สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๓ · ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ถวิลวดี บุรีกุล หารือเรื่องการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารกิจการที่ดีและธรรมาภิบาล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่แท้จริงคือความเป็นธรรมและความสุขของประชาชน นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการวัดระดับความเชื่อมั่นของประชาชนและปรับปรุงการบริการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

นางถวิลวดี บุรีกุล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ถวิลวดี บุรีกุล ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินที่ให้ความสําคัญ กับเรื่องของประสิทธิภาพและคุณภาพการบริหารงานภาครัฐ อย่างไรก็ตามดิฉันอยากจะถามว่า ประสิทธิภาพและคุณภาพการบริหารงานภาครัฐมันหมายถึงอะไร แล้วเราจะต้องมี การปฏิรูปเรื่องนี้ไปเพื่อประโยชน์อะไร เพื่อประโยชน์ของข้าราชการหรือเพื่อประโยชน์ของ ประชาชน คําตอบก็คือน่าจะเป็นทั้งข้าราชการเองแล้วก็ตัวประชาชนโดยรวม ตอนนี้เราก็มา มองว่าทําอย่างไรถึงจะเกิดประสิทธิภาพในการบริหารราชการ ดิฉันคิดว่าเราจะต้องมองที่ เรื่องของการบริหารกิจการที่ดี เราจะต้องมองที่ธรรมาภิบาล มองที่การบริหารทุกรูปทุกแบบ ที่จะทําให้กระบวนการบริหารราชการแผ่นดินไปสู่เป้าหมายให้ได้ ซึ่งเป้าหมายจริง ๆ คง ไม่ใช่เรื่องของประสิทธิภาพหรือเรื่องของคุณภาพ แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือความเป็นธรรม เป้าหมายที่แท้จริงคือประชาชนทุกคนมีความสุข ได้รับความเป็นธรรมโดยถ้วนหน้า เพราะฉะนั้นจะทําให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ดิฉันยังมองไม่เห็นในเรื่องของการที่จะก้าวไปถึงเรื่อง ของการประเมินโดยประชาชน และนอกจากนี้ในการนําเรื่องของกูด กัฟเวอร์แนนซ์ (Good governance) เข้ามาใช้ เพราะว่าท่านพูดถึงเรื่องของการแข่งขันได้ ดิฉันมองว่าการแข่งขัน ได้นี่มันเป็นคําใหญ่ แต่ความหมายของการแข่งขันมันคืออะไร แล้วเราจะวัดได้อย่างไรว่า เรามีการแข่งขันแล้วนะคะ ซึ่งเดี๋ยวดิฉันจะเล่าว่าแข่งขันเราวัดได้อย่างไรบ้างนะคะ นอกจากนี้คนที่จะบอกได้ว่าเราทํางานมีประสิทธิภาพดีหรือคุณภาพการบริการของเราดี ใครจะบอก ประชาชนได้เคยบอกไว้นะคะว่า ข้าราชการพลเรือนทํางานดีแค่ไหน ด้วยความ เชื่อมั่นที่เขาให้ เมื่อ ๑๐ ปีก่อน คือในปี ๒๕๔๖ ดิฉันทําการวัดระดับความเชื่อมั่นในองค์กร ต่าง ๆ ข้าราชการได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน ๕๙.๘ แล้วก็มากขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๗ หลังจากที่มีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ทําให้ หน่วยงานราชการมีความตื่นเต้น แล้วก็มีการปรับตัวกันขึ้น ได้รับคะแนนความเชื่อมั่นถึงร้อย ละ ๗๕ แต่หลังจากนั้นก็ตกต่ํามาโดยตลอด โดยเฉพาะตกต่ํามากที่สุดในปี ๒๕๕๐ ได้ ๕๒ แล้วก็มาถึงปลายปีที่แล้วร้อยละ ๖๗.๕ ของประชาชนบอกว่าเชื่อมั่นข้าราชการ ท่านพอใจ หรือไม่ แค่นี้คงพอใจไม่ได้ แล้วจะต้องทําอย่างไร ดิฉันเชื่อว่ากระบวนการปฏิรูปจะช่วยได้ ท่านต้องนึกถึงผู้มีส่วนได้เสีย ผู้มีส่วนได้เสียในที่นี้ไม่ใช่แค่เฉพาะข้าราชการ แต่หมายถึง ประชาชนทุกภาคส่วน ในเอกสารนี้เขียนถึงประชาชนบางคนที่เป็นลูกค้า ทําระบบราชการ ให้เป็นร้านขายของ ซึ่งดิฉันคิดว่าไม่ใช่ เราจะต้องเปลี่ยน ราชการจะหากําไรไม่ได้ แต่ว่าเป็น เรื่องของการบริการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เพราะฉะนั้นจะคิดว่าประชาชนเป็น ลูกค้าไม่ได้ เพราะลูกค้าทุกคนคือผู้มีส่วนได้เสีย แต่ผู้มีส่วนได้เสียทุกคนมิใช่ลูกค้า เพราะฉะนั้นเราจะต้องสร้างความพอใจให้กับผู้มีส่วนได้เสีย ด้วยเหตุนี้การมีส่วนร่วมอย่าง แท้จริงของผู้มีส่วนได้เสียจึงมีความสําคัญ ซึ่งจะต้องเปิดศักราชใหม่ของการบริหารราชการ แผ่นดิน ซึ่งจะเป็นคนบอกได้ว่าคุณภาพจะมาจากไหน นั่นเองกระบวนการที่จะทําคือ ยกระดับค่ะ การยกระดับมันมีทั้งอินไซด์ เอาท์ (Inside out) และเอาท์ไซด์ อิน (Outside in) เอาท์ไซด์ อินคือประชาชนจะเป็นคนบอกว่าจะต้องปฏิรูปอะไรบ้าง จะต้องปรับปรุง อะไรบ้าง และอะไรที่จะเป็นคุณภาพของการบริการ นอกจากนั้นอินไซด์ เอาท์นี่คือปฏิรูป ตัวเอง มันมีโปรแกรมเรื่องของพับลิค เซอร์วิส เอคเซเลนซ์ โปรแกรม (Public service excellence program) คือการให้บริการที่เป็นเลิศ ซึ่งมีรูปแบบมากมาย ดิฉันคิดว่า หน่วยงานราชการก็มีความพยายามที่จะปรับกันอยู่ตรงนี้ แต่ถ้าปรับดีจริง ๆ จะไม่เกิดเคส (Case) ของโรฮิงญา จะไม่เกิดเคสอะไรอีกมากมายที่เราไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้จนบัดนี้ แล้วเวลาก็ล่วงเลยมานานนะคะ ด้วยเหตุนี้ดิฉันคิดว่าเราจะต้องมาวัดระดับกัน ท่านลองถาม ข้าราชการสิว่าเมื่อเข้ามาแล้วทํางานไปได้ระดับหนึ่งเขาสามารถที่จะประเมินอนาคตของเขา ได้ไหมว่าจะไปถึงจุดไหน จะก้าวไปถึงขั้นไหน ถ้าทํางานขยันขันแข็งแบบนี้ ซื่อสัตย์สุจริต อย่างนี้ คุณคิดว่าคุณสามารถจะไปถึงจุดหมายของคุณคือเป็นระดับนั้นได้หรือไม่ ดิฉันคิดว่า บางคนตอบได้ แต่ส่วนใหญ่จะตอบว่าไม่ได้ ไม่แน่ใจ เพราะว่ามันมีระบบอุปถัมภ์อยู่ นี่เอง เป็นปัญหาเรื่องของการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางานนะคะ ตอนนี้เรื่องของการวัด ความคุ้มค่า เพราะว่าเราบริหารราชการต้องมีความคุ้มค่า คือเป้าหมายสุดท้ายก็คือความ คุ้มค่า ความเป็นธรรมของประชาชน ความคุ้มค่าในภาษีที่เราจ่ายไปให้กับการทํางานนะคะ ความคุ้มค่านี่ประโยชน์สูง ประหยัดสุด แข่งขันได้ ประโยชน์นี้คืออะไร อันนี้เป็นเรื่องของ อรรถประโยชน์โดยสําคัญ ส่วนเรื่องของการประหยัดไม่ใช่การตระหนี่ถี่เหนียว แต่เป็นเรื่อง ของการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่าที่สุด แล้วนอกจากนี้การแข่งขันได้มันมีตัวชี้วัดอยู่เยอะ ดิฉันก็ แนะนําให้ท่านลองดูหนังสือเล่มหนึ่งที่ดิฉันกับทีมงานได้เขียน ชื่อหนังสือทศธรรม ได้บอกว่า จะวัดการแข่งขันได้อย่างไรบ้าง ดิฉันขอเวลาท่านประธาน ๓ วินาที อ่านตัวอย่างของการ แข่งขันได้ตัวหนึ่งนะคะ ศักยภาพในการแข่งขันของหน่วยงาน เช่นสภาพแวดล้อมทั้งภายใน และภายนอกหน่วยงานเมื่อเปลี่ยนแปลงไปเราสามารถที่จะมีแผน เราสามารถที่จะแก้ปัญหาได้ นี่คือแสดงว่าเราแข่งขันได้นะคะ แล้วก็แม้กระทั่งวิสัยทัศน์ในหน่วยงานของเรามันสะท้อนถึงเรื่องของการแข่งขันได้ รวมทั้ง การสร้างความเข้าใจในเป้าหมายและหน่วยงานของเราที่จะเป็นเรื่องของการแข่งขันได้อะไร อย่างนี้เป็นต้น หรือแม้กระทั่งเรื่องของกําลังคน ส่วนเรื่องของประโยชน์สูงสุดหรือเรื่องของ ประหยัด ประโยชน์สูงสุดเราก็ต้องดูว่าคนที่เข้ามาเหมาะสมกับตําแหน่งหรือไม่ หรือเป็น อย่างไร อะไรอย่างนี้นะคะ นี่คือตัวอย่างที่สําคัญที่เราสามารถที่จะประเมินได้โดยไม่ต้องไป เอารูปแบบเดิม ๆ ดิฉันคิดว่าต้องมองไประบบใหม่ และมองไปข้างหน้า มองออกนอกกรอบ ในเรื่องของการประเมินและให้ประชาชนเป็นคนบอกว่าท่านทําดีหรือยัง ขอบคุณค่ะ