เตือนใจ สินธุวณิก เสนอแนวคิดในการพัฒนาบุคลากรในหน่วยงานราชการ โดยเน้นการเพิ่มความรู้ความสามารถของพนักงาน และลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร นอกจากนี้ยังแนะนำการปรับปรุงระบบอุปถัมภ์และการประเมินผลการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ
กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ สาขาสื่อสารมวลชน ดิฉันขออนุญาตที่จะกล่าวชมเชยทางคณะกรรมาธิการ หลังจากที่ท่านได้เสนอประเด็นที่ ๔ ไปแล้ว ในช่วงบ่ายนี้เสนอประเด็นที่ ๕ มีหลายประเด็นที่ดิฉันเห็นด้วยแล้วก็อยากจะขอ สนับสนุนพร้อมกับให้แง่คิดเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ขออนุญาตค่ะ ก็คือเรื่องของเป้าหมายในการ พัฒนากลไกของท่านโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเพิ่มสมรรถนะทางด้านทรัพยากรมนุษย์ อันนี้ดิฉันเห็นว่าเป็นเรื่องจริงทีแล้ว
และสําหรับเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์หรือว่าเรื่องของการทํา ฮิวแมน รีซอร์ส ดีเวลล็อปเมนท์ (Human resource development) นี้อยากจะขอเรียนว่า โดยหลักความจริงแล้วมีกฎของราชการว่าในหน่วยราชการหน่วยหนึ่ง งบในการพัฒนา บุคลากรนั้นควรจะได้มีงบ ๓ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมด ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่าง เรื่องที่ใกล้ตัวมากที่สุดคือเคยเป็นข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ ปรากฏว่าในการจัดสรร งบประมาณนั้นข้าราชการกรมมีทั้งหมด ๓,๐๐๐ กว่าคน แต่ว่าถ้าเผื่อ ๓ เปอร์เซ็นต์ของเงิน ทั้งหมดที่เราได้มานั้น เงินจะต้องมากมายทีเดียวที่จะสามารถฝึกอบรมข้าราชการของกรม ให้มีความรู้ความสามารถมากขึ้น แต่ปรากฏว่าในทุกปีที่ผ่านมางบพัฒนาบุคลากรนั้นจะโดน ลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ เลย ซึ่งอันนี้ดิฉันคุยกับเพื่อน ๆ ในหน่วยงานราชการอื่น ๆ เจอปัญหา เช่นเดียวกันค่ะ เขาเอาเรื่องของการพัฒนาบุคลากรนั้นไปอยู่ในไพรออริตีสุดท้าย คือเป็น เรื่องที่ไม่ค่อยจะส่งเสริมเท่าไร ดังนั้นตรงนี้ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องสําคัญอย่างยิ่งที่เราจะต้องทํา ให้เป็นจริงในการที่จะพัฒนาบุคลากรของกรมหรือว่าของหน่วยราชการให้มีความสามารถ เพิ่มเติมให้ทันกับภูมิทัศน์หรือว่าสภาพแวดล้อมของสภาพเศรษฐกิจและสังคมหรือ ด้านสื่อสารเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้ทันเหตุการณ์มากยิ่งขึ้น
และอีกอันหนึ่งดิฉันคิดว่าเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการพัฒนาทรัพยากรบุคคล หรือทําให้สมรรถนะคุณภาพของหน่วยราชการเราลดน้อยถอยลง รวมทั้งภาคเอกชนหรือ รัฐวิสาหกิจด้วย คือเรื่องของระบบอุปถัมภ์ ดิฉันไม่อยากจะเอ่ยนามว่ามีหน่วยงานอะไรบ้าง คิดว่าหลายท่านคงทราบดีว่ามีระบบอุปถัมภ์ มีการฝากลูกท่านหลานเธอเข้าไปมากมาย แล้วลูกท่านหลานเธอเหล่านั้นก็ไม่ได้ทํางานที่เป็นชิ้นเป็นอัน ดังนั้นอันนี้เป็นส่วนฉุดให้ หน่วยงานนั้น ๆ ขาดทุน ทําไมถึงขาดทุน เพราะคนทํางานจริง ที่มุ่งมั่นจริง ๆ นั้นมีน้อย
อึกอย่างหนึ่งที่ดิฉันอยากจะขอสนับสนุนก็คืออยากขอให้ท่านตามที่ท่าน เสนอเลย เรื่องของระบบเสริมพลังหรือรีอินฟอร์สเมนท์ ประเมินผล กํากับดูแลเพิ่มเติม ประสิทธิภาพ อันนี้อยากจะขอเรียนว่าอยากให้ทําอย่างจริงจัง เพราะปัจจุบันทาง ก.พ.ร. เอง ก็มีตัวชี้วัด มีหน่วยงานทริส (TRIS) มาประเมิน แต่ตามหลักจริง ๆ ดิฉันคิดว่าทุกท่านคงจะ ทราบและรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเป็นงานหนักเพิ่มขึ้นให้ราชการ ในขณะเดียวกันก็มุ่งทําคะแนนให้ได้ ตามตัวชี้วัดเท่านั้นเอง แต่ประสิทธิภาพกับข้อมูลข้อเท็จจริงในการปฏิบัตินั้นไม่ได้เป็นอย่างนั้น
อีกอย่างหนึ่งที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตฝากไว้ก็คือเรื่องของการประเมินผล ความดีความชอบ อยากจะขอให้ประเมินจากผลสัมฤทธิ์ของการทํางานอย่างแท้จริง ขออย่าให้มีการหารยาว เพราะอันนี้เคยเจอมาแล้วว่าพอมีระบบโบนัสของทางหน่วยงานทั้ง กรม เมื่อหารยาวคนที่ตั้งใจทํางานทําไปเท่านั้นก็เสมอตัว คนที่ไม่ค่อยสนใจทํางาน หรือหลีกเลี่ยงงานที่ผู้บังคับบัญชามอบก็ถือว่าได้เงินเท่ากัน ระบบนี้ต้องยกเลิกไปให้มี การประเมินอย่างจริงจัง
อีกอย่างหนึ่งที่ดิฉันอยากจะขอกราบฝากไว้ในเวลาที่เหลือนี้ อาจจะขอ อนุญาตท่านประธานเกินนิดเดียว ก็คือเรื่องที่ท่านบอกว่าให้มีระบบสารสนเทศแบบรัฐบาล อิเล็กทรอนิกส์
แล้วท่านก็พูดอีกอันหนึ่งเรื่องขอให้หน่วยงานแต่ละหน่วยงานนั้นได้แก้ปัญหา ด้วยตนเอง เพราะตามธรรมชาติและลักษณะของการทํางานนั้นคนในหน่วยงานนั้น ๆ จะรู้ว่า งานอะไรควรจะใช้คนประเภทไหน อย่างไร อันนี้ดิฉันเห็นด้วยอย่างแท้จริง แล้วก็อยากจะ ขอให้ว่ามีกฎระเบียบ บางครั้งเข้าราชการ ๘ โมงครึ่ง เลิก ๔ โมงครึ่ง บางหน่วยงานอาจจะ ทําอย่างนั้นได้ แต่ถ้าเป็นหน่วยงานสื่อต้องอยู่ถึงเที่ยงคืนหรืออะไรต่าง ๆ ไม่อยากให้เอาเรื่อง ของกฎระเบียบราชการเป๊ะ ๆ มาจับ เพราะว่าถ้าเผื่อทําอย่างนั้นคนที่ทํางานดึกหรือว่าคนที่ ทุ่มเททํางานผลงานออกมาดี ผลิตรายการออกมาดี แต่กลายเป็นว่าเหมือนกับไม่ได้มาตรง ตามเวลา อันนี้ดิฉันคิดว่าก็เป็นอีกอันหนึ่งซึ่งเห็นด้วยกับท่านว่าต้องให้แต่ละหน่วยงานหรือ ว่าบุคคลากรในนั้น หรือผู้บริหารของหน่วยงานนั้น ๆ ได้พิจารณาว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพได้ อย่างไรบ้างนะคะ ถ้าหากว่าเราสามารถทําได้อย่างที่ดิฉันได้กราบเสนอนี้นะคะ ดิฉันเชื่อมั่น ว่าท่านกรรมาธิการจะสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของภาครัฐจาก ๗ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพีมาเป็น ๓ เปอร์เซ็นต์ได้เพราะอะไรคะ เพราะว่าเรามีคนที่มีคุณภาพอย่างแท้จริงมา ทํางาน ไม่ใช่ว่าเสียเงินหลวงจ้างคนที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือลูกท่านหลานเธอที่ฝากเข้ามา แล้วทํางานไม่ได้ค่ะ กราบขอบพระคุณท่านประธานที่เมตตาให้เกินเวลามา ๔๒ วินาทีค่ะ ขอบพระคุณค่ะ