สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๖ เมษายน ๒๕๕๘

บุญถิ่น มั่นเกษวิทย์ เสนอการปฏิรูปการปกครองตามมาตรา ๒๘๔ (๕) โดยยกเลิกการจัดตั้งองค์กรภาคในระดับภูมิภาค เนื่องจากมีความซับซ้อนและไม่คุ้มค่ากับเม็ดเงิน และเสนอแนวคิดพัฒนาการเกษตรให้เกษตรกรมีฐานะดีขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักร และมีการจัดการทุนและการตลาด เพื่อให้เกษตรกรสามารถทําให้ฐานะดีขึ้น นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดในการปฏิรูปวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์การเกษตรและครัวของโลก และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกันและพัฒนาประเทศให้ถึงสันติสุข

นายบุญถิ่น มั่นเกษวิทย์

กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นายบุญถิ่น มั่นเกษวิทย์ สมาชิก สปช. จังหวัดอุทัยธานี ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมจะนําเรียนให้ทราบ วันนี้คือในเรื่องของการปฏิรูป โดยเฉพาะการปฏิรูปการปกครองตามมาตรา ๒๘๔ (๕) ที่ระบุ ให้มีการปฏิรูปบริหารราชการแผ่นดิน โดยกําหนดให้มีองค์กรบริหารพัฒนาภาคทําหน้าที่ สนับสนุนการพัฒนาจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งตั้งอยู่ในภาคและกํากับดูแลหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ เรื่ององค์กรภาคมันเป็นงานที่ซ้ําซ้อน ปกติแล้วส่วนกลางไปตั้งอยู่ในภูมิภาคมันเยอะอยู่แล้ว โดยเฉพาะจังหวัดใหญ่ ๆ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี จังหวัดสงขลา มีหน่วยงานระดับภาคเข้าไปตั้งอยู่ในนั้นประมาณ ๑๖๐-๑๗๐ หน่วย ในขณะเดียวกันหน่วยงานภูมิภาคซึ่งขึ้นตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัด มีประมาณ ๓๐ กว่าหน่วย การทํางานปัจจุบันนี้ก็ยากกันอยู่แล้ว ตัวผู้ว่าราชการจังหวัดเอง ก็ไม่ค่อยมีเอกภาพ เพราะว่าหน่วยงานของภาคเข้าไปอยู่จํานวนมาก หน่วยงานของภาคเอง เนื่องจากทางกระทรวง ทบวง กรม ก็ต้องการสั่งงานตรง ไม่ต้องขึ้นกับใคร หรือเราจะอ้างว่า การจัดการของแต่ละภาคเพื่อพัฒนาพื้นที่เฉพาะ ๆ เช่นพัฒนาพื้นที่ด้านเศรษฐกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง ความจริงไม่ต้องไปตั้งภาค หน่วยงาน ส่วนกลางก็สามารถจะสั่งไปยังจังหวัด หรือหน่วยงานส่วนกลางเข้าไปดําเนินการได้เลย ไม่ต้องไปจัดตั้งองค์กรภาคในระดับภูมิภาค การจัดตั้งองค์กรส่วนกลางในระดับภูมิภาคนั้น มีความสิ้นเปลือง ต้องใช้คน ใช้งบประมาณ ใช้บุคลากร เครื่องไม้เครื่องมือ งานซ้ําซ้อนและ ทํางานได้ไม่เต็มที่ เราจะเห็นว่าหน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงานที่พยายามจะจัดตั้ง ท่านลองนึกภาพ ผลงานมันออกมาคุ้มค่ากับเม็ดเงินไหม เช่น สํานักงานพัฒนาชุมชนภาค ท่านลองคิดดูสิครับ สํานักงานบรรเทาสาธารณภัยเขตต่าง ๆ ความจริงมันมีเยอะหน่วยงานภาคที่ไปอยู่ตอนนี้ สํานักงานหม่อนไหมอย่างนี้ไปตั้งอยู่ในภาคกลาง ปกติเขาก็จะไม่เลี้ยงกันอยู่แล้ว นี่ไปอยู่ ภาคกลางอีก คือขอให้ได้ตั้งเท่านั้นเอง ขอขยายคน ขยายเงินเท่านั้นเองแต่ไม่คํานึงถึงผลงาน เท่าไร คือในสมัยก่อนภูมิภาคเขาอยู่กันอย่างฉันมิตร อยู่กันอย่างเป็นสุขช่วยกันทํางาน ในอําเภอ อําเภอหนึ่งถ้าสมัยก่อนเราจะได้ยินคําว่า สี่ทหารเสือ เมื่อประมาณสักเกือบ ๒๐ ปี ที่แล้ว ทหารเสือตัวแรกก็มีทางกระทรวงมหาดไทย ตัวที่สองมีทางกระทรวงสาธารณสุข ตัวที่สามมีทางกระทรวงศึกษาธิการ ตัวที่สี่มีทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราเรียกกันว่า สี่ทหารเสือ โดยเฉพาะระดับตําบลอยู่ในหมู่บ้านก็จะมีปลัดอําเภอประจําตําบลคนหนึ่ง ครูโรงเรียนประชาบาลคนหนึ่งแล้วก็หัวหน้าสถานีอนามัยตําบลคนหนึ่งแล้วก็เกษตรตําบล ๔ คนไปไหนก็จะช่วยกันแก้ปัญหาในตําบลหมู่บ้านช่วยกันไม่ได้มีการแบ่งแยกแบ่งอะไรกัน ช่วยกันทํางาน แต่ต่อมาหน่วยงานส่วนกลางพยายามที่จะยุบหน่วยงานภูมิภาคแล้วก็ไปตั้ง เป็นหน่วยงานส่วนกลางขึ้นมา ทําให้สี่ทหารเสือแตกโดยสิ้นเชิง เพราะว่าหน่วยงานศึกษาเอง ก็พยายามจะแยก เช่น สมมุติศึกษาเองสมัยก่อนถ้าเรานึกภาพออกจะมีศึกษาธิการอําเภอ มีสํานักงานการประถมศึกษาอําเภอก็ทํางานร่วมกันประสานกัน อยู่วันดีคืนดีเขาบอกว่า ไม่เอาแล้วจะตั้งเป็นหน่วยงานส่วนกลาง เอาอําเภอต่าง ๆ ยุบศึกษาธิการอําเภอ ยุบสํานักงานการประถมศึกษาอําเภอ เอามารวมเป็นเขตพื้นที่การศึกษา ข้าราชการ ศึกษาธิการอําเภอ หัวหน้าการประถมศึกษาอําเภอ ผู้ช่วยต่าง ๆ ไม่มีงานทํา ไปนั่งอยู่รวมกัน ๔๐-๕๐ คนในห้อง เพราะวัตถุประสงค์ของคนคิด ๆ ว่าจะให้คนกลุ่มนี้ไปลงสอนอยู่ ในโรงเรียน แต่ในข้อเท็จจริงแล้วคนพวกนี้เขาอยู่บนอําเภอ เขาทํางานบริหารมา ๒๐-๓๐ ปี ถึงแม้จะจบเอกคณิตศาสตร์ เอกวิทยาศาสตร์มาไม่เคยสอนมา ๓๐-๔๐ ปี สอนไม่ได้ ครูเขา เรียกคืนไปหมดแล้ว แต่ในความคิดนั้นยังอยู่ เมื่อเอามารวมกันเป็นเขตพื้นที่การศึกษา ก็มาอยู่จังหวัดมาอยู่ตามเขต ท่านทราบไหมครับว่าสํานักงานอาคารต่าง ๆ สํานักงานของเขต พื้นที่การประถมศึกษาบางทีสวย ๆ ดี ๆ สํานักงานศึกษาอําเภอสวย ๆ ดี ๆ ร้างหมดครับ ทิ้งหมด ผมเองผมเป็นนายอําเภออยากจะขอใช้ อยากจะไปขอให้พัฒนาชุมชนใช้ หวงก้างอีก ยังไม่ยอมให้อีก ก็กั๊กกันไว้อย่างนั้นจนกระทั่งมันพังเอง อันนี้สังเกตชี้ให้เห็นว่าการพยายาม ที่จะตั้งเขตพื้นที่หรือการที่หน่วยงานเข้าไปแทรกแซงมากเกินมันก็ทําให้เหินห่าง ท้ายที่สุด วงจรมันก็กลับมาเหมือนเดิม ดีว่าสายการศึกษาสมัยก่อนสามัญศึกษาจังหวัดกับ ประถมศึกษาเขาก็แยกกันอยู่แล้ว วันดีคืนดีจับมารวมกัน มันเสือ ๒ ตัวมันอยู่ด้วยกันไม่ได้ แต่บังเอิญมันไม่ใช่เสือตัวเมียกับเสือตัวผู้ มันเสือตัวผู้ทั้งคู่มันก็ต้องจับแยกกันอยู่อีก ตอนนี้สามัญศึกษาก็แยกไปอีกแล้วเหมือนเดิม พัฒนาไปพัฒนามา ๒๐ ปีไม่มีอะไร เปลี่ยนแปลง เหมือนกันนะครับ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญของเรายังคิดที่จะจัดตั้งหน่วยงานระดับภาคขึ้นมา ซึ่งหน่วยงานระดับภาคขึ้นมาก็ขอเรียนว่ามันซ้ําซ้อนกับภูมิภาค มันก้าวก่ายกับภูมิภาค มัน สิ้นเปลืองงบประมาณ สิ้นเปลืองคน สิ้นเปลืองบุคลากร ขณะเดียวกันการทํางานมันก็ล่าช้า แทนที่จะสั่งไปจังหวัดโดยตรง ไม่ใช่ สั่งไปเขตก่อน สั่งไปภาคก่อนและภาคสั่งมาจังหวัดต่อ ถึงแม้เราจะอ้างว่าตรงนี้เป็นเขตพัฒนาพิเศษต้องอาศัยภาค มันไม่จําเป็นครับ เพราะว่า หน่วยงานที่มันตั้งขึ้นมาแล้วมันตั้งง่ายแต่เวลายุบมันยุบยาก ผมจึงขอเสนอในส่วนที่เกี่ยวกับ การปฏิรูปมาตรา ๒๘๔ (๕) ผมขอให้ตัดออกทั้งวรรคเลย ยกออกทั้งวงเล็บเลย ไม่ต้องมี เพื่อให้การบริหารงานมันคล่องตัวขึ้น เพราะตอนนี้หน่วยงานภาคที่ไปอยู่ที่จังหวัดต่าง ๆ มัน เยอะอยู่แล้วนะครับ แต่การบริหารงานจังหวัดเองมันก็ไม่มีเอกภาพ

เรื่องที่ ๒ ที่ผมจะนําเสนอเรื่องของการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะตามมาตรา ๒๘๕ (๑) ได้บัญญัติว่าให้ตรากฎหมายและจัดตั้งกลไกที่จําเป็นสําหรับ การจัดตั้งองค์กรบริหารท้องถิ่นเต็มพื้นที่จังหวัดให้เสร็จสมบูรณ์ภายในหนึ่งปีนับแต่ วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ และดําเนินการจัดตั้งองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นดังกล่าวขึ้น ในพื้นที่ที่มีความพร้อมและเหมาะสมโดยเร็ว หมายความว่าอย่างไรครับ ถ้าตีตามนี้ภายใน ๑ ปีหลังจากรัฐธรรมนูญใช้ก็จะต้องมีกฎหมายลูก กฎหมายลูกออกมาเพื่อยกฐานะจังหวัด จังหวัดนั้นให้เป็นเขตปกครองท้องถิ่นเต็มพื้นที่ คือนักวิชาการหลายคนพยายามจะพูด พยายามจะเลี่ยงภาษา พยายามจะเลี่ยงบาลี พยายามใช้ว่ามันคือจังหวัดจัดการตนเอง ผมฟังแล้วก็ทะแม่ง ๆ มันจัดการอย่างไรจัดการตนเอง ไม่กล้าพูดตรง ๆ ตรง ๆ มันคือจังหวัด ปกครองตนเอง เขาต้องการอํานาจเอาไปปกครองตนเองแต่ไปเลี่ยงว่าจังหวัดจัดการตนเอง ฟังให้มันดูยาก เข้าใจยาก ต้องให้แปลไทยเป็นไทยอีกครั้งหนึ่ง ถ้าพูดภาษาตรง ๆ เลยคือ จังหวัดจัดการตนเอง คือจังหวัดปกครองตนเอง คือตั้งขึ้นมาแล้วหรือปล่อยแล้ว มอบอํานาจ ให้ไปแล้วมันเรียกคืนยาก อํานาจต่าง ๆ ของรัฐบาลกลางมอบให้ท้องถิ่นแล้วโอกาสจะเรียก คืนกลับมานี่ลําบาก ดังนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยที่จะให้มีจังหวัดปกครองตนเอง มันเหมือนกับการ ปล่อยเสือเข้าป่า ปล่อยเข้าไปแล้วเรียกกลับมายาก แล้วเสือมันเลี้ยงไม่เชื่อง มันไม่เหมือน แมว คือผมมีเหตุผลสนับสนุนดังนี้นะครับที่ว่าทําไมผมถึงไม่เห็นด้วยกับเรื่องของการจัดตั้ง จังหวัดปกครองตนเอง อันนี้ผมพูดชัด ๆ เลย ผมจะไม่พูดว่าจังหวัดจัดการตนเองไม่พูดอ้อม ค้อมเลย ผมจะไม่พูดอ้อมค้อมเลย ผมจะพูดตรง ๆ เลยว่ามันคือจังหวัดปกครองตนเอง ๑. เนื่องจากประเทศไทยเราเป็นรัฐเดียวแบ่งแยกมิได้ การจัดตั้งจังหวัดปกครองตนเอง ก็คล้ายหรือเหมือนกับว่าแบ่งแยกอํานาจรัฐจากรัฐบาลกลาง รัฐบาลกลางจะเข้าไปควบคุม ก็ยากลําบาก โดยเฉพาะถ้าเป็นจังหวัดปกครองตนเองแล้วฝ่ายบริหารของจังหวัดปกครอง ตนเองนั้นเป็นพรรคการเมืองคนละพรรคกับฝ่ายรัฐบาลอะไรจะเกิดขึ้น อํานาจรัฐบาลกลาง ไม่สามารถที่จะเข้าไปควบคุม ดูแล กํากับได้อย่างทั่วถึง ถ้าจังหวัดหลาย ๆ จังหวัดยกตัวอย่าง จังหวัดภาคเหนือสัก ๖ จังหวัด ๗ จังหวัด เขาเป็นจังหวัดปกครองตนเองแล้ว รวมกันแทคทีม (Tack team) แล้ว รัฐบาลกลางสั่งให้ทําอย่างนี้ ๆ เขาบอกเขาไม่เอา เขาแอนตี (Anti) แต่วิธีการแอนตีของเขานี่นะครับ เขาไม่ใช่ตอบมาตรง ๆ เขาไม่ใช่ ตอบว่าผมสั่งให้ คุณทําอย่างนี้ นโยบายเรื่องนี้ ผู้บริหารท้องถิ่นหรือนายกท้องถิ่น เขาบอกเขาจะพูด ว่าผมไม่เอา ผมไม่เห็นด้วย ผมต่อต้าน มันต้องอย่างโน้น อย่างนี้ ไม่ใช่ครับ ผู้บริหารท้องถิ่น เขาก็มีวาทศิลป์ของเขา เขาก็จะบอกว่าครับท่าน ครับผม ครับอย่างเดียว ถึงเวลาไม่ทํา ถึงเวลาตีลูกบื้อ พระเตมีย์ใบ้ เฉย สั่งให้ทํา ครับ ๆ เดี๋ยวทําครับ สั่งให้ทํา ครับ ๆ เดี๋ยวจัดการครับ เดี๋ยวไปหารถมาครับ รถเสียครับ ไปไม่ได้ครับ อยู่อย่างนั้นนะครับ ผมเองนี่เคยเจอประสบการณ์พวกนี้ ขอเล่านิดหนึ่งก็ได้ผมเป็นนายอําเภออยู่อําเภอหนึ่ง ในเขตภาคกลาง แล้วเทศบาลในพื้นที่เขาก็ไปเชียร์พรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่ง ตัว ส.ส. ในพื้นที่ก็อยู่อีกฝ่ายหนึ่ง ส.ส. พื้นที่ก็เชิญรัฐมนตรีไป ปกติงานประเพณีงานแข่งเรือ ผมเองเป็นนายอําเภอผมก็จะมอบให้ทางเทศบาลมีหน้าที่จัดหาเครื่องเสียง กับจัดสถานที่ จัดพิธีเปิดงาน งานแข่งเรือ ประเพณีแข่งเรือ แต่พอเขารู้ว่ารัฐมนตรีคนนี้จะมา ส.ส. คนนี้จะมา เขาไม่ทํา บอกนายกฯ ทําหน่อยสิ ครับ ครับ ครับเดี๋ยวทํา ไม่ทํา จนกระทั่งพรุ่งนี้จะเปิดอยู่ แล้วผมต้องเอากํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เอาคนอื่นไปทําเพื่อไปค้ําให้งานมันเดินได้ จะเห็นไหมครับ ว่าพอคนละพรรค คนละฝ่าย คนละพวกแล้วนี่นะครับ งานไม่เดินเลย นโยบายของรัฐไม่ออก อันนี้ผมพูดถึงว่านโยบายง่าย ๆ นะครับ แต่ถ้านโยบายหลัก ๆ สําคัญ ๆ จริง ๆ และพวกท้องถิ่น หรือพวกจังหวัดปกครองตนเอง เขาแทคทีมกันได้ เขารวมตัวกันได้นี้นะครับ เขาอาจจะ แบ่งแยกเป็นรัฐ เป็นเขตอะไรของเขาก็ได้ เพราะฉะนั้นต้องป้องกันไว้ก่อน ตรงนี้นะครับ

ข้อ ๒ การเลือกตั้งของประเทศไทย เรายอมรับหรือยังว่ามันสุจริตหรือ มันบริสุทธิ์ ปัจจุบันนี้ยังมีการซื้อสิทธิขายเสียงกันอยู่ทั่วไปหรือมีใครหน้าไหนจะมาพูดว่า ของผมไม่มีการซื้อสิทธิ ไม่มีการขายเสียง ทุกคนรู้กันอยู่ว่าในประเทศไทย ทุก อบต. แม้กระทั่ง เลือกตั้งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ใช้เงินกันทั้งนั้น บางทีก็ปากว่าตาขยิบ ไม่มีการใช้หรอกครับ ผมทําดี ต้องบอกว่าอมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ เรื่องนี้มันเรื่องจริงแต่เราไม่ยอมรับกันนะครับ พอลงทุนไปแล้ว มันก็จะไปถอนทุน ผู้บริหารท้องถิ่นก็ไปถอนทุน บางที่นี้เลือกตั้งใหม่ ๆ จังหวัดทางภาคอีสาน เรียกปลัดไปบอกเลย ปลัด ปลัด ปลัดนะ ผมหมดไป ๖๐ ล้านบาท กว่าจะได้นายกฯ อบจ. บอกเป็นนัย ๆ บอกต่อไปนี้เหมือนกับว่าผลประโยชน์ทุกอย่างจะเป็น ของผมนะ คุณอย่ามายุ่งกับผมนะ อะไรประมาณนี้นะครับ วงการปลัดมันก็มาพูดกันเรื่อย เพราะฉะนั้นว่าการซื้อสิทธิขายเสียง การทุจริตคอร์รัปชันมันยังมีอยู่ เมื่อเข้ามาแล้ว ก็มีการถอนทุนมันก็ลําบาก แล้วก็พอลงทุนไปหนัก ๆ พอไม่ได้ถอนทุนนี้ มันก็ใช้อํานาจเถื่อน ไข้โป้งมันก็เกิด เมื่อวานนี้ครับ ท่านไปดูข่าว อ่านหนังสือพิมพ์เมื่อวานเกือบทุกฉบับเลย โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ลง จับนายกฯ อบต. ที่จังหวัดนนทบุรี ยิงปลัด บังเอิญปลัดไม่ตาย ถึงจับได้ถึงพอรู้ เรื่องซื้อรถดูดโคลน มันมีอยู่เกือบทุกที่ มีบางคนพวกเราเองพยายามพูดว่า ท้องถิ่นนี้ ปัญหามันน้อยมีไม่กี่เปอร์เซ็นต์ มี ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง มีทุจริต ๒ เปอร์เซ็นต์ อันนั้นมันอยู่ใต้พรม ที่ไม่มีเรื่องนี้มันคุมกันได้ ที่มันคุมกันได้เพราะว่าตัวปลัดมันไม่กล้า มันกลัวตาย เพราะฉะนั้นปัญหาตรงนี้มันยังเยอะอยู่ ตราบใดที่เราปล่อยเสือเข้าป่า ตราบใดที่ปล่อยให้จังหวัดจัดการตนเองแล้วนี้นะครับ ลอยละลิ่วเลยนะครับ เรียกคืนยาก รัฐบาลกลางนี้เอาไม่อยู่หรอกครับ

ข้อ ๓ เราก็รู้อยู่แล้วนะครับ ในแต่ละจังหวัดมันมีผู้มีบารมี มีอํานาจเงิน อํานาจคนมันอยู่ในนั้น เลือกตั้งทุกครั้งรู้อยู่เลยว่าใครได้ เช่น จังหวัดสุพรรณบุรี เราก็รู้ว่า ใครจะต้องได้ จังหวัดชลบุรีเราก็รู้ว่าใครได้ จังหวัดเชียงใหม่ก็รู้ได้ จังหวัดนครปฐมใกล้ ๆ เราก็รู้ หรือแม้กระทั่งจังหวัดปทุมธานีติดจังหวัดเราเราก็รู้ ถ้าเราปล่อยให้มันไปสิครับ ปล่อยให้เป็นจังหวัดจัดการปกครองตนเองสิครับ คนเหล่านี้จะเรียกว่าอะไร เขาก็จะสถาปนา เป็นเจ้าเมือง เจ้าเมืองน้อย มันจะเป็นอย่างนั้นทันทีเลยครับ พอตัวเองแล้วบอกว่าถ้าอย่างนั้น กําหนดให้ ๒ วาระ ไม่ให้เป็น ๒ วาระ อีกวาระหนึ่งเขาก็เอาลูกเขามาเป็น อีกวาระหนึ่งเขาก็เอา เมียมาเป็น อีกวาระหนึ่งเขาก็วกกลับมาเป็นอีก มันเป็นวงจรอยู่อย่างนี้นะครับ เป็นเรื่องที่เรา ก็ต้องยอมรับความจริงและเราปฏิเสธไม่ได้นะครับ

ข้อ ๔ การเปิดโอกาสให้จัดตั้งจังหวัดปกครองตนเองนั้นเป็นการทําลายภูมิภาค ซึ่งข้าราชการไปดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนนั้นเป็นการไปกระทําต่างพระเนตรพระกรรณ ในสมัยก่อนพระมหากษัตริย์กว่าจะรวบรวมหัวเมืองต่าง ๆ เป็นปึกแผ่นได้นี่นะครับต้องใช้ ความมุมานะบากบั่น ใช้ความสามารถเป็นอย่างมากกว่าจะตีเมืองเล็กเมืองน้อยมาเป็น ปึกแผ่นปัจจุบันนี้ เมื่อสัก ๑๐๐ กว่าปี ๑๕๐ ปี ๒๐๐ ปี สมัยกรุงศรีอยุธยาแตกใหม่ ๆ ปี ๒๓๑๐ กว่าพระเจ้าตากสินจะเอาหัวเมือง ๖ เมืองใหญ่ ๆ มารวมเป็นเมืองเดียว กว่ารัชกาลที่ ๑ จะไปตีเมืองเชียงใหม่ได้ ท่านคิดว่ามันง่ายไหมครับ มันไม่ง่ายนะ อยู่ดี ๆ เราจะปล่อยให้เขาหลุดไป อยู่ดี ๆ บอกว่าเชียงใหม่เป็นจังหวัดปกครองตนเอง มีความเจริญแล้ว มันก็เจริญเฉพาะอําเภอรอบใน ๗-๘ อําเภอนะครับ อําเภอรอบนอก อมก๋อย ดอยเต่า มันยังป่าทั้งนั้นละครับ มันยังไม่พร้อม บางคนก็พยายามจะพูดว่านี่ละคือจังหวัดจัดการตนเอง ไม่ใช่หรอกครับ มันจังหวัดปกครองตนเอง ต้องการเป็นอิสระ คือพูดง่าย ๆ ว่าจะทําอะไรก็ได้ รัฐบาลกลางต้องคุมได้ รัฐบาลกลางต้องกํากับดูแลได้

อีกเรื่องหนึ่ง ข้อที่ ๕ เวลาจะหมดแล้ว ผมเสนอมาตั้งแต่วันแรก ให้ผมพูด วันที่ ๗ ต้องชดเชยเวลาให้ผมนะครับ ข้อที่ ๕ เมื่อจังหวัดปกครองตนเองแล้วนี่นะครับ ก็มีคําถามต่อไปว่าแล้วเราจะเอาภูมิภาคไปไว้ตรงไหน จะเอากํานัน ผู้ใหญ่บ้านไปไว้ตรงไหน เพราะในข้อเท็จจริงแล้วระบบกํานัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่กับเรามา ๑๐๐ กว่าปี รัชกาลที่ ๕ ท่านทรงตั้งขึ้น ตั้งที่บางปะอิน ตั้งขึ้นมาแล้วเขาก็เป็นหูเป็นตาไปทํางานแทนเรา ช่วยเหลือ เราทุกอย่าง สารทุกข์สุขดิบช่วยเราหมด พอเป็นจังหวัดจัดการตนเองหรือจังหวัดปกครองตนเอง ไม่รู้ จะเอาไปไว้ตรงไหนแล้วทีนี้ ดีไม่ดีจะต้องยุบด้วยครับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็ขอฝากไว้ว่า กํานัน ผู้ใหญ่บ้านต้องอยู่ คือจะยุบได้เฉพาะในเขตเทศบาลเมือง เทศบาลนคร ในกรุงเทพมหานคร เขตเจริญแล้วไม่เป็นไร แต่เขตบ้านนอก เขตชนบทยังจําเป็น คนรับราชการใหม่ ๆ พอไปหา ไปไหนไม่ถูกขี่รถไปหาผู้ใหญ่บ้านก่อน ผู้ใหญ่บ้านพาไปโน่น พาไปนี่ ผู้ใหญ่บ้านไม่ว่างก็ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไม่ว่างก็แม้กระทั่งลูกผู้ใหญ่บ้าน ก็พาไปได้ เพราะฉะนั้นตําแหน่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้านต้องอยู่ ท่านเองคิดจะจัดตั้ง จังหวัดปกครองตนเอง ท่านยังไม่เคยคิดเลยว่าจะเอากํานัน ผู้ใหญ่บ้านไปไว้ตรงไหน ผมขอนะครับ มาตรา ๒๘๕ (๑) ยกเลิก ตัดออกไปเลย ส่วนท่านกระจายอํานาจอย่างไร กระจายไป กระจายเม็ดเงินขาขึ้นขาลง กระจายเม็ดเงินอุดหนุนเฉพาะกิจอะไรที่เก็บได้ ก็ว่าของท่านไป แต่อํานาจรัฐ อํานาจรัฐบาลกลางต้องควบคุมได้ ขอขอบคุณทุกท่านครับ สวัสดีครับ

ก็ขอยุทธศาสตร์ที่ ๒ การเมืองต้องใสสะอาดและสมดุล ดิฉันขอรวมความหมาย ของคําว่า การเมือง ให้เป็นนักการเมือง ข้าราชการประจํา ข้าราชการท้องถิ่น และกลไก ในการปฏิรูปบริหารประเทศทุกระดับให้เป็นการเมืองนะคะ การเมืองมีความสําคัญมากที่สุด เพราะเป็นการจัดการให้ประชาชนทั้งประเทศมีความสุขและประเทศมีความเจริญก้าวหน้า ต้องเป็นระบบที่มีวัฒนธรรม มีประสิทธิภาพ เราต้องการผู้นําประเทศและผู้บริหารประเทศ ทุกระดับที่มีคุณภาพ มีอุดมการณ์เข้มแข็งและน่าศรัทธา วัตถุสําคัญของการตั้งพรรคการเมือง หรือคนที่เข้ามาอยู่ในการเมืองจําเป็นจะต้องสังกัดพรรคการเมือง จะเป็นพรรคใหญ่ก็ได้ พรรคเล็กก็ได้ แต่ไม่ใช่กลุ่มการเมือง การเมืองใสสะอาดจะต้องให้พลเมืองที่ดีเท่านั้น มาบริหารประเทศ มีการตรวจสอบอย่างชัดเจนก่อนที่จะได้รับโอกาส ไม่ทราบว่า คณะกรรมการปฏิรูปการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชันไม่ได้ปรากฏขึ้นมาในการปฏิรูปครั้งนี้ ไม่ทราบหายไปไหน เพื่อการบริหารประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ดิฉันคิดว่ารัฐบาลส่วนกลาง ต้องกระจายอํานาจให้ท้องถิ่น รัฐบาลควรจะปฏิบัติเป็นผู้ทํานโยบายและกํากับการปฏิบัติ เท่านั้น เป็นเรกกูเลเตอร์ (Regulator) แล้วก็เป็นโพลิซี เมกเกอร์ (Policy maker) ไม่ควรที่จะเป็น ผู้ดําเนินการ รัฐต้องเล็กลงแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รัฐบาลต้องส่งเสริมสนับสนุน การดําเนินการให้ภาคเอกชนและพลเมืองช่วยกันทําเพื่อจะให้พลเมืองมีอาชีพมากขึ้น มีรายได้มากขึ้นเพื่อจะเป็นพลังของประเทศ

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การหนุนสังคมให้เป็นธรรม ก็คือเป้าหมายของทางเศรษฐกิจ ในปี ๒๕๗๕ อีก ๑๗ ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะต้องเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วและพลเมือง ของประเทศไทยจะต้องมีรายได้เท่ากับประเทศที่พัฒนาแล้วทุกประเทศ ท่านประธานที่เคารพ เศรษฐกิจที่ดีคือการทําให้พลเมืองทุกคนมีรายได้ดี เป็นชนชั้นกลาง มีสุขภาพดี มีการศึกษาดี สามารถประกอบอาชีพอย่างมีศักดิ์ศรีและมีเพียงพอสําหรับการดํารงชีวิตอย่างมีคุณภาพ

ในมาตรา ๒๙๓ มียุทธศาสตร์ในการพัฒนาการเกษตรเพื่อพัฒนาให้เกษตรกร มีฐานะดีขึ้น เป็นเกษตรกรสร้างสรรค์แบบญี่ปุ่นก็ได้นะคะ หรือเป็นสมาร์ท ฟาร์มเมอร์ (Smart farmer) แบบสหรัฐอเมริกา รัฐบาลจะต้องทําให้ระบบสหกรณ์การเกษตรเป็นธุรกิจที่ใหญ่ โดยการใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักร ทุนและการตลาดมาจัดการเพื่อจะให้สามารถทําให้ เกษตรกรมีฐานะดีขึ้น

มาตรา ๒๙๑ การปฏิรูปวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงเป็นวาระที่สําคัญ และเร่งด่วนของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะประเทศไทยจะปฏิรูปเพื่อจะเป็นศูนย์การเกษตร และเป็นครัวของโลก การแปรรูปการเกษตรสู่อุตสาหกรรมและพลังงานเป็นโอกาสทอง ของประเทศไทย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะต้องมาร่วมกับสังคมผู้ประกอบการ จึงเป็นการท้าทายอย่างยิ่งในการปฏิรูปมาตรา ๒๙๑ ให้มีการพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกับสังคม ผู้ประกอบการ นําผลวิจัยมาใช้เพื่อเป็นประโยชน์ให้ได้ ค่าของงานวิจัยอยู่ที่นวัตกรรมและ การสร้างสรรค์ให้กับประเทศไทย ในประเทศที่เจริญแล้วรัฐบาลจะส่งเสริมผู้ประกอบการ และเอกชนให้ทํางานเป็นผู้ขับเคลื่อนประเทศ รัฐบาลจะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการด้วยกองทุน เวนเจอร์ แคพพิตอล (Venture capital) ที่จะร่วมทุนจนกว่าผู้ประกอบการจะประสบความสําเร็จ ปัจจุบันประเทศหลาย ๆ รัฐบาล เช่นประเทศแคนาดาและประเทศมาเลเซียได้ตั้งกองทุน แองเจิล แคพพิตอล (Angel capital) ขึ้น เพื่อคัดสรรผู้ประดิษฐ์หรือผู้ค้นคว้าให้สามารถคิด และนําวิจัยไปสู่การตลาด จึงขอให้มาตรา ๒๙๒ (๔) ที่เขียนว่าจัดสรรงบประมาณพิเศษ เพิ่มเติมอย่างเหมาะสม ขอเพิ่มคําว่าให้นักประดิษฐ์และผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนาธุรกิจในระยะเริ่มต้น ปลายปี ๒๕๕๘ ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (ASEAN) จึงจําเป็นที่จะต้องพัฒนา ผู้ประกอบการให้เข้มแข็ง เพราะตลาด ๖๕ ล้านคนของประเทศไทยจะขยายเป็น ๖๐๐ ล้านคน โอกาสที่ผู้ประกอบการจะมีมากขึ้น ขณะเดียวกันการแข่งขันก็เพิ่มขึ้นด้วย ประเทศไทย มีต้นทุนแรงงานที่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านและพลเมืองในวัยทํางานของเราก็ไม่เพียงพอ สําหรับการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ จึงจําเป็นที่จะต้องเปลี่ยนประเทศไทยเป็นแบบศูนย์ การประสานงานการค้า เป็นเทรดดิง เนชัน (Trading nation) เพื่อเชื่อมโยงการทําธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ําและปลายน้ําในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านอย่างสามัคคีเป็น ทีมเวิร์ก (Teamwork) เดียวกัน ต้องตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ชายแดนให้เป็นสนามการค้า ที่สามารถสร้างเศรษฐกิจที่ดีให้กับประเทศไทยและร่วมกันสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแรงให้กับอาเซียน ในมาตรา ๒๙๓ จึงขอให้เพิ่ม (๑๐) ให้รัฐบาลสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นเทรดดิง เนชัน เปิดโอกาสให้ทุกประเทศสามารถตั้งสํานักงานการค้าในประเทศไทย ปรับปรุงกฎหมาย เพื่อให้ความสะดวกในการทําธุรกิจ ให้โอกาสต่างชาติลงทุนซื้อที่ดิน หรือเช่าที่ดินระยะยาว ในจํานวนจํากัด เพื่อให้เป็นการลงทุนที่มั่นคงและยั่งยืน แล้วก็ลดการทํานอมินี (Nominee) ของคนต่างชาติ

มาตรา ๒๙๓ (๗) เป็นมาตราที่สําคัญมากนะคะ เพราะสามารถเปลี่ยน ประเทศไทยให้เป็นประเทศที่มั่งคั่งได้ เพราะการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ (Logistics) ของประเทศจะสร้างให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางคมนาคมของเอเชีย เรามีระบบรางจากภาคเหนือมาสู่ภาคใต้ ระบบถนนจากตะวันออกสู่ตะวันตก การทําธุรกิจ ของเอเชียจะต้องผ่านประเทศไทย จึงต้องมีการเตรียมพลเมืองและระบบโลจิสติกส์ให้ทันต่อ ความเจริญอย่างมีประสิทธิภาพ โชคดีของประเทศไทยที่มีเขตภูมิประเทศเป็นศูนย์กลางของ เอเชีย และสามารถพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางคมนาคมของโลกด้วยการเชื่อม มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ด้วยการสร้างคลองไทยที่แหลมทองของเรา ทําให้การเดินเรือทะเลของประเทศไทยเป็นยุทธศาสตร์สําคัญของประเทศและ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ก็จะได้กลายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษนานาชาติ ท่านประธานที่เคารพคะ เมื่อเศรษฐกิจดี พลเมืองมีรายได้ดี สามารถเสียภาษีเงินได้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เหลื่อมล้ํา ประเทศก็สามารถให้สวัสดิการพื้นฐานที่ดีขึ้น มีคุณภาพแก่พลเมืองทุกวัย ตั้งแต่แรกเกิด จนเป็นผู้สูงวัยค่ะ พลเมืองประเทศไทยจะมีสุขภาพดี มีปัญญา มีวัฒนธรรม มีความรู้ ทางวิชาการและมีความสามารถในการประกอบอาชีพอย่างมีศักดิ์ศรีนะคะ และมีรายได้ เพียงพอในการดํารงชีวิตและเสียภาษีเงินได้ เพราะฉะนั้นเรากําลังจะสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ สร้างการเมืองให้ใสสะอาด หนุนเศรษฐกิจให้เป็นธรรม และประเทศจะสู่สันติสุขค่ะ และขอให้สิ่งนี้เกิดขึ้นก่อนปี ๒๕๗๕ เพื่อให้ประเทศไทยเราเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เท่าเทียมกับประเทศอื่น ๆ ในโลก ขอขอบคุณค่ะ