สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๓ · ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ทัศนา บุญทอง หารือเรื่องการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะการโอนงานส่วนท้องถิ่นและเกษตรตําบลให้อยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการปฏิรูปการบริการสาธารณะ เช่น การมีนายแพทย์ประจำโรงพยาบาลทุกแห่ง และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจ นอกจากนี้ยังเสนอให้เลื่อนตำแหน่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ใกล้เกษียณอายุให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิหรือที่ปรึกษาและเพิ่มเงินเดือนให้สูงขึ้น

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านพันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ ค่ะ

พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ : กราบเรียนประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดมุกดาหารครับ ในการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน กระผมขอแสดงข้อคิดเห็น เกี่ยวกับกระทรวงมหาดไทยเบื้องต้น คือกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นที่กระทรวงมหาดไทย ควรจะมีการปฏิรูปเนื่องจากว่าไม่ว่าถนนหนทางอะไรก็ตาม แหล่งน้ําขนาดเล็กที่กรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่นควรจะเป็นผู้ดําเนินการ แต่ว่าในปัจจุบันนี้ผมเห็นว่าได้มีกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยได้นํางบประมาณส่วนหนึ่งไปขุดลอกห้วยหนองคลองบึงในเขตพื้นที่ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแทนที่อํานาจส่วนนี้ก็ควรจะให้เป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปดําเนินการนะครับ แต่ว่ากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็ได้เอางบประมาณลงไป ในพื้นที่ โดยทําในนามกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนะครับ อันนี้ก็เห็นควรที่จะมี การปฏิรูปจริง ๆ ก็คือควรจะโอนงานส่วนท้องถิ่น ถนนหนทางระหว่างเชื่อมหมู่บ้าน เชื่อมตําบล หรือแหล่งน้ําขนาดเล็กก็ควรจะอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ

ส่วนที่ ๒ ก็คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะ เห็นว่าจะมีกรมส่งเสริมการเกษตร ในอดีตที่ผ่านมาเขาจะมีเกษตรตําบลนะครับ ตําแหน่ง เจ้าหน้าที่เกษตรตําบล เขาจะประจําทุกตําบล แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีแล้วนะครับ ไปรวมกันอยู่ที่ เกษตรอําเภอที่เดียว เพราะฉะนั้นเวลาประชาชนจะไปประสานงานเกี่ยวกับทางการเกษตร พืชผลต่าง ๆ ก็ต้องเดินทางเข้าไปที่อําเภอนะครับ กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมพัฒนาที่ดิน กรมการข้าว เหล่านี้ก็เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะกรมการข้าวไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ในส่วนของ จังหวัดเลยนะครับ ยกตัวอย่างจังหวัดมุกดาหารไม่มีเจ้าหน้าที่ของกรมการข้าวเข้าไปอยู่เลย กรมประมง กรมปศุสัตว์ ก็เรียกไปอยู่ที่จังหวัดหมด ระดับอําเภอไม่มีนะครับ

ส่วนกระทรวงสาธารณสุขครับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล ชื่อโรงพยาบาล แต่ไม่มีนายแพทย์ประจําโรงพยาบาลนะครับ ใจจริงผมแล้วถ้ามีการปฏิรูปจริง ๆ ประชาชน ทุกคนที่บอกว่ามีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันในการที่จะได้รับบริการสาธารณะจากภาครัฐ โรงพยาบาลทุกแห่งก็ควรจะมีนายแพทย์ประจําโรงพยาบาลทุกแห่งนะครับ อันนี้ผมก็ อยากจะฝากว่าถ้าปฏิรูปจริงก็ให้ปฏิรูปไปถึงประชาชนระดับตําบล ระดับหมู่บ้านด้วย

กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บวกกระทรวงมหาดไทย ผมอยากเรียนถามว่าโรงเรียนกีฬาอยู่ในสังกัดกระทรวงไหน สนามกีฬากลางจังหวัดแต่ละ จังหวัดไปมอบให้อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัด มันเกี่ยวข้องกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหรือไม่ อย่างไรอันนี้ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะให้มันจัดเป็น จัดส่วนนะครับ กระทรวงศึกษาธิการเขามีหน้าที่ในการจัดการเรียนการสอน แต่โรงเรียนกีฬา อยู่ในกระทรวงไหน สนามกีฬากลางจังหวัดแต่ละจังหวัดอยู่ในความรับผิดชอบของ อบจ. ได้อย่างไร ทําไมไม่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานะครับ

ส่วนที่ ๕ ก็คือสํานักนายกรัฐมนตรี อันนี้จากการที่กระผมได้ไปรับฟัง ความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในจังหวัดมุกดาหาร เขาเรียกร้องให้มีสํานักงานคุ้มครอง ผู้บริโภคจังหวัดและสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภคประจําอําเภอนะครับ ในส่วนนี้มีแต่ที่ สํานักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจําจังหวัดและเจ้าหน้าที่ประจํา อําเภอเลย เวลามีปัญหาขึ้นมาเกี่ยวกับการบริโภคสินค้าต่าง ๆ เกิดปัญหาขึ้นมา ไม่รู้จะไป ติดต่อหรือร้องเรียนใครที่ไหน ถ้ามาที่กรุงเทพมหานครก็ไม่รู้ว่าจะไปส่วนไหน ไม่รู้ที่อยู่ อันนี้ก็อยากจะฝากให้ถ้าปฏิรูป คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคควรจะมีระดับจังหวัด และระดับอําเภอด้วยนะครับ

ส่วนเรื่องสุดท้ายนะครับ ก็คือผมเคยเป็นข้าราชการมาก่อนนะครับ เคยเป็น ข้าราชการตํารวจชั้นเล็ก ๆ ตั้งแต่พลตํารวจจนถึงพันตํารวจโท ก็เห็นหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่ไปอยู่จังหวัด ทุกกระทรวง ทบวง กรมที่ไปอยู่จังหวัด ย้ายไปอยู่จังหวัด บางจังหวัดหรือ บางกรม บางหน่วยงานก็ส่งคนที่ใกล้จะเกษียณอายุราชการไป ข้าราชการที่ใกล้เกษียณอายุ ราชการ อายุ ๕๖ ปี ๕๗ ปี ๕๘ ปี ๕๙ ปี ถึง ๖๐ ปี ส่วนใหญ่บุคคลเหล่านี้ก็เคยเป็น ข้าราชการชั้นผู้น้อยมาก่อน ทํางานมาด้วยคุณภาพ ประสิทธิภาพและทํางานมาเป็นอย่างดี มีประโยชน์สําหรับประเทศชาติมากมายนะครับ แต่ว่าบั้นปลายชีวิตรู้สึกว่าจะอ่อนแรงลงไป ก็คือว่าทํางานแบบลอยตัวครับ ลอยตัวก็คือหมายความว่าความรับผิดชอบต่าง ๆ ส่วนใหญ่ แล้วไม่อยากจะรับผิดชอบด้วยตนเอง ก็คือปัดไปให้ผู้ใต้บังคับบัญชาบ้าง ให้หน่วยงานอื่น ๆ บ้าง โยนกันไปโยนกันมา เพราะว่า ๑. ก่อนเกษียณอายุราชการไม่อยากจะมีเรื่องถูกร้องเรียน ไม่อยากจะถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยต่าง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะให้ว่า อายุ ๕๖ ปี ๕๗ ปี ๕๘ ปี ๕๙ ปี ๖๐ ปี ก็ควรจะได้เลื่อนตําแหน่งขึ้นไปเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ไปเป็นที่ปรึกษาของกระทรวง ของกรมอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ก็ปล่อยให้รุ่นน้อง ๆ ได้บริหาร ราชการ ให้เลื่อนยศ เลื่อนตําแหน่งขึ้นมา ยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ อายุ ๔๕ ปี ปลัดกระทรวงนี้ต่อไปเขาก็เป็นผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว ก็อยากจะให้ประเทศไทยของเราได้มีการ ปฏิรูปข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่อายุ ๕๖-๖๐ ปี ได้ไปเป็นที่ปรึกษา เป็นผู้ทรงคุณวุฒิของ หน่วยงานนั้น ๆ แล้วก็เพิ่มเงินเดือนให้สูงขึ้นนะครับ กราบขอบคุณครับ

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปท่านสุดท้ายนะคะ ขอเชิญ คุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เชิญค่ะ