สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๒ · ๒๘ เมษายน ๒๕๕๘

เสรี สุวรรณภานนท์ ระบุปัญหาการบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการยุติธรรม และเสนอแนะการปฏิรูปเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปตำรวจให้มีความเป็นอิสระ การกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการพัฒนาคุณภาพของข้าราชการตำรวจ เพื่อให้การปฏิรูปตำรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุม

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ ในฐานะประธานกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม สภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอรายงานของคณะกรรมาธิการในวาระที่ ๖ เรื่องของกิจการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้ดำเนินการเพื่อรายงานต่อที่ประชุม สภาปฏิรูปแห่งชาติ ตามเอกสารซึ่งได้แจกท่านสมาชิกไปแล้ว โดยมีหลักการและเหตุผลเดิม ดังนี้ครับ

โดยที่การบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนระยะเวลา ที่ผ่านมา เป็นเหตุและปัจจัยสำคัญอันก่อให้เกิดปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสังคม ในวงกว้าง ทั้งในด้านการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การดูแล ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และการอำนวยความยุติธรรม โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนในประเทศแตกแยกแบ่งสีแบ่งฝ่าย และมีความเคลือบแคลงสงสัย ต่อบทบาทของตำรวจ ในสถานการณ์ความขัดแย้งจนกระทั่งมีเสียงเรียกร้องจากสาธารณชน ให้มีการปฏิรูปประเทศไทย รวมถึงการปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ท่ามกลางกระแส เรียกร้องของประชาชนตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียจากภาคส่วนต่าง ๆ เกี่ยวกับการปฏิรูป สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยคณะอนุกรรมาธิการที่ได้ตั้งขึ้นได้เชิญผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนตัวแทนภาคประชาชนและประชาสังคม มาร่วมพิจารณา ระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัญหาสำคัญต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จะต้องเร่งรัดแก้ไขหรือทำการปฏิรูปเพื่อให้การปฏิบัติงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล สามารถตอบสนองต่อสภาพปัญหาและความต้องการของ ประชาชนได้อย่างแท้จริง

ในเรื่องประเด็นการศึกษา ในส่วนการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจหน้าที่และ กระบวนการทำงานตำรวจเพื่อประโยชน์ของประชาชนภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น เพื่อความสงบ ความมั่นคง ยั่งยืน และเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน ดังนั้นคณะกรรมาธิการ จึงได้มีประเด็นหลักในการปฏิรูปไว้ ๑๕ ประเด็น ดังนี้

๑. ความเป็นอิสระของหน่วยงานตำรวจและปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง

๒. การกระจายอำนาจ การบริหารราชการไปสู่ระดับจังหวัด

๓. ถ่ายโอนภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ไม่ใช่ภารกิจหลักของ ตำรวจกลับไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ

๔. สร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในกิจการของตำรวจ ทั้งในระดับ ส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่นและสถานีตำรวจทุกแห่ง

๕. สร้างกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะอำนาจถ่วงดุลการสอบสวน โดยไม่กระทบต่อความรวดเร็วในกระบวนการยุติธรรม ให้พนักงานอัยการ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ มีอำนาจตรวจสอบและถ่วงดุลการสอบสวนได้ ในกรณีประชาชนร้องขอความเป็นธรรม

๖. การพัฒนาคุณภาพข้าราชการตำรวจและวางแผน และวางแนวทาง มาตรฐานการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ

๗. การแยกระบบงานสอบสวนให้เป็นองค์กรอิสระ ไม่ขึ้นตรงกับสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ หรือให้เป็นหน่วยงานที่อิสระ แต่ยังขึ้นตรงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

๘. ให้มีการใช้อุปกรณ์บันทึกภาพและเสียงในขั้นตอนการสอบสวน

๙. การพัฒนาระบบงบประมาณของตำรวจและตรากฎหมายว่าด้วยกองทุน ให้ประชาชนเสียภาษีในเขตปกครองนั้น ๆ ในการนำไปใช้ในกิจการตำรวจเพื่อเป็นหลักประกัน ความมั่นคงในการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

๑๐. จัดระบบงานด้านนิติวิทยาศาสตร์เป็นแท่ง โดยขึ้นตรงกับสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ

๑๑. กำหนดมาตรการการแก้ปัญหาป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) และป้องกันไม่ให้มีการเรียกรับสินบน รวมถึงการซื้อขายตำแหน่ง และมีมาตรการในการป้องกัน มิให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปรู้เห็นหรือช่วยเหลือ หรือสนับสนุนกิจการที่ผิดกฎหมาย

๑๒. กำหนดแผนการเพิ่มเครื่องมือและอุปกรณ์เทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานในการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

๑๓. กำหนดมาตรการการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความสามารถและเพิ่มหลักประกัน ในการทำหน้าที่การบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ

๑๔. ทบทวนฝึกฝนให้ความรู้ เพิ่มความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติหน้าที่ใน กิจการตำรวจ

๑๕. มีการประเมินผลความพึงพอใจของประชาชนในการทำหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ซึ่งประเด็นการศึกษาดังกล่าวมีส่วนที่มีข้อคลาดเคลื่อนในข้อที่ ๗ ซึ่งท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติได้กรุณาแจ้งท่านสมาชิกแล้วว่าขอแก้ไขในรายงาน ดังกล่าว วิธีพิจารณาการศึกษาคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาเกี่ยวกับกิจการตำรวจ ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการ ได้ศึกษาและจัดทำรายงานตามเอกสารซึ่งได้แจกท่านสมาชิกไปแล้ว ดังนั้นในส่วนรายงาน ดังกล่าวนี้จึงขอให้ท่านคณะอนุกรรมาธิการได้รายงานให้สมาชิกได้ทราบ และในส่วนของ รายงานดังกล่าวนี้ก็มีท่านอนุกรรมาธิการในเสียงข้างน้อยและมีกรรมาธิการส่วนหนึ่งซึ่งยังมี ความเห็นที่แตกต่างในบางประเด็น แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเรื่องของอำนาจการ สอบสวนที่จะอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือให้แยกออกอิสระ ซึ่งในรายละเอียด ดังกล่าวเหล่านี้ก็จะให้แต่ละส่วนได้รายงานให้กับท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติได้พิจารณาต่อไป

ส่วนประเด็นอื่น ๆ ส่วนใหญ่กรรมาธิการเห็นด้วยกับที่อนุกรรมาธิการ ได้ศึกษามา คงเป็นประเด็นในเรื่องของอำนาจการสอบสวนดังกล่าวที่จะต้องพิจารณารับฟัง ในหลาย ๆ ด้าน ขออนุญาตท่านประธานอนุญาตให้อนุกรรมาธิการและกรรมาธิการที่มี แนวความเห็นในแนวทางต่าง ๆ ได้โปรดรายงานให้กับสภาปฏิรูปแห่งชาติได้ทราบต่อไปด้วยครับ