สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๒ · ๒๘ เมษายน ๒๕๕๘

วิชัย สังข์ประไพ หารือเรื่องการปฏิรูปตำรวจ โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพมหานครและความพร้อมของกรุงเทพมหานครในการรับโอนหรือปฏิรูปตำรวจ โดยเรียกร้องให้มีการควบคุมการใช้รถยนต์ การจอดรถ และการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจราจร รวมถึงการสร้างวินัยของประชาชนว่ารถยนต์จะต้องจอดในจุดที่กำหนด และมีการแก้ไขปัญหาสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับระบบการจราจรในกรุงเทพมหานคร โดยเน้นถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการปรับโอนย้าย เช่น ความสะดวกสบายในการเดินทาง ความปลอดภัย และการตรวจจับอุบัติเหตุ

พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผม พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ ตำแหน่งปัจจุบันก็เป็นที่ปรึกษา ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วันนี้ผมได้รับเชิญมาให้พูดถึงเรื่องการปฏิรูปตำรวจ และในการโอนงาน จราจรไปให้กับกรุงเทพมหานคร ก่อนที่ผมจะพูดรายละเอียดและความพร้อมของกรุงเทพมหานคร ในการที่จะโอนหรือปฏิรูปตำรวจไปให้กรุงเทพมหานครดูแลนั้น ผมอยากจะพูด ผมคิดว่าเป็น ที่มาของการที่จะปฏิรูปตำรวจ ขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่มองว่าปัญหาการจราจรติดขัด ในกรุงเทพมหานครนั้นเกิดอยู่ ๒-๓ ประการด้วยกัน

ประการแรก เกิดจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่สามารถจะแก้ปัญหา การจราจรให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายได้

อันที่ ๒ ก็จะมองว่ากรุงเทพมหานครนั้นไม่สามารถจะแก้ปัญหาการจราจร ได้ตามที่ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้หาเสียงไว้ และผมเชื่อว่าทุกคนก็จะพูดถึง เรื่องการแก้ปัญหาการจราจร

อีกเรื่องหนึ่งซึ่งประชาชนมองเห็นแล้วว่าจะต้องมีการปฏิรูป ก็คือการ ทำหน้าที่ของตำรวจจราจรที่บางคนมองว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจรนั้นไม่ชอบ อาจจะมีการเรียกรับผลประโยชน์หรือทำสิ่งอื่นใดที่ก่อให้เกิดปัญหาการจราจรขึ้น ดังนั้น หัวใจตรงนี้ผมจึงต้องมาชี้แจงว่าในฐานะกรุงเทพมหานครนั้นพร้อมที่จะรับโอนหรือ การปฏิรูปตำรวจมาให้อยู่ในความดูแลของกรุงเทพมหานครได้หรือไม่ ก่อนที่จะพูด ผมอยากจะพูดถึงเรื่องปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพมหานครครับ ปัญหาที่ติดขัด ในกรุงเทพมหานครนั้นเกิดจากหลายปัจจัยด้วยกัน

ปัจจัยแรกครับ เกิดจากคน คนก็มี ๒ พวกครับ พวกแรกก็คือประชาชน พี่น้องประชาชน ซึ่งใช้รถ ใช้ถนนโดยไม่มีวินัยการใช้การจราจร ซึ่งตรงนี้เราจะต้องมี การแก้ไข ต้องทำตั้งแต่เด็กครับ เราจะมาแก้ตอนนี้ว่าคนนั้นจะมีวินัยการจราจร ผมว่าแก้ยาก ซึ่งกรุงเทพมหานครตอนนี้ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีโครงการโตไปไม่โกง ดังนั้น เราจะแก้วินัยของคน เราต้องแก้ตั้งแต่เด็กครับ ประเทศญี่ปุ่นเขาแก้ทุกอย่างเริ่มจากเด็ก ๆ และเยาวชน ผมเผอิญไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น เด็ก ๒ โรงเรียนไม่รู้จักกัน เดินมาถึงแยก จะข้ามถนน ๒ โรงเรียนนั้นเดินเข้ามาแล้วก็จับมือกันแล้วก็พากันข้ามถนน ซึ่งทั้ง ๒ โรงเรียน ก็สอนอย่างเดียวกันคือการช่วยเหลือกัน ข้ามถนนไปดึงไม้ ดึงมือกันเข้าไป แต่นักเรียนไทย มาเจอที่สี่แยกตีกันครับ ดังนั้นเราต้องแก้วินัยของคน แก้ตั้งแต่เด็ก

๒. ต้องแก้วินัยของเจ้าหน้าที่รัฐที่ดูแลเรื่องการจราจร ต้องเลือกแก้ในเรื่อง การเรียกรับผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจราจร ดังนั้นคนตรงนี้ครับที่เราจะต้องแก้ไข

๒. ถนน รถที่ติดก็เกิดจากถนน ถนนบ้านเราอาจจะไม่เอื้ออำนวยกับการจราจร บางทีมา ๒ เลน ไปเจอ ๓ เลน ๓ เลนไปเจอ ๑ เลน ดังนั้นระบบการจราจรจะแก้ไขยากมาก เพราะถนน ซึ่งขณะนี้การดูแลการจราจรอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ การจะแก้ปัญหา ให้สอดคล้องกับระบบต่าง ๆ ของถนนนั้นก็ค่อนข้างยาก ดังนั้นตรงนี้เองที่จะต้องแก้ปัญหา การจราจรก็ต้องเรื่องถนนครับ

๓. เรื่องรถ ขณะนี้กรุงเทพมหานครมีคนใช้รถมหาศาล ถ้าเอามาเทียบมาต่อ มาเรียงกันแล้ว ถนนไม่พอใช้ครับ เราไม่เคยมีการควบคุมการใช้ปริมาณของรถว่าใน กรุงเทพมหานครจะต้องใช้รถเท่าไร ประชาชนสามารถจะใช้รถได้กี่คันต่อครัวเรือน อย่างต่างประเทศ คนไหนไม่มีที่จอดรถ การจะออกใบอนุญาตให้ใช้รถเป็นอย่างไร เราไม่เคยมีครับ รถใช้มากี่ปี เราไม่เคยกำหนดครับ ต่างประเทศเขาใช้ ๗ ปี ๑๐ ปี ต้องดำเนินการแก้ไข ต้องเก็บไป ถ้าใครไม่เก็บจะต้องเสียภาษีแพง เราไม่เคยได้ดำเนินการครับ บางเมืองเขาคำนวณจากพี่น้องประชาชนว่า เช่นประชาชน จำนวนเท่านี้จะต้องมีรถสาธารณะกี่คัน ของเราไม่เคยมีครับ มีเงินพันหนึ่งก็ดาวน์ (Down) แท็กซี่ออกมาได้ ปัญหารถติดกันมากมายเพราะเราไม่ได้ควบคุมรถ กฎหมายครับ เราไม่เคย ปรับปรุงแก้ไขในเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจราจรเลย ใช้มานานมาก แม้แต่ว่าค่าปรับ ในเรื่องบังคับไหนจะที่จอดเราไม่เคยมีการแก้ไข ที่สกอตแลนด์ครับ อย่างเช่น สน. พญาไท เขาให้เลยครับ นาย ก สัมปทานไปเลยยกรถอย่างเดียว ใครจอดรถผิดกฎหมายยกอย่างเดียวครับ และค่าปรับแพง ๆ ส่วนหนึ่งให้กับ กทม. ให้กับตำรวจ อีกส่วนหนึ่งให้ผู้สัมปทานไป ปรากฏรถไม่จอดครับ เพราะถ้าจอดมาถูกยกรถหมด ดังนั้นก็จะสร้างวินัยของประชาชนว่า ถ้าคุณจะไปตรงจุดนี้ ถ้าไม่มีที่จอดรถคุณก็ไม่สามารถนำรถไปได้ การแก้ปัญหาจราจร ก็จะหมดไป และกฎหมายต่าง ๆ ก็จะต้องมีการแก้ไข แล้วก็สภาพแวดล้อมไม่ต้องพูดถึง กทม. อาจจะมีสภาพแวดล้อม อย่างเช่นฝนตกรถติดอะไรต่าง ๆ ก็จะต้องมีการแก้ไข ดังนั้นปัญหา การจราจรที่ติดขัดทุกวันนี้เกิดจากตรงนี้ครับ

มาพูดถึงเรื่องความพร้อม วันนี้ผมได้รับมอบหมายให้มาพูดถึงว่ากรุงเทพมหานคร มีความพร้อมในการที่จะรับโอน ในการปฏิรูปจราจรมาที่กรุงเทพมหานครหรือไม่ ผมพูดเลยครับว่า กรุงเทพมหานครนั้นมีความพร้อม แล้วก็ถือว่าพร้อมเหมือนหัวเมืองใหญ่ ๆ ของทั่วโลกครับ ที่ระบบการจราจรนั้นอยู่กับผู้ว่าเมือง เพราะกรุงเทพมหานครเป็นมหานครครับ ดังนั้นจะแก้ ระบบเรื่องการจราจรให้เป็นระบบมากขึ้นนั้นต้องอยู่ที่ผู้บริหารเมืองครับ ความพร้อม ทางกายภาพครับ ทุกวันนี้โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ทั้งหมดกรุงเทพมหานครเป็นคนดูแลครับ ไม่ว่าหัวเกาะ ขีดสี ตีเส้น ระบบการจราจร เทคโนโลยีต่าง ๆ กรุงเทพมหานครเป็นคนดูแล ทั้งสิ้นทุกวันนี้ ตำรวจมีหน้าที่อย่างเดียว คือโบกรถ กดไฟครับ ดังนั้นถ้าเกิดเราจะเอามา ในการดูแล ผมถือว่ากรุงเทพมหานครก็พร้อมครับ บางคนถามว่า แล้วมาแล้วเจ้าหน้าที่ จราจรที่จะเป็นของกรุงเทพมหานครจะสามารถโบกรถได้หรือไม่ ผมขอยืนยันเลยว่าเรา สามารถทำได้ ตำรวจมาใหม่ ๆ จบ ม.ศ. ๓ มาเป็นตำรวจก็ไม่ได้โบกรถเป็นมาตั้งแต่เกิด ก็มาฝึก มาอบรมเช่นเดียวกันครับ และเมื่อการถ่ายโอนมา ผมเชื่อว่าตำรวจส่วนหนึ่งก็สามารถ จะตามมาเป็นเจ้าหน้าที่จราจรหรือมาสังกัดกรุงเทพมหานครได้ถ้ากำลังพลขาดเรา สามารถจะทดแทนได้ดังนั้นโครงสร้างพื้นฐานที่กรุงเทพมหานครพร้อม ไม่ว่าเทคโนโลยี สื่อสารสนเทศ ระบบอินฟราสตรัคเจอร์ (Infrastructure) ต่าง ๆ เราพร้อมที่จะดูแลและ แก้ระบบของการจราจรได้เป็นอย่างดี

เรื่องกำลังพลครับ กำลังพลเรามีเจ้าหน้าที่อยู่แล้วที่เราจะนำเอามาเหมือน สมัยที่เราเอารถดับเพลิงโอนเข้ามาเป็นของกรุงเทพมหานคร สมัยนั้นที่จะเอามา ตำรวจร้องไห้ครับ เพราะว่ารถดับเพลิงจะต้องมาอยู่กับกรุงเทพมหานคร แต่ตอนนี้ถ้าบอก ย้ายไปตำรวจ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็ร้องไห้ เพราะที่เขามาอยู่นี่คุณภาพชีวิต การทำงาน อุปกรณ์ งบประมาณ อะไรต่าง ๆ ที่สนับสนุนการทำงานของกรุงเทพมหานครพร้อมครับ งบประมาณถ้ามีการถ่ายโอนมาเราก็ต้องขอครับ งบประมาณที่ดูแลเรื่องการจราจรทั้งหมด ก็ต้องโอนมาให้กรุงเทพมหานคร หน่วยงานบางหน่วยงานก็ต้องโอนมาให้กับกรุงเทพมหานคร อย่างเช่น บก. ๐๒ ซึ่งเป็นตัวควบคุมการจราจรและส่วนหนึ่งและจำนวนมากก็เป็นเงิน ที่กรุงเทพมหานครสนับสนุนที่ บก. ๐๒ ทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าเรากลับมา ถ้าโอนมาตัวนี้กรุงเทพมหานครก็จะใช้เป็นตัวควบคุมการจราจรทั้งระบบ ในกรุงเทพมหานครแล้วก็จะพัฒนาให้องค์กรตัวนี้ หน่วยงานนี้เป็นศูนย์ในการดูแล การแก้ปัญหาการจราจรและแก้ปัญหาจราจรเมื่อเกิดมีภัยพิบัติเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับ พี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานคร

๔. เทคโนโลยีต่าง ๆ ทุกวันนี้เทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นกล้องวงจรปิด กล้องตรวจจับ ความเร็วเกี่ยวกับการจราจรเช่นล้ำเส้นอะไรต่าง ๆ เป็นหน้าที่ของกรุงเทพมหานครและเป็น เครื่องมือของกรุงเทพมหานครทั้งสิ้นครับ ดังนั้นเทคโนโลยีต่าง ๆ ตัวนี้จะเป็นหัวใจในการ แก้ปัญหาจราจร อย่างเช่น ถ้าท่านจะไปไหน ถ้าท่านรู้ว่าขณะนี้การจราจรตรงนี้ติดขัดท่านก็ สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ ตัวนี้เองเป็นระบบที่กรุงเทพมหานครควบคุมและดูแลอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้นถามว่าความพร้อม พร้อมหมดทุกอย่างครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับ ถ้ามีการปรับโอนย้ายมาสิ่งสำคัญที่สุดคือตำรวจอาจจะ ตามมาเรื่องสวัสดิการครับ ผมยกตัวอย่างสวัสดิการของดับเพลิง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่มาอยู่กรุงเทพมหานครนั้นมีเงินเสี่ยงภัย มีเงินการทำงานเพิ่มอีกคนละอย่างน้อย ๕,๐๐๐ บาทต่อคนครับ ดังนั้นงบประมาณตัวนี้และสวัสดิการตัวนี้ไม่ว่าเรื่องบ้านพัก เรื่องที่อยู่และ อุปกรณ์ต่าง ๆ นั้นผมเชื่อว่ากรุงเทพมหานครสามารถจะสนับสนุนการปรับโอนย้ายมา ที่กรุงเทพมหานครได้ ต่อมาผมจะพูดถึงเรื่องระบบต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและเรื่อง ค่าปรับ จริง ๆ แล้วมันต้องพูดเยอะแยะ ผมขอผ่านไปครับ ผมจะพูดว่าประโยชน์ที่ประชาชน จะได้รับมีอะไรบ้างครับ

๑. หัวใจของการแก้ปัญหาการจราจรก็คือความสะดวกสบายในการเดินทาง ของพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานคร เพราะขณะนี้เราต้องยอมรับครับว่าเราไปทำงาน แต่ละแห่งเราต้องทดเวลาการทำงานอย่างน้อย ๒ ชั่วโมง เราจะต้องส่งลูกเรียน ตอนเช้าเรา จะต้องตื่นตี ๔ ตี ๕ ดังนั้นเมื่อมีการโอนย้ายเข้ามาระบบความสะดวกสบายของ กรุงเทพมหานครก็จะอำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของการจราจร ให้มากขึ้น เราสามารถจะรู้ข้อมูลข่าวสารด้านการจราจรเป็นไปได้อย่างรวดเร็วเพื่อเป็น ทางเลือกในการเดินทางของพี่น้องประชาชนว่าจะเลือกไปทางไหน

๒. เรามีความปลอดภัยมากขึ้น ถามว่ามันเกี่ยวข้องอะไรกับเทคโนโลยีในเรื่อง ความปลอดภัย เมื่อมีระบบเทคโนโลยีในการควบคุมการจราจรที่ดีขึ้นอุบัติเหตุก็จะเกิด น้อยลงเพราะเรามีระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย เมื่ออุบัติเหตุน้อยลงความปลอดภัยของผู้ใช้รถ ใช้ถนนก็น้อยลง การตรวจจับอะไรต่าง ๆ เราก็จะใช้กล้องวงจรปิดตรวจจับตัวนี้นะครับ คนก็มีวินัยมากขึ้น อุบัติเหตุก็จะเกิดน้อยลง

๓. เราจะมีการบริหารงานที่ดีนะครับ และมีเอกภาพมากขึ้นเพราะหน่วยงาน เดียวกันสามารถจะจัดทำโครงสร้างพื้นฐานและอำนวยการสั่งการจราจรได้ด้วยกัน ซึ่งเขา เห็นบอกว่าถ้าคนโบกรถ คนกดไฟคนเดียวกันการจราจรก็ดีขึ้น แต่ทุกวันนี้เราอาจจะพบเห็นว่า คนกดรถกับคนโบกอาจจะคนละคน ยกตัวอย่างว่าคนกดไฟคือกรุงเทพมหานครดูแลเรื่องไฟ ทั้งหมด แต่คนโบกรถก็คือตำรวจ ดังนั้นถ้าเรามาอยู่ด้วยกันผมว่าความสะดวกสบายของ การจราจรหรือความสะดวกในการใช้รถ ใช้ถนนก็จะต้องดีขึ้นครับ ดังนั้นประโยชน์ ที่ประชาชนจะต้องได้รับมีหลายประการ สิ่งที่กรุงเทพมหานครจะต้องทำเพิ่มเติมอยู่ใน นโยบายของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็คือเรื่องระบบสารสนเทศครับ

๑. เราจะเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานโดยเน้นลดความล่าช้าของ สภาพปัญหาการจราจร ตรงนี้เป็นเป้าประสงค์ของกรุงเทพมหานครที่จะต้องแก้ไขครับ

๒. จะต้องอำนวยความสะดวกในการเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งต่อไป ระบบขนส่งสาธารณะกรุงเทพมหานครจะต้องมีการดำเนินการ เมื่อระบบการขนส่งสาธารณะดีขึ้น ปัญหาการจราจรก็จะต้องดีขึ้นตามมาครับ นี่คือเป้าประสงค์ของกรุงเทพมหานคร

๓. จะต้องลดอุบัติเหตุการจราจรให้ได้ นี่สิ่งที่ประชาชนประสบทุกวันก็คือ เรื่องอุบัติเหตุการจราจร เพราะว่าระบบ ไม่ว่าไฟ ระบบความพร้อมต่าง ๆ ขณะนี้มันขัดข้อง กันไปหมด เราต้องแก้ไขระบบตัวนี้ให้เป็นรูปธรรม อุบัติเหตุการจราจรก็จะต้องลดน้อยลงครับ

๔. เราจะปรับปรุงประสิทธิภาพและการจัดการและการบริการระบบส่งสินค้า เพิ่มขึ้นครับ จะแก้ไขทั้งหมด

ดังนั้นยุทธศาสตร์ต่อไปที่กรุงเทพมหานครจะทำก็มีอยู่หลายประการด้วยกัน

อันดับแรก การจัดการและควบคุมการจราจรโดยเครื่องมืออัตโนมัติ ขณะนี้ เราจะเห็นว่าเรายังใช้ระบบกดด้วยมืออยู่ บางทีอาจจะไม่มีคนกดบ้าง บางทีกดแต่อยู่ในป้อม รถติดพันกันตรงแยก เราก็ไม่มีการดำเนินการแก้ไข ตัวนี้เองทำให้รถติดสะสม แล้วก็สร้าง ปัญหาการจราจร

ต่อไปการปรับปรุงระดับการบริการของระบบการขนส่งสาธารณะ ผมพูดไปแล้ว จะปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยในระบบการจราจรและจัดการกับเหตุฉุกเฉินครับ ซึ่งเป็น ยุทธศาสตร์ที่ต้องดำเนินการต่อไป การขนส่งสินค้าโดยการปรับปรุงระบบบริหารการขนส่ง ถ้าเรามีการปรับปรุงดีขึ้น การจราจรก็จะดีขึ้น เราจะมีการชำระค่าปรับซึ่งขณะนี้มีการปรับ ทางอิเล็กทรอนิกส์ ต่อไปเราจะมีการชำระค่าปรับทางโทรศัพท์เลย มีการติดตาม แล้วก็ทั้ง ส่งไปที่บ้าน มีการติดตามและจะมีการปรับทางร้านสะดวกซื้ออย่างต่างประเทศเขาได้ เราก็ จะปรับปรุงตัวนี้

อีกเรื่องหนึ่งการจัดทำข้อมูลและแนะนำการเดินทางของกรุงเทพมหานคร

และสุดท้ายเราจะต้องมีการปรับปรุงคู่มือในเรื่องการเดินทาง กฎหมายที่ ประชาชนจะต้องรู้ในการใช้การจราจร นี่คือสิ่งที่กรุงเทพมหานครพร้อมครับ ที่ถ้าจะมี การปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วโอนการจราจรมาอยู่กับกรุงเทพมหานคร

สำหรับมีปัญหาและคิดว่าถ้าโอนมากรุงเทพมหานครแล้ว การสอบสวน จะดำเนินการอย่างไร การสอบสวนการจราจรมี ๒ แบบ อันแรกครับ เรื่องแรกที่เกี่ยวกับ เรื่องความประมาทเรื่องกฎหมายอาญา ผมก็เชื่อว่าตัวนี้ก็ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะต้องดำเนินการต่อไปครับ เพราะการขับรถประมาท บัญญัติอยู่ในกฎหมายอาญา เช่น ผู้ใดขับรถประมาทเป็นเหตุให้ชนผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งมีการสอบสวน แต่อันไหนที่เป็นความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ. จราจร กทม. ก็สามารถจะ ดำเนินการได้ แต่ที่ติดขัดอยู่ทุกวันนี้มันก็ไปเกี่ยวกับการกระจายอำนาจที่เรายังไม่สามารถจะ ดำเนินการมาได้ อย่างเช่นยกตัวอย่างอย่างทุกวันนี้ ผมจัดระเบียบอยู่ตรงนี้ เทศกิจปรับ ถ้าพ่อค้าแม่ค้ายอมให้ปรับ กรุงเทพมหานครก็ทำได้ แต่เมื่อถ้าเขาไม่ยอมก็ต้องมีการฟ้องศาล ก็เป็นอำนาจหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องดำเนินการ ต้องแยกกันให้ถูก บางคนบอกถ้าเอามา ต้องเอาสอบสวนมาด้วย สอบสวนถ้าเอามาถ้าเรามีอำนาจหน้าที่เราก็สามารถจะพร้อม แต่อันนี้กฎหมายบัญญัติอยู่ว่าในเรื่องความที่ประมาทเป็นกฎหมายอาญาก็ต้องเป็นหน้าที่ ของตำรวจ ดังนั้นในนามของกรุงเทพมหานครก็ขอยืนยันว่า ถ้ามีการโอนในเรื่องงานจราจร ผมถือว่ากรุงเทพมหานครก็พร้อม และผมเชื่อว่าจะมีการพัฒนาระบบการจราจรที่ดีขึ้น ประชาชนก็จะได้รับความสะดวกสบายขึ้นนะครับ ก็ขอขอบคุณครับ