สายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาเอสเอ็มอีในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างฐานข้อมูลและบริการวิเคราะห์เชิงลึก การส่งเสริมด้านดิจิทัลอีโคโนมี และการพัฒนาการที่จริงจัง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กสามารถเข้าถึงโอกาสการลงทุนและการพัฒนาได้
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม สายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ ครับ ต้องเรียนว่าเป็นความภาคภูมิใจแทนผู้ที่ทำรายงานชุดนี้ ท่านอัญชลี ชวนิชย์ เพราะเป็นครั้งแรกที่เห็นความตั้งใจของ สปช. ในการพัฒนา ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีมากกว่า ๒,๘๐๐,๐๐๐ ราย ใน ๒,๘๐๐,๐๐๐ รายนี้ ทำให้เกิด รายได้จีดีพี ๓๗ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี แต่ที่น่าตกใจคือว่าในจำนวน ๙๗ เปอร์เซ็นต์ ของเอสเอ็มอีนั้นส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก ทุนจดทะเบียนมีตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ประมาณสัก ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ผมมีความดีใจว่า ถ้าหากประเทศไทยเราสามารถพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้มีทางที่เข้มแข็งขึ้น แข็งแกร่งขึ้นก็จะเป็นการป้องกันการผูกขาด หรือการมีอิทธิพลเหนือตลาดของบริษัทยักษ์ใหญ่ ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่ดีมาก ประเภทผู้ประกอบการเอสเอ็มอีถ้าจะแบ่งคร่าว ๆ สามารถแบ่ง ออกเป็น ๑. เอสเอ็มอีที่มาจากแอลเอสพี : ลิโทโลจี เซอร์วิส โพรไวเดอร์ (LSP : Lithology Service Provider) คือผู้ประกอบการที่มีอาชีพด้านนี้มากกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ราย ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทเล็ก ๆ เช่น บริษัทรถบรรทุก บริษัทรับจองระวางเครื่องบิน เรือ บริษัท ชิปปิง บริษัทต่าง ๆ เหล่านี้มีทุนจดทะเบียนต่ำกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท มีมากกว่า ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บริษัท ผู้ส่งออกที่เป็นเอสเอ็มอีก็มีจำนวนมาก นักลงทุนในต่างประเทศ ผู้ประกอบการด้านการเกษตร และเกษตรอุตสาหกรรมมีเป็นแสน ๆ ราย ผู้ประกอบการ การค้าในประเทศมีเป็นล้าน ๆ ราย แล้วก็เอสเอ็มอีที่ให้บริการ พวกเอสเอ็มอีรายเล็ก ๆ เช่น รับจองตั๋วเครื่องบิน ทำโรงแรมเล็ก ๆ พวกนี้ คราวนี้ปัญหาของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีซึ่งส่วน ใหญ่ทราบแล้ว ก็คือว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องระบบการจัดการ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ การตลาด การผลิต มีปัญหาด้านเงินทุน มีปัญหาด้านเทคโนโลยี การถูกบริษัทยักษ์ใหญ่ ผูกขาด ตัดตอน แล้วเลิกกิจการ เช่น ในอนาคตนั้นคาดว่าในอีกไม่กี่ปีร้านขายข้าวแกงเล็ก ๆ ในตลาดก็จะต้องถูกปิดกิจการ ขณะนี้แหนมบางยี่ห้อที่เคยขายดีต้องกลายเป็นรับจ้างผลิต อันเนื่องมาจากอิทธิพลของบริษัทยักษ์ใหญ่ บริษัทค้าปลีกค้าส่งในอนาคตน่าจะถูกควบคุม โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ บริษัทรถบรรทุก บริษัทโลจิสติกส์เล็ก ๆ บริษัทชิปปิงจะถูกควบคุม โดยบริษัทโลจิสติกส์ขนาดใหญ่จากต่างประเทศ และบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศ คราวนี้ ปัญหาของทางราชการที่มาจากเอสเอ็มอีคืออะไร ปัจจุบันนี้มี พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับเอสเอ็มอี หลายฉบับ แต่ไม่บูรณาการ แล้วหน่วยราชการต่าง ๆ มีโครงการ มีแผนงานจะส่งเสริม เอสเอ็มอี แต่ไม่เคยนั่งคุยกันว่าจะพัฒนาเอสเอ็มอีให้มีทิศทางไปในทิศทางเดียวกันอย่างไร ซ้ำซ้อน แล้วก็นอกจากนี้การพัฒนาเอสเอ็มอีส่วนใหญ่เน้นในเชิงวิชาการมากกว่าเชิงปฏิบัติ คราวนี้ควรจะต้องมีการพัฒนาเอสเอ็มอีอย่างไรบ้าง เห็นด้วยครับกับรายงานที่ว่า ควรจะต้องแยกเอสเอ็มอีเป็นกลุ่มธุรกิจและพัฒนา ซึ่งผมคิดว่าควรจะต้องมี ๑. สร้างฐานข้อมูลและบริการในวิเคราะห์เชิงลึก ควรจะต้องมีข้อมูลที่มากและเพียงพอ ข้อมูลการส่งออกในการเจาะตลาดต่างประเทศนั้น ต้องเป็นข้อมูลที่ทันสมัย การลงทุน ในต่างประเทศนั้นต้องมีข้อมูลต่าง ๆ ที่มาก และเหมาะสมในการไปเปิดบริษัทในต่างประเทศ เช่น ข้อมูลด้านกฎหมายการลงทุน ขั้นตอนต่าง ๆ การยื่น ท่านอาจจะไม่ทราบว่าการใช้บริษัทที่ปรึกษาต่างประเทศในซีแอลเอ็มวี (CLMV) เขาคิดเป็นชั่วโมง ชั่วโมงอย่างน้อย ๓๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท เอสเอ็มอีเอาเงินที่ไหนไปจ้างที่ปรึกษาเหล่านี้ ควรต้องมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบง่าย ๆ แล้วก็มีการดูแล ไม่ใช่เหมือนโปรแกรมปลาดาว ซึ่งฮิต (Hit) กันอยู่พรรคหนึ่งแล้วก็หายไปแล้ว ควรต้องส่งเสริมด้านดิจิทัล อีโคโนมี อย่างจริงจัง ถ้าจะพัฒนาผู้ประกอบการโดยเฉพาะโอทอปต้องมีแผนงานและการพัฒนาการ ที่จริงจังอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้บทบาทบีโอไอนั้นควรจะต้องมีแพคเกจ (Package) ส่งเสริมเอสเอ็มอี โดยเฉพาะเอสเอ็มอีด้านเกี่ยวขนาดเล็กควรจะต้องมีแพคเกจที่ชัดเจน ไม่ใช่ ส่งเสริมเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศเท่านั้น ต้องให้เอสเอ็มอีและตัวแทน ในแต่ละธุรกิจ แต่ละภาคส่วน เช่นผู้แทนธุรกิจด้านการเกษตร อุตสาหกรรม หรือการค้า ในประเทศ และผู้ให้บริการ มีบทบาทมีส่วนร่วมในเวทีและกรอบการเจรจาการค้าต่าง ๆ ทั้งเออีซี เอฟทีเอ (FTA) หรือหน่วยงานราชการต่าง ๆ ทุกวันนี้มีแต่ผู้ประกอบการที่เป็น ผู้แทนจากองค์กรขนาดใหญ่เข้าไปนั่งประชุมในคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ของทางราชการ ไม่เคยมีตัวแทนเอสเอ็มอีเข้าไปนั่งให้ความคิดเห็นเลย แล้วก็เห็นด้วยครับกับคุณประภาศรี สุ ฉันทบุตร ขออนุญาตที่เอ่ยนามว่าควรจะต้องมีการจัดตั้งกรมเอสเอ็มอีในประเทศไทยครับ ขอบคุณครับ