สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๓ · ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘

พงศ์โพยม วาศภูติ เสนอการปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดิน โดยเน้นการกระจายอำนาจและการจัดแบ่งอำนาจระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และการประเมินผลกระทบในทางที่เป็นประโยชน์ของโครงการหรือการดำเนินการของรัฐบาล เพื่อปรับปรุงการบริหารงานบุคคลในภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายพงศ์โพยม วาศภูติ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดินครับ ผมจะพยายามพูดหลายเรื่อง ให้ทันภายในเวลา

เรื่องที่ ๑ ขอกราบขอบพระคุณสําหรับการเสนอวาระการปฏิรูประบบ บริหารราชการ โดยให้ความสําคัญและเห็นประโยชน์ความจําเป็นของการบริหารราชการ ส่วนท้องถิ่น แต่ยังสงสัยว่าการจัดแบ่งอํานาจ การมอบอํานาจ การกระจายอํานาจ จากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคจะเป็นจริงได้หรือไม่ และจะทําได้เมื่อใด เพราะแม้แต่รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ ก็ได้เขียนในทํานองนี้ไว้แต่ก็ไม่เคยทําได้ แม้ในปี ๒๕๔๒ จะมีกฎหมายกําหนดแผนขั้นตอนและการกระจายอํานาจก็ยังทําได้ไม่ดีเท่าที่ควร ในร่างรัฐธรรมนูญที่พวกเรากําลังพิจารณานี้ก็ได้กรุณาเขียนไว้ในมาตรา ๒๑๑ เรื่องความเป็นอิสระ มาตรา ๒๑๒ เรื่องภารกิจหน้าที่ มาตรา ๒๑๓ เรื่องการคลังท้องถิ่น ซึ่งกระผมคิดว่าคงจะ ได้รับการต่อรอง ต่อสู้จากทางส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค เจ้าของกระทรวง ทบวง กรมที่ดูแล อํานาจพวกนี้อย่างมาก ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทําได้ตามที่ทางคณะกรรมาธิการเสนอหรือไม่

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมอยากจะเปิดเผยว่าแท้ที่จริงแล้วระบบ ราชการเรามีปัญหาอยู่ตรงนี้ครับ คือในบริษัทห้างร้านของทางเอกชนนั้นเมื่อเราเข้าไปทํางาน ไม่ต้องมีใครบอกว่าอัลติเมท โกล (Ultimate goal) หรือว่าเป้าสูงสุดของเขาคืออะไร คือกําไรครับ แต่เมื่อผมมารับราชการก็พูด ๆ กันในทํานองว่าเป้าประสงค์หลักของราชการ คือประโยชน์สุขของบ้านเมือง ความพึงพอใจของประชาชน ความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่จับต้องได้ยาก วัดก็ยาก ดังนั้นการบริหารราชการจึงมีเอาท์พุท (Output) คือผลผลิตออกมา แต่เอาท์คัม (Outcome) คือผลกระทบในทางที่เป็นประโยชน์นั้น น่าสงสัยอย่างยิ่งครับ ผมเองเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นอธิบดี เป็นปลัดกระทรวงก็เคยทํา โครงการงบประมาณโดยใช้งบประมาณของทางราชการเยอะแยะ ผมตัดถนน ผมสร้าง สะพานเดินเรือ สะพานท่าเรือ ผมสร้างเสร็จมันก็มีผลผลิตออกมา แล้วเมื่อเวลาผ่านไป พ้นปีงบประมาณนี้ไป คนก็ไปตื่นเต้นกับงบประมาณใหม่ที่กําลังจะมาถึง แต่ก็ไม่เคยดูเลยว่า ถนนหรือสะพานท่าเรือที่ผมสร้างนั้นมันได้ประโยชน์จริงตามที่ผมได้ทําโครงการขอไปหรือไม่ ดังนั้นผมขอเสนอว่าสมควรหรือยังครับที่จะต้องมีการจัดทําคํารับรองของผู้ของบประมาณ หรือขอโครงการที่สัญญาว่าจะเกิดผลกระทบในทางที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง เกิดขึ้น วัดได้ ดังนั้นผู้ของบประมาณต่อไปนี้ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน เช่น กองการเจ้าหน้าที่อาจจะอบรม เรื่อง ก.พ. กฎหมายใหม่ที่ออกมา แต่ว่าพอคนมาอบรม ๑๐๐ คน จบไป เสียเงินไป ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท มันก็ไม่มีการวัดว่ามันได้มีความรู้ในเรื่องนั้นจริงหรือไม่ ดังนั้นผมเสนอว่าควรจะต้องมีการจัดทําคํารับรองผล นอกจากผลผลิตแล้วต้องมีผลกระทบ ที่เป็นประโยชน์ด้วย

เรื่องที่ ๓ การบริหารงานบุคคล ในที่ผ่านมาหรือในปัจจุบันนี้คือรัฐมนตรี ตั้งปลัดกระทรวง ปลัดกระทรวงตั้งอธิบดี ถ้ามันจิกหัวกันต่ออย่างนี้นี่มันก็ลงไปถึงภารโรง ดังนั้นเมื่อรัฐมนตรีเขาขอผู้อํานวยการกอง ผู้อํานวยการสํานัก รองอธิบดี อธิบดีคนไหนขัดใจ เขาก็ให้ปลัดกระทรวงย้าย เพราะว่าอํานาจมันต่อเนื่องกัน ดังนั้นความพยายามของ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะตัดอํานาจการแต่งตั้งปลัดกระทรวงนั้น ผมก็ว่ามันก็ทําใหญ่โตมาก ไม่รู้ว่าจะดีหรือไม่ดีอย่างไร แต่ว่าผมเห็นด้วยว่าจะต้องตัดอํานาจของปลัดกระทรวงในการตั้ง อธิบดีโดยให้เสนอเป็นรูปคณะกรรมการครับ

เรื่องที่ ๔ คือการบริหารงานของรัฐสิ้นเปลือง ด้วยงบประมาณการบริหาร งานบุคคลมาก การเอาท์ ซอร์ส (Out source) ถึงแม้ว่าจะมีทํากันบ้างแต่ก็ยังน้อยเกินไป เสนอว่าควรจะต้องผลักดันให้หน่วยงานของรัฐเอาท์ ซอร์สให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้ แล้วก็เสนอว่าการปกครองท้องที่ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน สมควรที่จะไปทําเรื่องความมั่นคงภายใน การรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งเราก็ยังมีปัญหาอยู่

เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ ผมคิดว่าการบริหารงานบุคคลของผู้บริหาร ในภาครัฐปัจจุบันนี้มันเป็นลักษณะรวมศูนย์ ทําให้เสียเวลา เสียพลังงานในเรื่องรายละเอียดไปมาก ผู้ว่าราชการจังหวัดจะออกท้องที่ออกไปได้ครึ่งวันก็ต้องรีบกลับมาเซ็นหนังสือ ถ้าไม่อย่างนั้น ส่วนราชการเขาออกหนังสือไปถึงกรมก็ไม่ได้ นั่นคือความสิ้นเปลือง ทั้ง ๆ ที่หัวหน้าส่วน ขณะนี้ก็เป็นระดับซี ๙ ถ้าเทียบกับของเดิมก็เป็นระดับรองอธิบดีแล้ว เราก็น่าจะถึงเวลาหรือ ยังที่สตรัคเจอร์ (Structure) ของออร์แกไนเซซัน (Organization) มันควรจะแฟลท (Flat) ให้มากที่สุด แล้วก็มีการมอบอํานาจให้มากกว่าเดิม ซึ่งผมอยากจะนําเสนอไว้ในข้อเสนอ ของคณะกรรมาธิการการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินด้วยครับ ขอบพระคุณครับ