สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๒ · ๒๘ เมษายน ๒๕๕๘

อำพล จินดาวัฒนะ หารือเรื่องการปฏิรูปสังคมไทยให้เป็นสังคมผู้ประกอบการ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิรูปทัศนะของคนไทยให้เป็นคนประกอบการและทำมาค้าขาย และเสนอแนวคิด "คอมมิวนิตี บิสซิเนส แอดมินิสเทรชัน" เพื่อส่งเสริมคนฐานรากเรียนรู้และพัฒนาสมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการ

นายอำพล จินดาวัฒนะ

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ ผม อำพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ก็คงเช่นกันกับทางท่าน เพื่อนสมาชิกท่านอื่นนะครับ ต้องชื่นชมคณะกรรมาธิการที่ได้เสนอเรื่องนี้นะครับ ซึ่งก็ถือว่า เป็นเรื่องที่สำคัญ ผมอยากจะขออนุญาตเริ่มต้นโดยการที่พูดถึงชุมชนสักแห่งหนึ่ง ที่บ้านหนองกลางดง สามร้อยยอด จังหวัดบุรีรัมย์ ที่นั่นผู้นำชุมชนที่เรารู้จักกันดีก็คือ ผู้ใหญ่โชคชัย หลิมประเสริฐ นะครับ ซึ่งที่นั่นผมพูดประเด็นกรณีที่เป็นการเชื่อมโยง เพียงแต่ว่า ที่นั่นเขาไม่ใช่เป็นพื้นที่ปลูกข้าวนะครับ เพราะฉะนั้นข้าวบางครอบครัวก็มีพอบริโภค บางครอบครัวก็ไม่พอ แต่บางครอบครัวที่เหลือเขาก็ขายไปสู่ตลาด แล้วก็คนในชุมชนนั้น ก็ต้องไปซื้อข้าวข้างนอกมาบริโภค ในที่สุดวันหนึ่งเขาได้มีการรวมตัวกันตั้งโรงสีชุมชน ซึ่งเรื่องนี้ก็คงไม่ใช่เป็นกรณีที่แปลกประหลาดอะไร ซึ่งเริ่มมีกรณีอย่างนี้ เขาก็เริ่มรู้จัก การจัดการเรื่องโรงสีชุมชน แล้วก็หมุนเวียนข้าวส่วนเกินของคนในชุมชนกลับมาให้คน ในชุมชนได้บริโภค ข้าวก็ถูกลง มีการจัดการ พื้นที่สามร้อยยอดเราจะรู้ดีว่าเรื่องใหญ่ที่เขาทำ คือสับปะรดครับ สับปะรดก็จะรอให้ผู้ซื้อจากข้างนอกมาซื้อในราคาที่ถูกมาก ในที่สุดเขาได้มี การรวมตัวกันแล้วก็มีกระบวนการขายสับปะรดที่ปลูกนะครับ ซึ่งเขาต้องรู้จักการจัดการ เรื่องการขาย การขนส่ง รวมทั้งการเงิน การเก็บเงิน การส่งเงินอะไรกันสารพัด ทวงหนี้ต่าง ๆ ตรงนี้ครับ ผมอยากจะโยงใยว่าสิ่งเหล่านี้ สิ่งที่ท่านเสนอสำคัญเหลือเกินครับ เพราะว่า ถ้าเราทำให้สังคมไทยเป็นสังคมผู้ประกอบการหรือสังคมประกอบการ คงจะหมายถึง การที่เราจะต้องทำให้เกิดชุมชนประกอบการขึ้นเต็มบ้านเต็มเมือง ฐานของสังคมนั้นทุกวันนี้ อ่อนแรงมาก กรณีแบบบ้านกลางดงนั้นไม่ได้มีมากนักนะครับ เราจะทำอย่างไรให้ฐานของสังคม สามารถที่จะทำมาค้าขายได้ ทำมาค้าขายเป็น ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านเสนอนี้ก็มีความชัดเจนมากว่า จะทำให้เกิดชุมชนประกอบการหรือสังคมประกอบการต้องมี ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ คือคน ส่วนที่ ๒ คือการจัดการ ส่วนที่ ๓ คือทุน ที่ผ่านมาเวลาเราพูดเรื่องนี้เรามักจะไปมองที่ทุน แท้ที่จริงแล้ว คนและการจัดการนั้นคือหัวใจ ซึ่งจะต้องมีความรู้ มีสมรรถนะที่เพียงพอ พอพูดถึงคนนะครับ ผมอยากจะเรียนนิดหนึ่งว่าสิ่งสำคัญที่จะต้องมีการปฏิรูปในบ้านเมืองเราก็คือทัศนะ ต่อการประกอบการ คนไทยนั้นเราถูกปลูกฝังมาให้เป็นเจ้าคนนายคน เราไม่ได้ถูกปลูกฝังให้คน เป็นคนทำมาหากินคือการขายครับ ทำมาค้าขายไม่เป็น แล้วเราจะเน้นเรื่องการซื้อว่า มีอำนาจมากกว่าคนขาย ผมเองเป็นกรณีตัวอย่าง ผมทำมาหากินไม่เป็นครับ เพราะว่าไม่ได้ถูก ปลูกฝังสิ่งเหล่านี้มา เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องปลูกฝังหรือปฏิรูปใหญ่ ก็คือทัศนะในสังคมที่เราจะต้องให้คนไทยเป็นคนผู้ประกอบการ ต้องทำมาค้าขายคือสิ่งที่ควรเป็น และประกอบการคือสิ่งที่ควรเป็น แล้วก็ต้องมีสมรรถนะที่เพียงพอ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า เรื่องนี้คือเรื่องใหญ่ เราทำอย่างไรให้คนไทยรุ่นใหม่ค้าขายเก่งให้ได้ ไม่ใช่เป็นนักซื้อ นักชอป (Shop) กันทุกวันนี้ ซึ่งเราคงจะต้องปรับวิธีคิดเป็นการปฏิรูปที่ค่อนข้างจะกลับทิศ พอสมควร

สุดท้ายผมอยากจะกราบเรียนว่า สิ่งที่ผมพูดเรื่องบ้านกลางดงเพื่อจะกราบเรียน ท่านว่าหัวใจของชุมชนประกอบการนั้นคือคงเรื่องใหญ่กระมังครับ เราพูดกันเรื่องสัมมาชีพ ชุมชนที่อยู่ในกรอบกระบวนการปฏิรูปเพื่อชุมชนเข้มแข็ง เราคงจะต้องมองว่าตรงนี้จะเป็น คานงัดได้ไหมสำหรับเรื่องนี้ที่เราจะต้องมุ่งสู่ชุมชน แล้วทำชุมชนให้เป็นชุมชนประกอบการ ซึ่งกระผมคิดว่าสิ่งที่ทางกรรมาธิการปฏิรูปชุมชนและสังคม เราดูอยู่นี่ เรามองว่าทำอย่างไร ที่จะทำให้คน การจัดการและทุนเข้ามาเจอกัน เราจะต้องมีหลักสูตรประเภทนอกจากเอ็มบีเอ (MBA) แล้ว เรามีซีบีเอ (CBA) ได้ไหม คอมมิวนิตี บิสซิเนส แอดมินิสเทรชัน (Community business administration) ส่งเสริมให้คนฐานรากได้มีโอกาสเรียนรู้ มีสมรรถนะในการเป็น ผู้ประกอบการ แล้วเราจะทำอย่างไรให้มีการแมชชิง (Matching) ระหว่างบริษัทใหญ่ ๆ ที่มีความรู้ ความสามารถไปเชื่อมโยงกับชุมชน แล้วก็เป็นเพื่อนกันครับ ร่วมกันสร้างคน สร้างความรู้ สร้างสมรรถนะให้เขาเป็นสังคมประกอบการ ชุมชนประกอบการ ฐานสังคม จะได้เข้มแข็งแล้วเติบโตไปพร้อม ๆ กันกับการที่จะเติบโตของเศรษฐกิจใหญ่ในระดับมหภาค กระผมกราบเรียนชื่นชมท่านคณะกรรมาธิการครับ แล้วคิดว่าอยากจะให้มองว่าการทำให้ เป็นชุมชนประกอบการเต็มบ้านเต็มเมืองนั้นคือจุดคานงัด แล้วเราอาจจะต้องมาหาวิธีนั่งคุยกัน เพื่อจะสร้างรูปธรรมในการขับเคลื่อนเรื่องนี้กันต่อไป ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ