกับประเทศอังกฤษ เขาบอกว่าประเทศเรามี ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรประมาณ ๓ เท่าของประเทศอังกฤษ ในขณะที่มีประชากรพอ ๆ กัน ไม่ห่างกันเท่าไร แต่ตัวข้าราชการของเรามีมากกว่าเขาประมาณ ๒ หรือเกือบ ๓ เท่า อันนี้ก็สะท้อนให้เห็นอะไรบางอย่างที่จะต้องไปปรับปรุง
อันที่ ๒ ที่อยากจะนําเสนอต่อคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็คือเรื่องของการควบคุม การใช้จ่ายด้านบุคลากร โดยเฉพาะข้าราชการของรัฐ ผมเข้าใจว่าวันนี้เรามีค่าใช้จ่ายประจํา โดยเฉพาะข้าราชการส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคค่อนข้างจะเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของ งบประมาณแผ่นดิน อันนี้จะไปหาวิธีการอย่างไรก็สุดแท้แต่คณะกรรมาธิการครับ แต่ว่าในเมื่อเรากําลังจะมีเป้าหมายในการที่จะปฏิรูปโครงสร้างของอํานาจ จะมอบอํานาจ ไปให้ส่วนภูมิภาค แล้วก็ส่วนท้องถิ่นมันก็ต้องไปลดเรื่องของค่าใช้จ่ายประจําในเรื่องด้านบุคลากร ของส่วนกลาง แล้วก็ส่วนภูมิภาคลงไปด้วยเพื่อให้มันสอดคล้องกับข้อเท็จจริง แล้วก็สิ่งสําคัญ ที่สุดภารกิจที่กําลังจะสร้างความสัมพันธ์ให้ไปยังภูมิภาค แล้วก็ไปยังท้องถิ่น ผมเข้าใจว่า ภารกิจที่จะให้ไปก็ต้องดูด้วยว่าความพร้อมของปลายทาง โดยเฉพาะภูมิภาคกับท้องถิ่น มีความพร้อมมากน้อยขนาดไหน ถ้าจะให้ภารกิจไปต้องไปทั้งคน ไปทั้งอํานาจ ไปทั้งเงิน มันต้องกระจายลงไปให้มันไปสอดคล้องกันนะครับ อันนี้เป็นสิ่งสําคัญที่สุด ประโยชน์ ของการปรับปรุงโครงสร้างอํานาจระหว่างส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค ผมเข้าใจว่าวันนี้เรา กําลังจะทําให้ส่วนกลางเป็นส่วนที่กําหนดยุทธศาสตร์ แล้วก็กําหนดนโยบาย เราให้ ส่วนภูมิภาคไปมีหน้าที่ในการไปติดตาม แล้วก็ไปทําให้ยุทธศาสตร์และนโยบายนั้นให้ได้ผล แล้วก็ให้ความสําคัญไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อสักครู่ก็มีหลายท่านครับ มีการอภิปรายบอกว่าท้องถิ่นเองมีจํานวนค่อนข้างเยอะ แต่สิ่งที่ ผมกําลังจะนําเรียนท่านก็คือเรื่องของประสิทธิภาพ วันนี้เราจะเห็นว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง ก็มีหลายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่บริหารราชการส่วนท้องถิ่น แล้วได้ประโยชน์เกิด ขึ้นกับภาคประชาชน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีจํานวนไม่น้อยที่จะต้องไปดูด้วยว่าประสิทธิภาพ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเรื่องของโครงสร้าง ในเรื่องของอํานาจ ในเรื่องของหน้าที่ แล้วก็เรื่องของบุคลากร วันนี้ผมเข้าใจว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูปบริหารราชการแผ่นดิน ในการไปกระจายอํานาจลงไปยังภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นต้องไปดูความเชื่อมโยงว่า วันนี้ทางด้านกรรมาธิการด้านท้องถิ่นเขามีการปฏิรูปโครงสร้างในการรองรับอํานาจเหล่านี้ อย่างไร สิ่งสําคัญที่สุดที่จะต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็คือเรื่องของการปฏิรูป ระบบบริหารงานบุคคล ซึ่งเท่าที่นั่งฟังดูก็มีหลายข้อที่เป็นประโยชน์ ท่านบอกว่าจะให้มี การแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาบุคคล โดยระบบคุณธรรม ให้มีคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม แล้วก็ใช้หลักความสามารถของตัวบุคคลในการเข้าไปทํางานในหน้าที่ แล้วก็สิ่งสําคัญที่สุด ก็คือห้ามฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซง ผมก็เข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้คือคณะกรรมาธิการชุดนี้ กําลังนําเสนอในเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต ที่มีระบบอุปถัมภ์ มีระบบการแต่งตั้ง โดยฝ่ายการเมือง วันนี้ถ้าเกิดปรับปรุงโครงสร้างของอํานาจให้ต่างคนต่างมีหน้าที่แล้วก็ ไปประสานในการทําหน้าที่ที่ปลายทางก็เป็นเรื่องสําคัญที่สุด เพราะฉะนั้นเรื่องที่จะฝาก คณะกรรมาธิการชุดนี้ ก็คือว่ามันไม่ควรจะยืนอยู่ในเฉพาะระบบส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค มันต้องทําให้มันสอดคล้องกับกรรมาธิการชุดอื่น ก็คือให้ระบบการบริหารงานบุคคล มันสอดคล้องไปยังส่วนท้องถิ่นด้วย เพราะว่าการแบ่งโครงสร้างของอํานาจในเรื่องของ การบริหารงานบุคคล เราถือว่าทุกคนเข้ามาทําหน้าที่ในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นฝ่าย ของการเมือง ฝ่ายของภาคข้าราชการ หรือฝ่ายของภาคประชาชนต้องเข้ามาในสัดส่วน ที่เหมาะสม วางฐานความสมดุลในอํานาจให้มีความเหมาะสมในการที่จะทําหน้าที่ซึ่งกันและกัน อันนี้ต้องฝากท่านกรรมาธิการครับ กราบขอบพระคุณครับ